บ้านทานตะวัน

จำนวนเด็ก ๕๐ คน

เป็นห้องเรียน ห้องทดลองการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด - ๓ ขวบครึ่ง โดยใช้แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะการคิด
 
ผสมผสานกับการเรียนแบบมอนเตสซอรี เพื่อพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ให้เด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

มีกาารเพิ่มความชำนาญของครู และจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก
 
โดยเฉพาะด้านสมองให้เด็กพร้อมเรียนรู้ในช่วงปฐมวัย เพื่อไปต่อในระดับอนุบาล

ประวัติความเป็นมา บ้านทานตะวัน

  บ้านทานตะวันก่อตั้งเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๒๑ โดย คุณศิริพรสะโครบาเนคผู้มองเห็นปัญหาที่กำลังเกิดกับเด็กแรกเกิดถึง ๓ ปี ที่กำลังรุนแรงคือ  ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กที่ในสมัยนั้นทั้งเด็กในชุมชน หรือสังคมเรียกว่าสลัมและเด็กในชนบทตามต่างจังหวัดที่มีฐานะยากจนจะมีปัญหาในเรื่องนี้มาก เพราะพ่อแม่ของเด็กจะหาให้เด็กกินแค่อิ่มเหมือนกับตัวพ่อแม่ของเด็ก โดยไม่นึกถึงคุณค่าของอาหารที่จะได้รับ  และด้วยมีฐานะที่ยากจนคือปัญหาหลักของการขาดสารอาหารของเด็ก

  บ้านทานตะวัน  ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเด็กที่ขาดสารอาหารโดยโรงพยาบาลศิริราช ในสมัยนั้นจะพบเด็กขาดสารอาหารขั้นรุนแรงจำนวนมากจึงส่งเด็กมารับการฟื้นฟูที่บ้านทานตะวัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าปัญหาขาดสารอาหารมีมากน้อยเท่าไร  จนมีการตั้งโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงทราบปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กมาจากความยากจนของครอบครัว และรวมไปถึงตัวแม่เองที่ขณะตั้งครรภ์ไม่ได้มีการบำรุงเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จึงทำให้เด็กขาดสารอาหารตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา 

  จากระยะเวลาการทำงานที่ผ่านของโครงการบ้านทานตะวัน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๕ พบว่าเด็กขาดสารอาหารถึงขั้นเสียชีวิตเริ่มลดลง แต่ก็ยังมีเด็กที่ขาดสารอาหาร เพราะครอบครัวเลี้ยงด้วยนมข้นหวานซึ่งเป็นสาเหตุให้เด็กตาบอดเพราะขาดวิตามินเอ  ขณะเดียวกันปัญหาอื่น ๆ ของเด็กปฐมวัยมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่เกิดมาจากตัวเด็กเอง เช่น ปัญหาสุขภาพ การเจ็บป่วย  และปัญหาที่เด็กได้รับผลกระทบจากครอบครัว เช่นการทอดทิ้งเด็ก, ถูกทำร้ายร่างและจิตใจจากครอบครัวถูกปล่อยปละละเลยไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ทั้งการดูแลสุขภาพอาหารจึงมักจะพบว่าสาเหตุเหล่านี้นำมาสู่การขาดสารอาหารในเด็กเช่นกัน บ้านทานตะวันจึงเริ่มมีการขยายการทำงานไปสู่กลุ่มเด็กถูกทารุณกรรม, ถูกทอดทิ้ง และกลุ่มปัญหาเฉพาะหน้า  เนื่องจากไม่มีคนดูแลเด็ก เพราะการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม, ครอบครัวติดเชื้อเอดส์, ครอบครัวติดยาเสพติด, ครอบครัวติดคุก  เป็นต้น 

  ในปี ๒๕๕๐ ถึงปัจจุบัน  บ้านทานตะวันได้พัฒนาการทำงานในบ้านพักฟื้นให้พร้อมสำหรับทารกและเด็กเล็กอายุตั้งแต่แรกเกิด - ๔ ปี  โดยเน้นการพัฒนาเด็กและพัฒนาครอบครัว (ทางเลือก) โดยบ้านทานตะวันได้รวบรวมแนวทางการพัฒนาเด็กทางเลือกเข้ามาใช้ เช่น มอนเตสเซอรี่ , หลักสูตรการพัฒนาเด็กปฐมวัย, การพัฒนาสมอง, งานโภชนาการ เป็นต้น เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัย โดยมีการเพิ่มศักยภาพให้เป็นกระบวนการดูแลเด็กให้มีพัฒนาการในทุกด้าน  ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ ความคิด ศักยภาพเชิงสังคม และวัฒนธรรมของเด็ก

