Responsive image

writer : พรนภา รอดคลองตัน (ครูปู)
editor : Pibhop Dhongchai
๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ตื่นตัว และไม่กลัวที่จะเรียนรู้

๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เปิดเทอม ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ เป็นวันเเรก มีการปรับเปลี่ยนกลุ่มสมาชิกในห้องเรียนทั้ง ๔ ห้องเรียน

ในส่วนของห้องเรียนครูปู ครูนาย ดูแลเด็กช่วงวัย ๕-๖ ปี หรือช่วงชั้นอนุบาล ๒-๓ นั่นเอง

ช่วงสัปดาห์แรกเราเล่นกันอิสระ วิ่งเล่น ปั่นจักรยาน ปีนต้นไม้ ฯลฯ เพื่อให้เด็กๆ และครูได้เรียนรู้พฤติกรรม อารมณ์กันและกัน มีการตกลงกติกาการอยู่ร่วมกัน

สัปดาห์ต่อมา เราเริ่มเข้าห้องเรียน เด็กคนที่เคยอยู่ห้องเรียนนี้ก็จะรู้ตนเองว่าต้องการหยิบจับสิ่งใดจะอยู่ตรงไหน ห้องเรียนเรามีการเเบ่งงานออกเป็น ๒ แบบ คือ “งานที่ได้รับมอบหมาย” และ “งานที่เลือกทำเองตามความสนใจ”

เมื่อเด็กๆ ทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว ก็จะนำของเล่นออกมาเล่น บ้างก็อ่านหนังสือ บ้างก็วาดภาพจับกลุ่มกันเล่น ๒-๓ คน ส่วนเด็กที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ครูเองก็หากิจกรรมตั้งรับเอาไว้บ้างแล้ว แต่ก็ต้องประเมินศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนก่อนว่าอยู่ในระดับใดกันบ้าง

หลังจากทำการประเมินก็พบว่า เด็กชายคนหนึ่งอายุ ๕ ปี เริ่มมีความสนใจพยัญชนะ แต่ความจำและความเข้าใจเสียงพยัญชนะยังจำไม่ได้ซึ่งเกิดจากความไม่มั่นใจในการออกเสียงมักออกเสียงสลับกัน เช่น บ=ป ผ=ฝ พ=ฟ ท=ถ ถ=ท เป็นต้น

ครูทำอย่างไร???

ครูใช้วิธี เขียนพยัญชนะ ตัวที่จะให้เด็กได้เรียนรู้โดยแบ่งเป็นหมวดทิศทางการเขียน จากนั้นเขียนพยัญชนะที่ถูกจัดหมวดเเล้วลงที่พื้นในห้องเรียนวนเป็นเขาวงกต เริ่มต้นเราจะให้เด็กทุกคนยืนในจุดที่สามารถเห็นพยัญชนะได้ทุกคนและทุกตัวที่จะเรียนในครั้งนี้ ๕ ตัว

• ตัวที่ ๑ เสียง กอ ให้เด็กๆ คิดท่าเลียนแบบเสียง กอ ท่าที่ได้ คือ ท่าพับเเขนตีปีกเหมือนไก่ พร้อมออกเสียง กอ จากนั้นให้เด็กออกมาทำทีละคนโดยก้าวเท้ามาเหยียบพยัญชนะเสียงกอ ทำท่ากอ ออกเสียง กอ เมื่อทำครบทุกคน ครูทำซ้ำอีก ๑-๒ ครั้ง จากนั้นเริ่มเสียงพยัญชนะถัดไป

• ตัวที่ ๒ เสียง งอ ให้เด็กๆ คิดท่าเลียนเสียง งอ ท่าที่ได้ คือ มือขวาทับมือซ้าย ส่ายไปส่ายมาไปด้านหน้าคล้ายงูเลื้อย จากนั้นก็ให้เด็กเเต่ละคนออกมาทำตามวิธีก่อนหน้านี้ และครูทบทวนซ้ำเสียง งอ อีก ๑-๒ ครั้ง และทนทวนซ้ำเสียง กอและงอด้วย จากนั้นใช้วิธีเดียวกันกับพยัญชนะ เสียง ดอ ตอ ฒอ และเมื่อเด็กได้เสียงพยัญชนะชุดนี้แล้วค่อยเพิ่มตัวถัดไปครั้งหน้าทีละตัวหรือตามศักยภาพของเด็ก

หลังจากที่ใช้วิธีการนี้ พบว่า !!!!!!!
เด็กชายสามารถออกเสียงพยัญชนะได้อย่างมั่นใจ เสียงพยัญชนะใดที่ยังไม่มั่นใจก็จะทำท่าทางก่อนออกเสียงเสมอ ใน ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมาเด็กชายสามารถออกเสียงพยัญชนะได้อย่างถูกต้องแล้วถึง ๑๐ เสียง คือ ก ง ด ต ฒ ท น บ ษ ป

เมื่อออกเสียงพยัญชนะได้ถูกต้อง เด็กชายก็สามารถประสมร่วมกับสระอา และเขียนลงสมุดได้ซึ่งเด็กชายมีพื้นฐานมาบ้างก่อนหน้านี้แล้ว

