รายงานการดำเนินงานโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก
สถาบันการศึกษาทางเลือก มกราคม – ธันวาคม ๒๕๖๐

๑๙/๐๒/๒๕๖๑


รายงานการดำเนินงานโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก
สถาบันการศึกษาทางเลือก
มกราคม – ธันวาคม 2560


มีรายละเอียดดังนี้

ประชากรของโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก 

ปัจจุบันมีเด็ก 116 คน แยกเป็น เด็กชาย 64 คน เด็กหญิง 52 คน
พนักงานมีครูและครูอาชีพ นักสังคมฯ ธุรการ - การเงิน ห้องสมุด 23 คน
ครอบครัวช่างก่อสร้าง 5 ครอบครัว
เป็นช่างก่อสร้าง 5 คน ภรรยาทำงานรายชั่วโมง 4 คน
เด็กเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 45 คน
เด็กเรียนการศึกษานอกระบบโรงเรียน จำนวน 36 คน
เด็กเรียนต่อระดับมัธยมโรงเรียนในระบบ 11 คน
ระดับอุดมศึกษา (ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และปริญญาตรี) จำนวน 8 คน
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จำนวน 9 คน
เด็กฝึกงานข้างนอก จำนวน 5 คน
สภาพเด็กพิเศษ แยกประเภทตามพฤติกรรม ดังนี้

ก้าวร้าว 15 คน
สมาธิสั้น 10 คน
บกพร่องทางการเรียน 10 คน
พัฒนาการทางภาษาช้า 3 คน
ตาไม่ปกติ 5 คน
หูไม่ปกติ 1 คน

สภาพระดับเชาวน์ปัญญาหรือ IQ ของเด็กที่ตรวจพบ
จำนวน 36 คน IQ ต่ำ
ขึ้นทะเบียนคนพิการ 6 คน
ฉลาด 3 คน นอกนั้นปกติ



การจัดการศึกษาจึงต้องให้สอดคล้องและมุ่งพัฒนาเด็กที่มี IQ ต่ำกว่ามาตรฐาน บกพร่องทางการเรียนรู้ และสมาธิสั้น ก้าวร้าว ให้สามารถดูแลตนเองได้



การจัดโรงเรียนหมู่บ้านเด็กใช้แนวคิด ดังนี้

ระดับประถมศึกษา

ก. แนวคิดจิตวิทยาแบบโรงเรียนซัมเมอร์ฮิล

คือ พบว่าเด็กบางคนชอบคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ บางคนชอบภาษา บางคนชอบการแสดง และเราพบว่าเด็กบางคนผิดปกติ จึงนำไปพบจิตแพทย์และนักกายภาพบำบัด จึงพบว่าเด็กบางคนเรียนไม่ได้ (Learning Disability =LD ) แต่สนุกกับงานปั้น งานวาด งานเลี้ยงเด็กที่บ้านทานตะวัน ฯลฯ

กรณีเด็กที่มีปัญหาทางจิตวิทยา จะแก้ด้วยการใช้กระบวนการทางจิตวิทยา เช่น เด็กออทิสติก เด็กที่เป็น Trauma จิตแพทย์ดำเนินการรักษา หมู่บ้านเด็กทดลองเรียนผ่านศิลปะงานปั้น งานวาด งานทำของเล่นด้วยไม้ ว่ายน้ำ เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ทำสวนดอกไม้ และดนตรี

กรณีเด็กเป็น Hyper active จัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เล่นละคร 5 นาที ร้องเพลง 5 นาที เล่านิทาน ต่ออักษรเป็นคำ เป็นประโยค และเล่นอิสระ เป็นต้น แต่อยู่ในการดูแลของครูพี่เลี้ยง

