เด็กพิเศษ ของมูลนิธิเด็ก
๒๓/๐๙/๒๕๖๑


 

เด็กพิเศษ ของมูลนิธิเด็ก

 

น้องกาย กับ น้องชาติ เด็กโรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็กสานรัก ทำกิจกรรมบำบัด ส่งเสริมและฟื้นฟูภาวะ LD ณ ภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล


วันนี้ผมมีโอกาสได้พากายกับชาติ เด็กซึ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็น LD ด้านการอ่าน ไปทำการฟื้นฟูและส่งเสริมที่ภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล


ระหว่างเดินทางไปด้วยกัน ได้สังเกตว่าเด็กทั้งสองคนเป็นคนอยากรู้อยากเห็น ชอบซักถาม สำรวจรถ ผอ.อนุบาลฯ ดูโน่น ค้นนี่ แต่พอบอกพวกเขาว่า ของในรถเป็นของพ่อป้อม หนูจะหยิบได้ ต้องขออนุญาตพ่อป้อมก่อน เพราะเป็นสิทธิ์ของพ่อป้อม หนูต้องเคารพสิทธิ์ของพ่อป้อม เด็กทั้งสองคนเข้าใจในทันที


ผมไม่เคยไปไหนมาไหนกับเด็กสองคนนี้มาก่อน แต่จากที่เห็นและสัมผัสในวันนี้ เด็กมีเหตุผล รู้อะไรควรไม่ควร แค่บอกเหตุผลนิดหน่อย เด็กทั้งสองก็เข้าใจได้ทันที แม้จะมีซนบ้างตามประสาเด็ก แต่บอกได้เลยว่า เด็กของเราน่ารักมาก แสดงว่าคุณครูและพี่เลี้ยงโรงเรียนอนุบาลฯ ของเรา รวมทั้งครูห้องวัดแววด้วย จัดกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กได้ดีมาก


ก่อนอื่นต้องขอเล่าเรื่อง LD ให้ฟังสักนิด


LD มาจากภาษาอังกฤษว่า Learning Disability แปลว่า ความสามารถในการเรียนรู้บกพร่อง ทางการแพทย์พบว่า คนที่เป็นโรคนี้จะมีความบกพร่อง ๓ ด้าน

ด้านคณิตศาสตร์
ด้านการอ่าน
ด้านการเขียน


ในกรณีของน้องกายกับน้องชาติ มีความบกพร่องด้านการอ่าน ด้านอื่นยังไม่พบว่ามีปัญหา จึงขอเล่าเฉพาะ LD ด้านการอ่านก่อน

การอ่าน เริ่มจากการที่เด็กเรียนรู้รูปตัวอักษรแต่ละตัวและเสียงของมัน และเมื่อตัวอักษร (พยัญชนะ สระ) มารวมกัน เด็กสามารถถอดรหัสเป็นเสียงในภาษาพูดได้ ซึ่งเราเรียกความสามารถ หรือทักษะนี้ว่า Decoding Ability


ในตอนแรกเด็กต้องใช้ความจำในการเรียนรู้หลักการเขียนการอ่านในภาษาของตน แต่ต่อมาเด็กจะเชื่อมโยงหลักการอ่านการเขียนกับเสียงในภาษาพูดเข้าด้วยกันได้ จากนั้นสมองของเด็กจะพัฒนาขึ้นอีก โดยสามารถมองอักษรที่เรียงเป็นกลุ่ม (Letter Sequences) แล้วอ่านเป็นคำได้อย่างอัตโนมัติ เรียกว่า Word Recognition หรือ ความตระหนักรู้จักคำ


การอ่านจะเกิดขึ้นเป็นขั้นตอน โดยเมื่อเด็กถอดรหัสการอ่านได้แล้ว เด็กจะอ่านได้ถูกต้อง และเมื่อเด็กสามารถอ่านได้อย่างอัตโนมัติ เด็กจะอ่านได้คล่อง และเมื่อเด็กไม่ต้องใช้ความพยายามในการอ่านแล้ว เด็กจึงจะสามารถเข้าใจเนื้อความที่อ่านได้ โดยเด็กสามารถเข้าใจได้ตามระดับศัพท์ บริบท และเนื้อความ ของข้อความนั้น


