6 Weeks to Mother's Day
บทบรรณาธิการ
๐๓/๐๘/๒๕๖๑


 

6 Weeks to Mother's Day
บทบรรณาธิการ


ย้อนหลังไปเมื่อปี ๒๕๕๑ มาร์วิน  บลันท์  (Marvin Blunte) Freelance Producer ชาวแคนาดาได้เดินทางไปถ่ายทำรายการสารคดีท่องเที่ยวในประเทศแถบเอเชีย การถ่ายทำรายการในครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่มาร์วินได้มารู้จักกับประเทศแถบนี้


ทีมงานถ่ายทำเดินทางถ่ายรายการไปทั่วญี่ปุ่น  ฮ่องกง  เนปาล  และไทย


เหมือนโชคชะตาชักนำ การมาเมืองไทยครั้งนี้ มาร์วินได้รู้จักกับคุณกุ้ง ลดาวัลย์ ซอนดัค โดยก่อนหน้านี้มาร์วินได้ติดต่อคนไทยอีกคนหนึ่งให้มาร่วมงาน แต่เธอไม่ว่าง และได้แนะนำเพื่อนของเธอซึ่งก็คือ คุณ "กุ้ง" ให้มาช่วยมาร์วินแทน


ระหว่างถ่ายรายการในกรุงเทพมหานคร ทีมถ่ายทําและมาร์วินพักแถวซอยสุขุมวิท ๑๕ ที่นั่นมาร์วินได้เห็นเด็กเร่ร่อนขอทาน และเด็กสาวขายบริการ ซึ่งเป็นมุมหนึ่งของชีวิตคนไทยกลุ่มหนึ่งเป็นแง่มุมที่เป็นที่รู้จักกันดีของชาวต่างประเทศ เพราะมีรายงานข่าวมากมายเกี่ยวกับชีวิตคนกลุ่มนี้


ก่อนกลับไปประเทศสหรัฐอเมริกา หลังงานถ่ายทําเสร็จมาร์วินได้เปรยกับคุณกุ้งว่า วันนึงจะกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพราะเขาอยากจะทํางานที่นําเสนอเรื่องดี ๆ จากประเทศไทยที่มีอีกเยอะที่คนต่างชาติไม่เคยรู้ เขาอยากให้คนมองประเทศไทยในมุมที่แตกต่างไปจากสื่อต่างชาติที่มักนำเสนอเรื่องราวของเมืองไทยในแง่ลบ ซึ่งคุณกุ้งก็รับปาก แต่ไม่เคยคิดว่ามาร์วินจะจริงจังกับสิ่งที่เขาพูด


หลังจากนั้นคุณกุ้งกับมาร์วินก็ไม่ได้ติดต่อพูดคุยกันเลยราวสัก ๕ ปี ในปี ๒๕๕๖ มาร์วินก็เขียนเมลมา บอกว่า ตอนนี้เรื่องที่เคยคุยกันไว้ เขาพร้อมแล้ว และก็บอกให้คุณกุ้งลองศึกษาหาข้อมูลขององค์กรที่เป็นหน่วยงานเอ็นจีโอ


คุณกุ้งจึงได้เริ่มศึกษาและค้นหารายชื่อเอ็นจีโอต่าง ๆ ในประเทศไทยให้มาร์วิน โรงเรียนหมู่บ้านเด็กอยู่ในรายชื่อลำดับท้าย ๆ ซึ่งในตอนแรกมาร์วินก็ไม่ได้สนใจหมู่บ้านเด็กมากนัก มาร์วินบอกกับคุณกุ้งว่าหมู่บ้านเด็กอยู่ไกลต้องไปถึงกาญจนบุรี


คุณกุ้งจึงแนะนำมูลนิธิแห่งหนึ่งให้  แต่พอถึงวันที่จะไป ทางมูลนิธินั้นขอยกเลิก มาร์วินจึงตัดสินใจเดินทางไปหมู่บ้านเด็ก


มาร์วินรู้จากคุณกุ้งว่า เด็กที่หมู่บ้านเด็กมาจากครอบครัวยากจน พ่อแม่เด็กบางคนเสียชีวิต บางคนก็ติดคุก บางคนก็เป็นผู้ลี้ภัย บางคนก็ถูกทิ้งตั้งแต่แรกเกิด พวกเด็ก ๆ จึงไม่มีทางเลือกในชีวิตมากนัก 


เรื่องราวของเด็ก ๆ เหล่านี้ ทำให้มาร์วินอดนึกย้อนไปถึงภาพของเด็กเร่ร่อน และเด็กขายบริการที่เขาพบเห็นเมื่อมาเมืองไทยครั้งก่อนไม่ได้ 