:::สุดท้าย ท้ายสุด::: ครูผู้สอนเชื่อว่า การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กๆ สนุกและมีความสุขผสานกับการทำซ้ำในรูปแบบที่หลากหลาย จะทำให้เด็กๆ เรียนรู้ได้ง่าย จดจำบทเรียนได้ดี เเยกแยะเสียงและภาพที่แตกต่างกันออกจากกันได้เอง เชื่อมโยงบทเรียนหนึ่งกับอีกบทเรียนหนึ่งได้ในโอกาสถัดไป

Responsive image

(**เก็บมาฝาก**)

“การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูง”
- สมองเรียนรู้ได้ดีเมื่อสมองรับรู้ภาพและเสียงพร้อมกัน การใช้ภาพจะช่วยความเข้าใจในระดับนามธรรม
- สมองเรียนรู้ได้ดีเมื่อผ่านการปฏิบัติ การลงมือปฏิบัติเป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง ๕ รับรู้ข้อมูลทั้งในรูปของภาพ เสียง สัมผัส ประสบการณ์ของเหตุการณ์ต่างๆ ยิ่งใช้วงจรร่างแหเซลล์สมองพร้อมๆ กันมากเท่าใด เสถียรภาพความเชื่อมโยงของวงจรก็เกิดได้เร็วเท่านั้น และยังใช้วงจรเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประสาทสัมผัสพร้อมกับวงจรความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ ซึ่งเป็นวงจรความจำหลายมิติ ยิ่งทำให้ความจำในการเรียนรู้ตกผลึกเร็วขึ้น
- สมองเรียนรู้ได้ดีเมื่อทำซ้ำ ฝึกทักษะ เมื่อเด็กออกเสียง ลงมือทำซ้ำๆ เจ้าของสมองได้ยินเสียงตัวเอง ได้ลงมือ และเห็นสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่ปรากฏ กลายเป็นข้อมูลย้อนกลับเข้าไปในสมองใหม่ ถือว่าเป็นการลงมือสอนด้วยตัวเอง (use output from oneself to re-input to self) เป็นการเสริมเส้นทางเดินของวงจรเซลล์สมองที่มีอยู่ก่อน ให้มีเสถียรภาพขึ้น อันเป็นเหตุให้จดจำได้และเกิดความชำนาญ

“ท่วงทำนองการเรียนรู้ที่แตกต่าง”
เด็กบางคนเรียนรู้เมื่อได้เห็นหรือเมื่อได้ยิน เด็กบางคนเริ่มเรียนรู้และเข้าใจได้ดีขึ้น เมื่อได้เห็นหรือเมื่อได้ยิน อย่างที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Visual Learner และ Auditory Learner ดังนั้นข้อมูลที่ประกอบด้วยภาพและเสียง จะทำให้เขาเรียนรู้ได้ง่ายและเร็วขึ้น

เด็กบางคนเรียนรู้เมื่อได้ลงมือปฏิบัติ เด็กบางคนเพียงแค่เห็นหรือได้ยิน อาจจะยังไม่สามารถสร้างเครือข่ายในสมองได้ดีขึ้น จนกว่าจะได้ลงมือทำด้วยตัวเอง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Kinesthetic Learner

เด็กบางคนเรียนรู้เมื่อได้เฝ้าสังเกต เด็กบางคนเรียนได้โดยการเฝ้าสังเกต หรือเพียงแต่ฟัง หรือทำทั้งสองอย่าง แต่ก็ไม่พยายามลงมือเองจนกว่าเขาจะรู้สึกคุ้นกับสิ่งใหม่นั้น อาจเพราะกลัวผิดพลาดหรืออะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ที่จริงแล้วการลงมือปฏิบัติและแก้ไขความผิดพลาดต่างหาก ที่ทำให้เราฉลาดขึ้น

Responsive image

Responsive image

ที่มา :

การออกแบบกระบวนการเรียนรู้วัยอนุบาล https://www.okmd.or.th/bbl/documents/332/bbl-design-learning-process


บทความเพิ่มเติม

เล่นให้มีความสุขในสถานการณ์โควิด-19 เล่านิทานแม่ลิง พาให้สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ นิทานเล่มนี้ที่หนูชอบประจำเดือนตุลาคม 2564 เสริมพัฒนาการเด็กได้ง่ายๆ ด้วยการ์ดเกม เมนูกล้วยแปลงกายวันนี้ "กล้วยตาก"


เด็กๆและครู เจ้าหน้าที่ล็อคดาวน์ งดการเดินทางเข้าออกอยู่ในโรงเรียนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564
เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด
สนใจเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเด็กวัยอนุบาล ทั้ง 60 ชีวิต
ติดต่อสอบถามได้ที่ 094-9754796 พี่วัน

เชิญชวนผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเด็กๆ วัยอนุบาลได้ที่
บัญชี "มูลนิธิเด็ก"
ธนาคารกสิกรไทย สาขาพุทธมณฑลสาย 4
เลขที่บัญชี 261-2-84481-2

***ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้***

ท่านสามารถส่งหลักฐานการโอนหรือติดต่อมาที่
โรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็กสานรัก มูลนิธิเด็ก
เลขที่ 95/24 หมู่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
Tel. 094-975-4796 , 02-814-1483 ต่อ 312 คุณวัน
หรือที่ Line ID : mbds.ffc

Responsive image

โรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็กสานรัก ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่เมตตาสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กๆที่อยู่ในความดูแลเป็นอย่างสูง