ทีนี้เด็ก LD มีปัญหาการอ่านได้อย่างไร คือ เด็ก LD จะมีปัญหาการทำงานของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ในการมองภาพอักษรและการนำไปสัมพันธ์กับสมองส่วนที่ทำหน้าที่ในการออกเสียง นั่นคือ เด็ก LD จะมีความบกพร่องในการรับรู้และแยกแยะเสียงย่อย ทำให้มีความยากลำบากในการสร้างระบบการอ่านที่มีประสิทธิภาพ


ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กเป็น LD เรื่องนี้ยากหน่อย เพราะเด็กบางคนไม่ได้เป็น LD จริง บางคนอาจจะเป็นโรคสมาธิสั้น ทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียน


บางคนเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้เบื่อหน่ายการเรียน เลยอ่านหนังสือได้ช้ากว่าเด็กคนอื่น หรืออ่านผิดอ่านถูก

บางคนแค่ขาดโอกาสในการเรียน ก็เลยอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ไม่รู้คณิตศาสตร์


บางคนเป็นโรค ID หรือ Intelligence Disability ทำให้เรียนรู้ทุกเรื่องยาก แต่ ID จะต่างจาก LD แต่ถ้าดูเผิน ๆ ทั้งหมดนี้จะดูเหมือนเป็นเด็กขาดโอกาสในการเรียน ก็เลยอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ไม่รู้คณิตศาสตร์ จะรู้ได้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยว่าเป็น LD จริงหรือ LD เทียม

แต่เด็กที่เป็น LD สามารถเป็นร่วมกับทุกอันที่กล่าวมาข้างต้นได้ เช่น กรณีน้องชาติ มีภาวะสมาธิสั้นร่วมด้วย


มาคุยกันต่อถึงน้อง ๒ คนดีกว่า ทั้ง ๒ คนถูกวินิจฉัยว่าเป็น LD แท้ แต่ตัวชาติ มีภาวะสมาธิสั้นร่วมด้วย เลยยากกว่ากายนิดหน่อย แต่มีวิธีแก้ ไม่ต้องตกใจ คือ ก่อนเรียนอะไร ให้ชาติออกกำลังกายก่อน เอาพลังส่วนเกินออกเสียก่อน


เพราะเด็กสมาธิสั้น จะมีพลังงานเยอะกว่าปกติ อันนี้เกิดจากสมองส่วนหนึ่งที่ทำงานผิดจากคนอื่น ๆ และเวลาเรียนให้จัดห้องเรียนให้มีสิ่งเร้าน้อยลง เขาจะได้ไม่วอกแวก เพราะอาจารย์บอกว่าชาติวอกแวกง่ายมาก และบ่อยมาก


โชคดี คือ น้องทั้งมี IQ ปกติ ต่างจากชิน ณัฐ และแพรวา ที่มีภาวะ ID หรือ IQ ไม่ค่อยดีร่วมด้วย

หลังเสร็จกิจกรรม อาจารย์ที่ทำกิจกรรมบำบัดกับเด็ก ได้เล่าให้ผมฟังดังนี้

เอาเรื่องของน้องกายก่อนนะ


กายจำพยัญชนะได้หมด แต่จำสระได้ไม่หมด แต่เยอะกว่าชาติ ผสมคำได้บ้าง แต่สะกดคำยังไม่ค่อยได้ การผันวรรณยุกต์แทบไม่ค่อยได้เลย


ส่วนชาติ จำพยัญชนะได้หมด จำสระได้ถึงสระอู การผสมคำพอได้ การสะกดและวรรณยุกต์มีปัญหาเช่นกัน


ข้อแนะนำจากอาจารย์ในเรื่องนี้คือ ให้สอนเด็กเรื่องสระและวรรณยุกต์ให้ครบก่อน แล้วฝึกสะกดคำและผันวรรณยุกต์ต่อ