มันยากจะจินตนาการจริง ๆ ว่า เด็กเหล่านี้จะมีชีวิตที่ดีไปกว่านี้ได้อย่างไร


มาร์วินพักอยู่ที่หมู่บ้านเด็กหลายวัน แม้เขาจะพูดภาษาไทยไม่ได้ แต่ภาษากลับไม่เป็นอุปสรรค พวกเด็ก ๆ ชอบเขา 


มาร์วินกับเด็ก ๆ มักจะคลุกคลีอยู่ด้วยกันตลอดทั้งวัน ทำให้มาร์วินอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า พวกเขาไม่เข้าเรียนจะถูกคุณครูดุ แต่เมื่อไปถามคุณครู พวกครูบอกมาร์วินว่า 


"ที่นี่เราให้อิสระเด็กให้เด็กได้ฝึกเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง เด็ก ๆ สามารถจะเลือกเข้าเรียนหรือไม่เข้าเรียนก็ได้"


หมู่บ้านเด็กเน้นให้เด็ก ๆ เรียนรู้จากสิ่งรอบตัวมากกว่าการเรียนแค่ในห้องเรียน


หมู่บ้านเด็กมีทางเลือกมากมายให้เด็ก ๆ ทั้งห้องเรียนทั่วไป ห้องอาชีพ บาติก เซรามิก คอมพิวเตอร์เกษตร ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และกีฬา 


หมู่บ้านเด็กทำให้เด็ก ๆ ได้มีทางเลือกในชีวิตสามารถทำอะไรกับชีวิตได้ตามใจปรารถนา ฝึกให้เด็กดูแลและจัดการกับชีวิตของตนได้


วันหนึ่งพวกเด็กได้รับแจกขนมจากแขกที่มาเยี่ยมโรงเรียน พวกเขาเอามาแบ่งให้มาร์วิน มาร์วินตื่นเต้นมากที่ได้เห็นน้ำใจของเด็ก ๆ 


พวกเขาไม่ได้ร่ำรวย เป็นเด็กยากจนด้วยซ้ำ แต่พวกเขามีน้ำใจรู้จักแบ่งปันให้คนอื่น แม้พวกเขาจะมีชีวิตที่ทุกข์ยาก แต่พวกเขาดูมีความสุข เข้มแข็ง และมีจิตใจที่อบอุ่น


ช่วงเวลาแห่งความประทับใจนี่เอง ที่กลายเป็นที่มาของภาพยนตร์สารคดี เรื่อง 6 Weeks to Mother's Day


มาร์วินกับคุณกุ้งเคยร่วมชมภาพยนตร์ที่สามีภรรยาชาวฝรั่งเศสที่อุทิศตนช่วยเหลือและสร้างโรงเรียนให้เด็ก ๆ ในประเทศกัมพูชา ชื่อ Les Papites มาร์วินบอกว่าเรื่องราว แบบ Great White Hope แบบนี้มันมีเยอะมากที่คนผิวขาวมาช่วยเหลือคนผิวสี หรือเรื่องราวของคนในประเทศร่ำรวยที่มาช่วยคนในประเทศยากจน 


แต่ที่หมู่บ้านเด็ก เขาเห็นสิ่งที่ต่างออกไป เขาได้เห็นคนไทยที่ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ช่วยกันดูแลสังคมของตนเอง อุทิศตนให้คนอื่นที่มีโอกาสน้อยกว่าตน


มาร์วินกลับมาหมู่บ้านเด็กอีกครั้ง  เริ่มหาข้อมูลและสัมภาษณ์คนในหมู่บ้านเด็กอย่างจริงจัง


มาร์วินทราบว่าทุกปีในวันแม่ พวกเด็กที่จบจากโรงเรียนไปแล้ว รวมทั้งครูเก่าที่ออกไปแล้วจะกลับมาที่โรงเรียนเพื่อมาหา "แม่แอ๊ว" ซึ่งเป็นครูใหญ่และผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนกับสามีและเพื่อน ๆ ของเขา เขาจึงวางแผนถ่ายทำสารคดีติดต่อกันเป็นเวลา ๖ สัปดาห์ ไปจนถึงวันแม่ 


นี่จึงเป็นที่มาของชื่อภาพยนตร์สารคดี
"6 Weeks to Mother's Day"


