สัมภาษณ์ Marvin Blunte ผู้สร้างหนังสารคดี 6 Weeks to Mother’s Day
“สารคดีที่เสนอมุมมองใหม่ให้กับประเทศไทย” โดย วลัยพรรณ เกษทอง
๐๕/๐๒/๒๕๖๑



เราได้รับการแนะนำให้รู้จักกับหนังสารคดีเรื่อง 6 Weeks to Mother’s Day ซึ่งเป็นภาพยนต์สารคดีเกี่ยวกับหมู่บ้านเด็กในจังหวัดกาญจนบุรี หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างสั้นแนะนำภาพยนต์ทาง Youtube ทำให้เราสนใจที่จะสัมภาษณ์ผู้สร้างหนังสารคดีเรื่องนี้ และได้รับเกียรติจากคุณมาร์วิน บลันท์ (Marvin Blunte) ให้สัมภาษณ์เป็นส่วนตัวที่ร้านห้อยขาบนถนนซันเซทในบ่ายวันหนึ่ง



ช่วยเล่าความเป็นมาของคุณให้กับผู้อ่าน
?


ผมเกิดที่เมืองโทรอนโต้ ประเทศแคนาดา แล้วย้ายมาอยู่ที่เมืองไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วและเดินทางไปมาระหว่างไมอามี่ นิวยอร์คและแอลเอ แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่แอลเอถาวรแม้จะยังไปเยี่ยมหาครอบครัวที่ไมอามี่อยู่เสมอ



ใช้เวลาในการสร้างภาพยนต์สารคดีเรื่องนี้นานแค่ไหน
?


ถ้าคิดจากวันที่เริ่มเกิดไอเดียก็เป็นเวลากว่า 5 ปีเลยทีเดียว แต่สารคดีเรื่องนี้เราใช้เวลาในการถ่ายทำ 42 วันติดต่อกัน เราถึงได้ชื่อว่า 6 Weeks to Mother’s day จากนั้นเราก็ทำงานกันอย่างยาวนานมากกว่า 1 ปีในส่วนของ post-production โดยทำงานร่วมกับสตูดิโอที่กรุงเทพ ทำให้ได้ภาพยนต์สารคดีความยาว 90 นาทีซึ่งเพิ่งทำเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา



ทำไมคุณถึงคิดที่จะสร้างหนังเกี่ยวกับประเทศไทย
?


เมื่อปี 2551 ผมได้เดินทางไปทำงานถ่ายทำรายการของ Travel Channel ซึ่งต้องเดินทางไปในเอเชียหลายประเทศ ซึ่งไทยก็เป็นประเทศหนึ่งและผมได้พบกับผู้ร่วมทำรายการท้องถิ่น หลังจากนั้น 1 ปีผมกลับไปประเทศไทยอีกเพื่อจะทำสารคดีอีกเรื่องเกี่ยวกับเอ็นจีโอ (องค์กรไม่แสวงหากำไร) ก็ได้พบกับพี่กุ้ง ลดาวัลย์ ซึ่งเธอได้ให้รายชื่อของเอ็นจีโอที่จะไปติดต่อเพื่อขอทำสารคดีมาจำนวนหนึ่ง โดยหมู่บ้านเด็กซึ่งเป็นที่ถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้เป็นองค์กรที่มีชื่ออยู่ในลำดับท้ายของรายชื่อนั้นและในตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะไปถ่ายทำอะไรด้วยซ้ำ แต่เมื่อไปถึงแล้วผมพบถึงสิ่งที่ยอดเยี่ยมหลายอย่างมากทำให้เป็นที่มาของหนังเรื่องนี้


 

อะไรที่ทำให้คุณประทับใจเกี่ยวกับหมู่บ้านเด็กจนนำมาสร้างสารคดี?


เมื่อผมไปถึง เด็กที่นั่นก็ดูแลผมเป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีไม่กี่คนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีแต่ทุกคนก็เข้ามาคุยกับผม เด็กที่นั่นดูมีความสุข ช่วยเหลือตัวเองได้ พวกเขาเดินตามผมตลอดเวลา ทำให้ผมเป็นห่วงว่าพวกเด็กจะถูกคุณครูดุว่าไม่ไปเข้าห้องเรียน แต่เมื่อผมไปถามคุณครูกลับพบว่า นั่นคือรูปแบบการเรียนการสอนของหมู่บ้านเด็กที่ให้เด็กมีทางเลือก และเรียนรู้จากสิ่งรอบตัวมากกว่าเพียงแค่เรียนในห้องเรียนเหมือนการศึกษาทั่วไป