ข้อแนะนำอีกเรื่องก็คือ เด็ก LD จะอ่านหนังสือโดยการจำคำศัพท์ แต่ไม่ยอมสะกดคำ เช่น เขาจะจำคำว่า "ต้นไม้" เป็นคำ ๆ เลย ดังนั้นเวลาเขาเจอคำว่า "ต้นไม้" เขาจะไม่เหมือนคนทั่วไปที่สะกดคำ แต่เขาจะนึกเป็นภาพทั้งคำเลย บอกได้เลยว่า EF-Executive Functions ด้านความจำเพื่อการใช้งานของเด็กกลุ่มนี้ ดีถึงดีมาก


ปัญหาก็คือว่า เวลาที่เขาเจอคำที่ใกล้เคียงกัน เช่น "ต้นหญ้า" เด็ก LD จะไม่สะกดคำ แต่จะค้นความจำเลย เขาก็เลยอ่านเป็น "ต้นไม้"เพราะฉะนั้นเราจึงคิดว่าเด็ก LD อ่านผิด ซึ่งเขาไม่ได้อ่านผิด แต่เขาไม่อ่านเลย คือ เขาไม่สะกด แต่ใช้เดาเอาจากความจำเก่าเลย


ดังนั้น เด็ก LD จะมีปัญหาการอ่าน และการเพิ่มคลังศัพท์ ก็เข้าใจได้นะ ในเมื่อการประมวลผลในหัวของเขาทำได้ลำบากกว่าคนอื่น เขาคงเหนื่อยและเบื่อ เลยใช้วิธีเดาเอาดีกว่า ง่ายดี


สิ่งที่อาจารย์แนะนำก็คือ ในช่วงนี้ให้ถือเป็นช่วงปรับฐานให้เขา ให้ฝึกนิสัยเขาใหม่ ให้เขาพยายามสะกดคำ อย่าให้เขาเดา อาจเหนื่อยกันหน่อยทั้งครูทั้งเด็ก ก็น่าเห็นใจทั้งคู่


อาจารย์แนะนำอีกเรื่องหนึ่ง คือ สมัยนี้คอมพิวเตอร์และมือถือ มีตัวช่วยคนที่เป็น LD ด้วย คือเวลาเราพิมพ์ตัวอักษรลง มันจะเด้งคำศัพท์ที่ใกล้เคียงให้เรา ถ้าคนที่เป็น LD มีคลังศัพท์มากพอ เขาจะเดาและเลือกศัพท์ที่เด้งขึ้นมาได้ ฉะนั้นเราอาจช่วยเขาให้เขาจำศัพท์ต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็คำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน


แต่ระหว่างปรับฐาน ให้ฝึกสะกดคำก่อนนะ เพราะเขาอาจพัฒนาได้ต่อไป

หลังคุยกับอาจารย์ ผมลองเล่นกับกายดู พบประเด็นที่น่าสนใจ คือ กายมีความจำและการคิดเป็นภาพที่ดีขึ้น และโหมดเสียงก็ดีขึ้นเช่นกัน ให้เขาอ่านคำว่า "ไม่ยาก" ผมสังเกตว่าตรงกับที่อาจารย์บอก คือ เขาออกเสียงคำว่า "ยาก" เป็น "ยาย" เลย เขาเอามาจากความจำ แต่เขาไม่สะกด แต่พอช่วยเขาสะกด เขาก็สะกดได้


ถ้าเขารู้จักพยัญชนะและสระได้ แสดงว่าเขาจำเป็นภาพได้ เขาออกเสียงได้ แสดงว่าเขาจำเป็นเสียงได้ ผมเลยนึกเรื่อง "Flash Card -บัตรคำ” ขึ้นมา และขอเสนอคุณครูอนุบาล ว่าลองทำแฟลชการ์ดเป็นตัวอักษร พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ดู แล้วลองสอนผสมคำด้วยด้วยแฟลชการ์ด ถ้าเขาทำได้ แล้วลองผสมเสียงเข้าด้วยกัน ดูว่าจะช่วยให้เขาเรียนรู้การอ่านเร็วขึ้นไหม เพราะในเมื่อเขาจำเป็นภาพและเสียงได้ดี วิธีนี้อาจช่วยเขาผสมคำได้ก็ได้ ลองพิจารณาดูนะ