  ด้วยการจัดปรับสภาพแวดล้อมในบ้านทานตะวันให้เป็น “บ้านที่สอง ของทารกและเด็กเล็กด้อยโอกาส” ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี  และเอื้อต่อการพัฒนาเด็ก โดยมีเด็กเป็นศูนย์กลางโดยมีผู้ดูแลเด็กด้วยความรัก ความอบอุ่น และเข้าใจพัฒนาการตามวัย ร่วมกับการทำงานพัฒนาครอบครัวของเด็กร่วมกับแนวทางงานสังคมสงเคราะห์ โดยมุ่งให้เด็กได้มีโอกาสกลับเข้าไปอยู่ในครอบครัวและเติบโตในสังคมให้ได้มากที่สุด



 
  บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก แห่งนี้ รับเด็กกำพร้า ถูกทิ้ง ถูกทำร้าย ขาดสารอาหาร ครอบครัวยากจน ไม่มีคนดูแลด้วยสาเหตุต่างๆ มาดูแลเด็กในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องแต่งกาย ยารักษาโรค สุขภาพกาย สุขภาพจิต และต้องการให้เด็กได้รับการศึกษาที่ดี บ่มเพาะให้เด็กเติบโตเป็นต้นทานตะวันที่แข็งแรงพร้อมจะเบ่งบานอย่างสวยงาม เป็นคนดีของสังคม

  เพาะรัก เพราะสิ่งสำคัญต่อเด็กคือต้องเติมความรักเอาใจใส่ ซึ่งเป็นอาหารใจที่เด็กในวัยนี้นำมาหล่อเลี้ยงให้เติบโตโดยรู้ว่ามีคนที่รักและคอยห่วงใย รู้จักการรับและการให้ผู้อื่น บ้านทานตะวันจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนบ้าน มีครูกับพี่เลี้ยงเป็นแม่ๆ คอยเพาะรักด้วยอ้อมกอด เลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด

  เพาะรู้ เพราะรู้ว่า สมองเด็กพัฒนาทุกนาทีไม่มีหยุดยั้ง ถ้าปล่อยเวลาผ่านไป เด็กจะเสียโอกาสการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ บ้านทานตะวันจึงได้นำแนวทางการสอนแบบมอนเตสซอรี่เข้ามาพัฒนาร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม โดยให้เด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเล่น การเกษตรธรรมชาติ โยคะเด็ก กิจกรรมพาน้องไปซื้อหนังสือ อ่านหนังสือนิทานสื่อรัก ฯลฯ
 
  ปัจจุบันบ้านทานตะวันมีเด็กตั้งแรกเกิดถึง ๔ ขวบ ๔๓ ชีวิต ช่วงเด็กวัยนี้จึงเป็นโอกาสที่จะร่วมกันเติมเต็มเด็กๆ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ บ้านทานตะวันมุ่งหวังว่า กระบวนการเพาะรัก-เพาะรู้ จะเป็นต้นแบบการเลี้ยงดูเด็กทางเลือก ซึ่งจะขยายไปสู่พ่อแม่ ครอบครัว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก สำหรับเป็นแนวทางพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้มีความพร้อมที่จะเข้าสู่วัยเรียนและโลกกว้าง

เพาะรักจากใจ...ให้โอกาสเด็กเพาะรู้

๑.นวดสัมผัสรัก
๒.หนังสือนิทานสื่อรัก
๓.พาน้องท่องโลกกว้าง
๔.ห้องเรียนรู้มอนเตสซอรี่
๕.เกษตรสังเกตธรรมชาติ

อาสาทานตะวันแบ่งรักสร้างสุขเพื่อน้อง

๑.เลี้ยงอาหารเพื่อชีวิตใหม่
๒.อุปการะเด็ก
๓.พาน้องร้อง เล่น เล่านิทาน
๔.ทำความสะอาดเตียงของเล่น
๕.ฯลฯ
 
  "การช่วยเด็กด้วยการให้ ในสิ่งที่ไตร่ตรองแล้วว่าดี ให้อาหาร ให้นิทาน ให้แง่คิด จินตนาการ ให้ความรัก ความมั่นใจ ให้ความหวังเป็นการเติมพลังวัยเยาว์ ให้เติบโตสู่การสร้างสรรค์" ศาสตราจาย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ประธานกรรมการมูลนิธิเด็ก
 
  บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดนครปฐม
ได้ส่งต่อเด็กมาอยู่บ้านทานตะวันที่ช่วยเหลือเด็กได้เร็ว เข้าถึงใกล้ชิดกับครอบครัวเด็ก เช่น คุณแม่วัยใส เพื่อมุ่งพัฒนาเด็กและแม่เด็กไปด้วยกัน
มูลนิธิเด็ก ดำเนินมาถึง ๔๓ ปี ได้นั้น เนื่องจากการสนับสนุนของทุกท่าน ร่วมบริจาคและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ที่บ้านทานตะวัน โดยเงินทุนจากการสนับสนุนทั้งหมดจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือเด็กและสังคม
 