เด็กในหมู่บ้านเด็กบางคนก็เป็นเด็กกำพร้า บางคนก็เป็นเด็กที่พ่อแม่ต้องโทษคดี บางคนก็เป็นผู้ลี้ภัย แต่หมู่บ้านเด็กต้องการนำพวกเขามาอยู่ที่นี่เพื่อทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขามีทางเลือกและสามารถทำอะไรกับชีวิตได้ตามปรารถนา มีวันหนึ่งที่พวกเด็กได้รับแจกน้ำแข็งใส เขาเอามาแบ่งให้ผม ทำให้ผมตื่นเต้นมากที่ได้เห็นน้ำใจของเด็กพวกนี้ พวกเขาไม่ได้ร่ำรวยแต่เขารู้จักการแบ่งปัน ดังนั้นหลังจากผมกลับไปผมก็เริ่มหาข้อมูลและสัมภาษณ์คนเกี่ยวกับหมู่บ้านเด็กอย่างจริงจัง



ทำไมถึงเป็น 6 
weeks to mother’s day?


โรงเรียนนี้สอนให้เด็กเชื่อมั่นในตัวเองว่าพวกเขามีทางเลือก ทุกปีในวันแม่พวกเด็กที่ออกจากโรงเรียนไปแล้วจะกลับมาที่โรงเรียนแห่งนี้เพื่อมาหา “แม่แอ๊ว” ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ดังนั้นผมจึงถ่ายทำสารคดี 24 ชั่วโมงทุกวันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันแม่เพื่อแสดงถึงวัฒนธรรมของคนไทย ซึ่งในปีที่ถ่ายทำนี้ก็เป็นปีที่หมู่บ้านเด็กมีอายุครบ 35 ปี



คุณทราบไหมว่าเด็กที่จบจากโรงเรียนนี้แล้วไปทำงานอะไรกันบ้าง
?


เท่าที่ผมทราบ เด็กที่ออกจากโรงเรียนไปก็มีชีวิตที่หลากหลาย บางคนไปทำงานธนาคาร บางคนเป็นชาวนา บางคนก็มาเป็นครูสอนที่โรงเรียนต่อ บางคนก็ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย แต่มีอยู่เคสนึงที่น่าสนใจมากคือเป็นเด็กลี้ภัยชาวพม่า 3 คนซึ่งได้รับการช่วยเหลือขอวีซ่าลี้ภัยอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อตอนที่ผมนำภาพยนต์ไปฉายที่นิวยอร์คซิตี้และพวกเขาทราบจากทางเฟสบุค เขาก็ได้เดินทางกันมาพบกับ “แม่แอ๊ว” กันเลยทีเดียว



ภาพยนต์สารคดีนี้ได้ไปฉายแล้วที่ไหนบ้าง
?


จนขณะนี้ภาพยนต์นี้ได้ไปฉายที่นิวยอร์คซิตี้ในเทศกาล DOC NYC Film Festival เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมาและมีกำหนดที่จะฉายในเมืองอื่นทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นทั่วโลก ซึ่งในขณะนี้ยังรอการประกาศออกไปอย่างเป็นทางการโดยผู้จัดงานอยู่



คุณคาดหวังอะไรกับภาพยนต์สารคดีเรื่องนี้
?


ผมอยากให้คนมองเห็นประเทศไทยในมุมที่แตกต่างไปจากที่มักจะถูกนำเสนอโดยสื่อต่างชาติอื่นในทางลบ ผมคิดว่ามุมมองที่คนมองมาที่ประเทศไทยควรจะมีในด้านอื่นบ้าง และภาพยนต์เรื่องนี้ทำให้เห็นว่าเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในเมืองไทยก็มีทางเลือกที่เขาจะมีชีวิตได้อย่างมีความสุข เขามีน้ำใจที่จะแบ่งปัน มีคนที่ช่วยเหลือเขาอยู่อย่าง “แม่แอ๊ว” ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งเปรียบเสมือนแม่ของเด็กเหล่านี้

ภาพยนต์จากประเทศไทยไม่ค่อยได้มีโอกาสมาฉายในสหรัฐอเมริกาเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเทศกาลหนังดังนั้นหลังจากที่ผมได้ทำการตัดต่อเสร็จสิ้นในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ผมก็ได้นำเข้าไปฉายที่นิวยอร์คและขณะนี้ก็ได้ส่งเรื่องเขาไปเสนอฉายในเทศกาลอื่นรอบโลก โดยหวังว่าจะได้มาฉายที่แอลเอในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้



จะมีไปฉายที่ประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียหรือไม่
?