เขาตั้งใจจะถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตเด็ก ๆ หมู่บ้านเด็ก ให้เห็นว่าเด็กด้อยโอกาสในเมืองไทยก็มีทางเลือกที่จะมีชีวิตอย่างมีความสุข มีน้ำใจที่จะแบ่งปันให้คนอื่น และมีคนที่คอยช่วยเหลือพวกเขาอยู่อย่าง "แม่แอ๊ว" ครูใหญ่โรงเรียนที่เปรียบเสมือนแม่ของเด็ก ๆ ให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งที่งดงามของเมืองไทย


การทำหนังเรื่องนี้ มาร์วินเริ่มด้วยการระดมทุนผ่านอินเทอร์เน็ต (Crowfud จาก Indiegogo.com)โดยใช้งานศิลปะ งานบาติก เป็นสิ่งตอบแทนให้ผู้บริจาคเขาได้ เงินทุนมากพอที่จะถ่ายทําหนังตัวอย่าง เพื่อใช้ในการหาทุนเพิ่มจากคนรู้จักเพื่อน ๆ และคุณ Leslie Ann Farirshire จนได้ทุนราว ๓ แสนเหรียญ ซึ่งถือว่าน้อยมากในการทำภาพยนตร์ระดับนี้ 


มาร์วินบอกว่า เขาทำภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยใจรัก  ด้วยความรักในการถ่ายทอดเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เรื่องราวที่เขาพบเห็นและประทับใจ มากกว่าจะคำนึงถึงเรื่องเงิน 


เขาอยากให้ทุกคนทั่วโลกรู้จักโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ได้เห็นเรื่องราวของเด็ก ๆ และแม่แอ๊วและครูทุกคนที่อุทิศตน ช่วยกันดูแลเด็กกำพร้าและยากจน ให้พวกเขาได้มีโอกาสที่จะมีชีวิตใหม่


การถ่ายทำภาพยนตร์ครั้งนี้ ไม่ได้ง่ายดายนัก เพราะคนหมู่บ้านเด็กส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่เป็น คุณกุ้งจึงต้องทำหน้าที่เป็นล่ามให้อีกหนึ่งตำแหน่ง นอกเหนือจากที่เธอเป็นโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่แล้ว


ระหว่างถ่ายทำพวกเด็ก ๆ ดูจะตื่นเต้น พวกเขาจะเดินตามและอยากช่วยถ่ายทำ มาร์วินและคุณกุ้งจึงให้เด็กบางคนที่พอรู้ความมาช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกเด็ก ๆ สนุกสนานที่ได้ช่วยมาร์วินและเพื่อน ๆ และได้เรียนรู้การถ่ายทำสารคดีไปด้วย


มาร์วินกับคุณกุ้งและทีมงานต้องพักอยู่ที่หมู่บ้านเด็กหลายวัน บางครั้งก็ต้องกลับกรุงเทพฯ เพื่อไปตัดต่อที่ห้องตัดต่อและกลับมาถ่ายทำอีก ทั้งสองคนเทียวไปเทียวมา จนกลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของชุมชนหมู่บ้านเด็ก


มาร์วินกล่าวว่า ส่วนที่ดีที่สุดของการทำงานครั้งนี้ก็คือ เขารู้สึกหลงรักเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ที่นี่ เขาบอกว่า หมู่บ้านเด็กเป็นเสมือน Neverland  เขาสัมผัสได้ถึงความรักและการยอมรับ หมู่บ้านเด็กไม่เหมือนที่ไหนที่เขาเคยรู้จัก


6 Weeks to Mother's Day ถ่ายทำเสร็จในเดือนกันยายน ๒๕๖๐ หลังจากนั้นมาร์วินและคุณกุ้งนำไปตัดต่อและปรับแก้อีกหลายครั้งจนรู้สึกพอใจ และนำออกฉายตามงานเทศกาลภาพยนตร์ต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา และจะนำไปฉายอีกหลายประเทศทั่วโลก


๑๕ สิงหาคมนี้ มาร์วินนำภาพยนตร์ที่เขาทำมาฉายให้เด็ก ๆ หมู่บ้านเด็กดู เขาอยากให้เด็ก ๆ และผู้ใหญ่ในโรงเรียนหมู่บ้านเด็กและมูลนิธิเด็กได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้  ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเขาเอง



กานต์ ธงไชย
ผู้ช่วยบรรณาธิการ
ศิษย์คนแรกของหมู่บ้านเด็ก
๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๑

 

ปล .
กำหนดการฉายภาพยนตร์สารคดี "6Weeks to Mother's Day"
ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น ๕ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
วันพุธที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๑  เวลา ๑๕.๒๐ น.

 

#6 Weeks to Mother's Day

#มูลนิธิเด็ก
www.ffc.or.th

 


มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369


Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th