ผมนึกถึง "เอกชัย" (เด็กรุ่นแรกของหมู่บ้านเด็ก) เอกอ่านหนังสือไม่ค่อยออก เอกน่าจะเป็น LD แต่ไม่เคยตรวจ แต่เอกเป็นคนมี ”ความจำเป็นภาพ” ที่ดีมาก เวลาขับรถไปไหน เอกจะนึกเส้นทางออกได้หมด ไม่ว่าทางจะซับซ้อนแค่ไหน เขานึกได้หมด แถมเร็วด้วย ไปเส้นทางที่เอกไม่รู้จัก เอกก็เรียนรู้เส้นทางใหม่ ๆ ได้เร็วเช่นกัน


ในฐานะที่ทำเรื่องทักษะการคิด ๓๕ ด้าน ที่ "ห้องวัดแวว" มา บอกได้ว่าความสามารถในการคิดเป็นภาพของเอกชัยดีมาก เอกสามารถนึกเป็นภาพแผนที่ได้อย่างรวดเร็ว ปรับแต่งแผนที่ในหัวได้เลย ขยายแผนที่ หมุนภาพ แทรกภาพใหม่ในภาพเก่า ปรับเปลี่ยนภาพในหัวได้อย่างรวดเร็ว ขนาดเอกขับรถไป เอกสามารถนึกไปพร้อมกันได้เลย


ต้องบอกว่าความสามารถในการจำ นึก และคิดเป็นภาพ ของเอกเก่งมาก


นอกจากนี้ เอกยังมีทักษะการเข้ากับคนที่ดีมาก ๆ และทักษะการเล่นกีฬาที่ดีกว่าเพื่อนวัยเดียวกันด้วย


เอกเล่นกีฬาได้หลายประเภท และเก่งเกือบทุกประเภท บอกได้ว่าทักษะทางกายหรือ Kinesthetic ของเอกดีมาก อันนี้เรียกว่าการชดเชย


คือ สมองบางด้านอาจขาดประสิทธิภาพ สมองด้านอื่นเลยพัฒนาดีกว่าปกติ เพื่อชดเชยให้เขา


ตรงกับที่เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเป็นงานวิจัย


จากประสบการณ์ที่ผมรู้จักเอก คิดว่าเราอาจเสริมทักษะเด็ก LD ด้านอื่นให้เขา ให้เป็นอาวุธใหม่ ใช้ทดแทนสิ่งที่เขาบกพร่องได้

และอีกอย่าง สมัยนี้การเรียนรู้ไม่จำกัดที่การอ่าน เราอาจช่วยเด็ก LD ให้เพิ่มทักษะการหาความรู้ผ่านเทคโนโลยีใหม่ อาทิ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ผ่านยูทูป เช่น ดูข่าว ดูวิเคราะห์ข่าว ดูสารคดี หรือเรียนทักษะต่าง ๆ ผ่านยูทูป หรือ E-learning โดยที่เขาไม่ต้องมีอุปสรรคในการอ่านมาขวางกั้นก็ได้ เพราะความจำเป็นภาพและเสียงของเขาไม่มีปัญหา ด้านตรรกะ น้องก็ใช้ได้ แค่อ่านลำบากเท่านั้น


และฝึกทักษะการคิดเป็นโหมดต่าง ๆ ให้เขาให้เฉียบคม เช่น การคิดเป็นภาพ เป็นเสียง สัมผัส กลิ่น รส ฝึกการจำแนก การคิดเชื่อมโยง การคิดแบบเป็นลำดับ การคิดแบบสาเหตุและผลลัพธ์ และ EF-9 ด้านให้เขา เสริมเขาในด้านเหล่านี้