การจัดห้องเรียนจึงต้องเน้นการยืดหยุ่น เนื้อหาหลากหลาย

ข. ใช้วิธีการแบบพุทธศาสนา 

ในการจัดสิ่งแวดล้อมที่เป็น “ปรโตโฆษะ” โดยครูและเด็กทำหน้าที่กัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน ในสภาโรงเรียนต่างฟังซึ่งกันและกัน จะบรรลุการแก้ปัญหาชุมชน จะเข้าใจว่าทั้งครูและเด็กต่างก็เก่งกันคนละด้าน ถ้าเอาแต่ละคนมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน ชุมชนหมู่บ้านเด็กจะยั่งยืน นี่คือหัวใจของการเรียนรู้ เด็กและครูปฏิบัติตามกฏกติกาของสภาโรงเรียน (ศีล 5) และสร้างประชาธิปไตยในโรงเรียนของเรา ครูและเจ้าหน้าที่ฟังเด็กพูด

ค. แนวคิดมอนเตสซอรี 

ครูต้องรู้จักพัฒนาการตามวัยของเด็กในระดับประถม เด็กบางคนต้องใช้อุปกรณ์เพื่อให้เข้าใจรูปธรรมก่อน นำไปสู่การเรียนนามธรรม และความรู้ที่สำคัญของชีวิตมี 5 หมวด คณิต ภาษา วัฒนธรรม ศิลปะ และการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันเป็นสังคม เรียนรู้การเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม

การพัฒนาสมองโดยใช้อุปกรณ์ เพื่อพัฒนาประสาทสัมผัสทั้ง 5 และสร้างสมาธิ ทำให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียน สนุกและเข้าใจง่าย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพิเศษ และรู้สึกว่าได้เล่น ได้เคลื่อนไหว มากกว่าการท่องจำ เด็กที่ปกติจะช่วยเหลือเด็กพิเศษ


ง. การเกษตร 

ใช้วิธีการเกษตรกรรมธรรมชาติของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ กับการเกษตรปลอดสาร ซึ่งมีฐานมาจากหลักคิดคล้ายคลึงกับซัมเมอร์ฮิล แทรกแซงธรรมชาติให้น้อยที่สุด เพราะธรรมชาติทำงานตลอดเวลา

ปัจจุบันหมู่บ้านเด็กมีแปลงเกษตร จำนวน 6 ไร่ เด็ก ครู และผู้ใหญ่ทุกคนต้องช่วยกันทำเกษตร เราจะปลูกทุกอย่างที่เรากิน และกินทุกอย่างที่ธรรมชาติสร้างให้ ที่นั่นมีผักพื้นบ้านที่เกิดขึ้นเอง แต่เดิมเราเข้าใจว่ามันคือหญ้า เราศึกษามัน ที่แท้มันคือยา

เลี้ยงไก่ไข่กินไข่ เลี้ยงปลาในโรงเรียน เรียนรู้การทำอาหารไก่และอาหารปลาปลอดสารเคมี



กรณีเด็กพิเศษ


นอกจากการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กพิเศษแล้ว ยังให้นักจิตวิทยาของมูลนิธิฯ มาคัดกรองและพาพบจิตแพทย์ ที่โรงพยาบาลศิริราช สถาบันจิตเวชเด็ก วัยรุ่นและเยาวชนรักษา แนะนำการทำกิจกรรมบำบัด การจัดห้องเรียน การจัดสิ่งแวดล้อม

ห้องเรียนการใช้มือที่เป็นห้องกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ห้องงานไม้ (ของเล่น), ห้องบาติก, ห้องงานประดิษฐ์, ห้องงานแปรรูปกระดาษ, ห้องเฟอร์นิเจอร์, ห้องดนตรี, ห้องอบขนม

นอกจากนี้ ยังเรียนเทควันโด และลูกเสือเสริม เพื่อสร้างวินัย สร้างกล้ามเนื้อที่บกพร่อง และการเขียนแผนผังและแผนที่



ระดับมัธยม 


ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ภาคประชาชนจัดการศึกษาในรูปแบบศูนย์การเรียน เด็กที่จบศูนย์การเรียนได้รับวุฒิการศึกษามีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชน

หมู่บ้านเด็กเปิดศูนย์การเรียนระดับมัธยมหลักสูตรสัมมาอาชีพ แบบบูรณาการ เนื้อหา ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม (พลังงานแสงอาทิตย์, ระบบนิเวศน์และห่วงโซ่อาหาร, อาหารปลอดภัย) เศรษฐกิจพอเพียง (สันโดษและลดโลภ, รายได้/ ลดรายจ่าย, รายรับจากการทำงาน, วางแผนการเงิน, หนี้และดอกเบี้ย)

การใช้พลังงานในโรงเรียน ใช้พลังงานจากไฟฟ้าเพื่อการอยู่อาศัยและพลังงานแสงอาทิตย์ ในการสร้างงานและผลผลิต เช่น สูบน้ำทำเกษตร ใช้กับเครื่องมือทำเฟอร์นิเจอร์ ใช้กับเครื่องสีข้าว ใช้กับเครื่องมือทำกระดาษสา ใช้กับเตาอบขนม ใช้กับตู้เย็นในครัว ใช้กับห้องธุรการและบัญชี ใช้กับบ้านรับแขก ใช้กับบ้านเด็ก 11 หลัง ใช้กับห้องเรียน 9 ห้อง ใช้กับห้องเรียนคอมพิวเตอร์ และใช้กับอาคารการทำงานทุกอาคาร ทำให้ในปี 2560 ค่าไฟทั้งปีน้อยกว่าปี 2559 ถึง 114,338.32 บาท


แผนงานระดับขยายผลของมัธยม คือ การมีรายได้จากผลผลิตของเรามาเป็นต้นทุนหมุนเวียน




บทบาทของโรงเรียนหมู่บ้านเด็กกับการสร้างเครือข่าย

1. เป็นศูนย์กลางการศึกษาทางเลือก ที่พยายามทำให้สังคมไทยเข้าใจคำนี้

2. เป็นศูนย์กลางเครือข่ายการศึกษาบ้านเรียน (Home School) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 600 กว่าครอบครัว ตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปี 2560 จดทะเบียนกับโรงเรียนหมู่บ้านเด็กและโรงเรียนอื่น ๆ รวมถึงจดทะเบียนกับเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

ในปี 2560 จดทะเบียนกับโรงเรียนหมู่บ้านเด็กมี 63 ครอบครัว จำนวนเด็กรวมประมาณ 70 คน ในระดับ ป.1 ถึง ป. 6 และบางส่วนที่จบ ป. 6 แล้วจะมาร่วมการจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนมัธยม” ของหมู่บ้านเด็ก จำนวน 15 ครอบครัว เพื่อให้เด็กที่ผ่านการศึกษาของบ้านเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 มาเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาไปพร้อม ๆ กับเด็กของโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ซึ่งรับนักเรียนได้ 50 คนในระดับมัธยมต้น และอีก 50 คนในระดับมัธยมปลาย

3. มีเครือข่ายการศึกษาทางเลือกและโรงเรียนประชาธิปไตยในต่างประเทศ เช่น เกาหลี พม่า สิงค์โปร์ เยอรมัน เนปาล นิวยอร์ค

3.1 มีเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชนชนบทที่ห่างไกล 126 โรงเรียนที่เข้าโครงการตู้หนังสือในบ้านเด็ก มอบหนังสือให้เด็กพร้อมทั้งสร้างผู้นำการอ่านและบรรณารักษ์น้อย 1,097 คน

3.2 เป็นแหล่งเรียนรู้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กมีความสุขของนักศึกษาและครูทั่วประเทศตลอดปี และขยายผลสร้างองค์ความรู้เด็กพิเศษกับการจัดการเรียนรู้




นางรัชนี ธงไชย
19 กุมภาพันธ์ 2561

 


มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369




Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th