เรากำลังพิจารณาถึงช่วงเวลาที่จะเข้าไปฉายอยู่ เมืองไทยมีเทศกาล Bangkok Film Festival ในช่วงปลายปี แต่ผมก็อยากจะไปฉายในโอกาสพิเศษวันแม่ในช่วงเดือนสิงหาคมเหมือนกัน รวมทั้งกำลังติดต่อเพื่อนำเข้าไปฉายที่เกาหลีในเทศกาล Busan Film Festival ด้วย



ภาพยนต์เรื่องนี้ได้งบการสร้างจากที่ไหน
?


การสร้างหนังสารคดีไม่ได้ใช้เงินในการทำมากเท่าภาพยนต์ทั่วไป เพราะหลายอย่างผมก็ทำเอง สำหรับภาพยนต์เรื่องนี้เราใช้งบจากแหล่งส่วนตัวประมาณไม่ถึง 3 แสนเหรียญ เราทำด้วยใจรัก ความรักในการเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกมากกว่าคำนึงถึงเรื่องเงิน



ได้ข่าวว่าคุณมีโครงการจะไปที่เมืองไทย
?


ผมกำลังเดินทางไปเข้าร่วมงาน Asian Side of the Doc ซึ่งเป็นงานที่คนสร้างหนังสารคดีในเอเชียจะไปขายหนังกันที่งานซึ่งเปรียบเสมือเป็นตลาดหนัง งานนี้จัดที่กรุงเทพในช่วงวันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2561 ที่นั่นพี่กุ้ง ลดาวัลย์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังสารคดีก็จะเป็นผู้ประสานงานกับคนที่เมืองไทยด้วย และหลังจากเสร็จงานผมก็จะไปที่หมู่บ้านเด็กอีก



มีข่าวอะไรอื่นที่อยากจะบอกคนอ่านเสรีชัยเพิ่มเติมบ้าง
?


ผมได้ทำงานกับบริษัท Google ในส่วนที่เรียกว่า Google Expedition เพื่อนำเอาเนื้อหามาใส่ในเครื่องฉายภาพแบบมัลติมีเดียแบบพกพาที่เรียกว่า Google Viewer ซึ่งเป็นเหมือนกับแว่นตาควบคุมโดย iPad หรือมือถือที่มีตัวโปรแกรมซึ่งจะฉายภาพได้อีกที โดยการใช้เครื่องมือนี้เด็กสามารถเรียนรู้ถึงโลกกว้างในระบบมัลติมีเดียได้อย่างง่าย ผมได้ทำเนื้อหาเสร็จในรูปแบบภาษาอังกฤษแล้ว ส่วนรูปแบบภาษาไทยกำลังอยู่ในระหว่างการแปล และหากเมื่อเสร็จแล้วจะเป็นเนื้อหาภาษาไทยครั้งแรกใน Google Expedition เลยทีเดียว

ภาพยนต์สารดีเรื่อง 6 weeks to mother’s Day เป็นภาพยนต์ที่ถ่ายทอดมุมมองของประเทศไทยในเชิงบวก ซึ่งผู้อ่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมทางโซเชี่ยลมีเดียได้หลายช่องทางคือ


Website: http://www.6weekstomothersday.com/
Facebook: https://www.facebook.com/6weekstomothersday/ 
Twitter: https://twitter.com/6weekstomothers 
Instagram: https://www.instagram.com/6weekstomothersday/ 



โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เป็นโครงการในรูปแบบมูลนิธิตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2522 ที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นบ้านและโรงเรียนสำหรับเด็กด้อยโอกาส เช่น ถูกทารุณกรรม กำพร้า ถูกทอดทิ้ง ครอบครัวแตกแยกและยากจน มาอยู่ประจำกินนอนและรับการศึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น มี ศ.นพ. ประเวศ วะสี ประธานกรรมการมูลนิธิเด็ก ดำรงตำแหน่งเจ้าของโรงเรียนในนามมูลนิธิเด็ก มีนายพิภพ ธงไชย เป็นผู้ก่อตั้งและผู้จัดการ นางรัชนี ธงไชย หรือแม่แอ๊ว ซึ่งเป็นชื่อที่เด็กเรียก เป็นผู้อำนวยการ ชุมชนแห่งนี้สามารถรับเด็กได้สูงสุดจำนวน 250 คน สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.moobaandek.ac.th/ffcmbd/



ที่มา : http://www.sereechai.com/
สัมภาษณ์ Marvin Blunte ผู้สร้างหนังสารคดี 6 Weeks to Mother’s Day
“สารคดีที่เสนอมุมมองใหม่ให้กับประเทศไทย” โดย วลัยพรรณ เกษทอง



มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369


Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th