เรื่องนี้ต้องให้ครูห้องวัดแววทำ เพราะห้องวัดแววมีเครื่องมือพวกนี้อยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งห้องวัดแววก็ทำอยู่แล้ว แต่อาจเน้นเด็กกลุ่มนี้ให้เป็นพิเศษ


ส่วนน้อง ๓ คน คือ ชิน ณัฐ กับแพรวา คงต้องคิดกันอีกทีว่าจะช่วยพวกเขาอย่างไรดี เพราะมีสภาวะ ID ร่วมอยู่ด้วย


เป็นงานที่ผู้บริหาร ครูและพี่เลี้ยงอนุบาลกับครูห้องวัดแวว ต้องนำคิดต่อ


ผมขอสรุปและมีข้อเสนอแค่นี้ก่อน ขอขอบคุณครูและพี่เลี้ยงทุกคนทุกบ้าน และแนน หญิง ชมพู่ น้อยหน่า โอ๋ (คิดดี) และยุ้ยเล็ก ที่ช่วยกันดูแลเด็กพิเศษของเราเป็นอย่างดี รวมทั้งพ่อ แม่ พี่ป้อม พี่เอ๋ และพี่เล็ก ที่สนับสนุนงานนี้ครับ



กานต์ ธงไชย - อุ๊
ฝ่ายวิชาการมูลนิธิเด็ก
๕ กันยายน ๒๕๖๑


ปล.
ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก บ้านทานตะวัน ร.ร.อนุบาลฯ เรารับเด็กยากจน มาดูแล จัดการศึกษา รวมกันถึงเกือบ ๒๕๐ คน


ตอนแรกตั้ง (เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว พ.ศ.๒๕๒๒) เรารับเด็กโดยดูจาก ”สภาพยากจน ถูกทารุณกรรม ขาดสารอาหาร" ต่อมาเมื่อมีความรู้ มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น เราจึงคิดแยกเด็กที่มี ”ลักษณะพิเศษ” ต่างๆ ออกเป็นรายคน เพื่อจัดการพัฒนาเด็กใหม่


และเพื่อบอกกับสังคม ครู และกระทรวงศึกษาธิการว่า การจัดการศึกษาในโรงเรียนโดยไม่จำแนกเด็ก เพื่อจัดการพัฒนาเด็กให้สอดคล้องกับลักษณะจำเพาะของเด็ก จะเป็นผลร้ายกับตัวเด็กเอง ที่ออกจากโรงเรียนแบบอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และไม่ถูกแก้พัฒนาการบางด้านที่บกพร่อง จนกลายเป็นเด็กที่โดนออกจากโรงเรียน และเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่พัฒนาต่อไม่ได้ จะถูกทิ้งไว้ตามชายขอบของสังคม กลายเป็นเหยื่อทางการเมือง และแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ


โรงเรียนมูลนิธิเด็กของเรา จึงจัดให้มีห้องพิเศษ ที่เรียกว่า “ห้องวัดแวว" ขึ้น ๑ ห้อง และห้องเรียนก็จัดการสอนพิเศษ แยกแยะเด็กออกตามการพัฒนาทางร่างกายและจิตวิทยา อีกทั้งจะจัดให้มีครูที่ดูแลเด็กพิเศษ ซึ่งเราคัดกรองแล้ว พบว่ามีเด็กร่วมสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ทั้งประเทศอาจมีถึง ๓๐% หรือกว่านั้น


จึงมอบหมายให้ฝ่ายวิชาการของมูลนิธิเด็ก จัดกระบวนการดูแลเด็กพิเศษเหล่านี้ โดยร่วมมือกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์, สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ที่อยู่ใกล้เคียงกัน เราจะทดลองและเผยแพร่การทดลอง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการดูแลเด็กระดับประเทศในอนาคตให้ได้


FB.Journal Editor : Pibhop Dhongchai
23/9/2561

 

#โรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็กสานรัก

#มูลนิธิเด็ก
www.ffc.or.th

 


มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369


Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th