 
ปีบ้านพักฟื้น (คน)สงเคราะห์นม (คน)
2521-2525566851
2526-25303183,932
2531-25352931,093
2536-25402781,002
2541-25452082,375
2546-25502541,714
2551-25553182,917
2556-2558
2559/43/607
1933,556
รวม2,86318,047
 


  
  ขอเชิญชวนผู้บริจาคทุกท่านสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ด้วยการเลี้ยงอาหารให้กับเด็ก ๆ ด้อยโอกาส ตามโครงการต่าง ๆ ของมูลนิธิเด็ก อาหารทุกจาน ทุกมื้อ ที่ท่านได้แบ่งปันให้กับเด็ก ๆ กลุ่มนี้ พวกเขาจะได้รับสารอาหารที่มีคุณค่า ถูกต้องตามหลักโภชนาการ อันเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสมอง เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตอย่างสมบูรณ์ แข็งแรง และเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

รายการเลี้ยงอาหารโครงการบ้านทานตะวัน (เด็กเล็กแรกเกิด - ๔ ขวบ สถานที่ พุทธมณฑลสาย ๔ จำนวนเด็กโดยประมาณ ๓๐ - ๔๐ คน

อาหาร ๑ มื้อ (เข้าหรือกลางวันหรือเย็น)๑,๐๐๐ บาท
อาหาร ๓ มื้อ๓,๐๐๐ บาท
อาหารว่าง ๑ มื้อ๕๐๐ บาท
 
 


ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลเด็กด้อยโอกาส
โดยการบริจาคเงินเพื่ออุปการะเด็กกับมูลนิธิเด็ก
แจ้งรับอุปการะเด็กเป็นงวดๆ ละ ๖ เดือน โดยกรอกแบบฟอร์มแจ้งความจํานง
ส่งมาให้ทางมูลนิธิเด็กทราบ ทั้งในกรณีที่บอกอุปการะเด็กครั้งแรก และครั้งต่อๆ ไป

เมื่อท่านแจ้งความจํานงบอกรับอุปการะเด็กครั้งแรก
ทางมูลนิธิเด็กจะจัดส่ง ประวัติพร้อมรูปถ่าย ไปให้ท่านโดยเร็วที่สุด
หลังจากท่านได้รับประวัติเด็กแล้ว อีก ๕ เดือนต่อมา
ทางมูลนิธิเด็กจะจัดส่งรายงานความก้าวหน้า พร้อมรูปถ่ายของเด็กคนที่ท่านอุปการะไปให้
ในกรณีที่ท่านประสงค์จะอุปการะเด็กต่อ ท่านสามารถแจ้งความจํานงมาที่มูลนิธิเด็กได้
หากเด็กคนที่ท่านอุปการะอยู่นั้น พ้นจากความดูแลของเรา
ทางมูลนิธิเด็กจะแจ้งให้ท่านทราบพร้อมกับส่งประวัติเด็กคนใหม่ไปแทน
เพื่อให้ท่านพิจารณาและตัดสินใจว่าจะบอกรับอุปการะในงวดต่อไปหรือไม่
ในกรณีของเด็กที่อยู่ในความดูแลของโรงเรียนหมู่บ้านเด็กและโรงเรียนอนุบาลฯ
เด็กคนหนึ่งๆ จะต้องมีผู้อุปการะรายอื่นๆ ร่วมด้วย 
เพื่อให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายของเด็กแต่ละคนที่มูลนิธิเด็กรับภาระอยู่

และท่านสามารถไปเยี่ยมเด็กได้ แต่เด็กอาจจะไม่คุ้นเคยและแสดงอาการสนิทสนมด้วย
นอกเสียจากว่าก่อนหน้านี้ ท่านได้เขียนจดหมาย
 เพื่อให้เด็กทําความรู้จักอยู่สม่ําเสมอ ความเป็นกันเองย่อมเกิดขึ้น
แน่นอนว่าถ้าท่านไปเยี่ยมเด็ก กรุณาอย่าถามเรื่องเก่าๆ ที่เป็นปมด้อยของเด็ก
เพราะหลายเรื่องเด็กอยากจะลืมเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

ทางเราต้องขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง
ที่ร่วมกันแบ่งปันเพื่อดูแลเด็กด้อยโอกาส ให้เติบโต งดงาม ตามวัย
จนเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทยต่อไป

คลิกเพื่อ download แบบฟอร์มอุปการะเด็ก

บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก

บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก

บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก

บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก

บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก

บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก