“ความจน” น่ากลัวกว่าที่คิด
โครงการพัฒนาครอบครัวคิดดี (KIDS DEE)
๑๒/๐๑/๒๕๖๑


 

“ความจน” น่ากลัวกว่าที่คิด

“ความจน” สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักรสชาติ ลำบาก อดอยาก ย่อมยากจะเข้าใจถึงความขมขื่น ว่าทำไม คนด้อยโอกาส คนรากหญ้า ที่มีกลิ่นไอความจนแทรกอยู่ในทุกอณูลมหายใจ จึงจำต้องอยู่กับมัน จนกลายเป็นความจำเจ จำทน และจำใจจะต้องอยู่กับความจนที่แฝงด้วยความกลัว แต่หนีไม่พ้น

 


"ยายน้อย” หญิงชราวัยเกือบเกษียณ ต้องกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวข้ามรุ่น รับเลี้ยงดูหลานสาวสองคน วัย ๔ ปีและ ๕ ปี เพราะ ทั้งพ่อและแม่ติดคุกตลอดชีวิต


ยายน้อยเป็นคนไร้บ้าน รับจ้างเฝ้าสวน เพื่อให้มีที่พักพิงกันฝนกันหนาวให้หลานๆ สมบัติชิ้นเดียวที่มีอยู่คือ รถซาเล้ง พ่วงข้าง พาหลานตระเวนเก็บของเก่ามาขาย จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุ รถซาเล้งถูกรถใหญ่ชน โชคดีที่หลานปลอดภัย ส่วนยายน้อยขาหักสองข้าง ต้องใส่เหล็กดามกระดูกนานเป็นปี ต้องฝืนปวดทำงาน จนแผลอักเสบ เดินเหินไม่ถนัด ขาลีบ สุดท้ายไม่ไหว ส่งหลานสาวทั้งสองมาอยู่บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก ที่ถนนพุทธมณฑล สาย ๔


มีคนรู้จักกันแนะนำว่า “เดินไม่ได้อย่างนี้ ไปให้หมอออกใบรับรอง ไปทำบัตรคนพิการ” จะได้เงินช่วยเหลือ เดือนละ ๘๐๐ บาท”


ยายน้อยอยากได้ "เบี้ยคนพิการ” มาก เวียนไปอ้อนวอนขอใบรับรองความพิการกับหมอ แต่หมอก็ไม่ยอมออกให้ เพราะหมอคิดว่าถ้ายายน้อยยอมผ่าตัด ก็จะเดินได้เป็นปกติ


แต่ยายน้อยไม่ยอมรักษา ยอมที่จะเป็นคนพิการ เพราะเงินแปดร้อยบาท จะเป็นเงินเก็บให้หลานเรียนหนังสือ เป็นค่าข้าวสาร ค่าไข่ หรือลงทุนทำขนมสอดไส้ ข้าวต้มมัด เร่ขาย เงินที่แกได้มาเพื่อลงทุน โดยไม่ต้องไปกู้เสียดอกเบี้ยรายวันร้อยละ ๒๐ จะทำให้แกค้าขายได้


ยายน้อย เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของชนชั้นรากหญ้า ที่ใช้ศักดิ์ศรีความเป็นคนเข้าแลกให้อยู่รอด


ต้องจำทน จำยอม เป็นคนพิการ เพราะกลัวความจน

******************************************************


“ป้าต๋อย” เป็นยายของหลานชายสองคนที่ถูกแยกจากกัน ให้คนเล็กมาอยู่ในบ้าน ทำงานโรงงานเย็บผ้าแห่งนี้ เกือบ ๓๐ ปี ตั้งแต่ค่าแรงขั้นต่ำ วันละ ๑๖๐ บาท ขยับขึ้นตามกฎหมายแรงงาน ๓๒๐ บาท ต่อวัน


ป้าต๋อยรักงานเย็บผ้า ใส่ใจในงานด้วยฝีมือประณีต ทำงานละเอียดรอบคอบ ขยัน รับผิดชอบสูง หัวอ่อน พูดน้อย ว่าง่าย ถูกใจนายจ้าง ด้วยเหตุนี้ ป้าต๋อยจึงเคยได้ขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิต ได้ไปสอนพนักงานที่โรงงานใหม่ในลาว จนเพื่อนๆ มองว่า เป็นคนโปรด แต่จนแล้วจนรอด “คนโปรด” ยังคงเป็นแค่ลูกจ้างรายวัน ที่ได้สิทธิประกันสังคม เป็นหลักประกันความมั่นคงของชีวิต ซึ่งยังทำให้ป้าต๋อยมั่นใจที่จะทำงานอยู่ที่นี่จนถึงทุกวันนี้ แม้จะเคยมีโรงงานคู่แข่งมาชวนไปทำงาน แต่ป้าต๋อยปฎิเสธไป


“ป้าไม่ไปหรอก อยู่ที่นี่มานานอย่างน้อยนายเขาก็น่าจะเห็นความดีและความซื่อสัตย์ของเราบ้าง”


จนเมื่ออายุ ๕๘ ปี จึงได้รู้ว่า ความเป็นคนเก่าคนแก่ที่ภักดีต่อนายจ้าง ไม่เคยมีคุณค่าในสายตา นายจ้างเริ่มกดดันด้วยการย้ายจากหัวหน้าช่างเย็บ เป็นคนพับเสื้อใส่ถุง แต่ป้าต๋อยก็พยายามอดทน แม้แต่จะลางานก็เป็นเรื่องผิด ถูกว่าประชดประชัน ให้อธิบายเหตุผลลา จนทำให้เป็นคนพูดน้อย หัวอ่อน ยอมจำนน ปล่อยให้ลูกสาวไปหาจิตแพทย์เอง (โดยปกติ จิตแพทย์จำเป็นต้องถามข้อมูลจากญาติมาประกอบการรักษา)


จนอาการหนักขึ้น ฟางเส้นสุดท้ายที่ลงบนหลังลาตัวนี้ คือ การบีบให้ลาออกเพื่อรับเงินเกษียณจากประกันสังคม ทั้งที่ป้าต๋อยยังไม่สมัครใจ เพราะมีภาระเรื่องลูก หลาน ผ่อนบ้าน และหนี้นอกระบบรายวัน


สำหรับป้าต๋อย เงินค่าแรงรายวัน ๓๒๐ บาท เป็นข้อผูกมัดให้ยอมจำนน หากินให้อยู่รอดไปวันๆ ไม่เหลือพอเก็บเป็นทุนสร้างความมั่นคงในชีวิต


เพราะความเปลี่ยนแปลง น่ากลัวเสมอสำหรับคนที่ไม่มีทุนเริ่มต้นอาชีพใหม่


ยายน้อยและป้าต๋อย คือกระจกสะท้อนชีวิตของคนจน กว่า ๕.๘ ล้านคนในประเทศนี้ ที่ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ไม่มีเงินเท่านั้น แต่ยังขาดโอกาส ที่จะก้าวพ้นจากความยากจน เพราะถูกพันธนาการด้วยความกลัว ให้ยอมจำนนต่ออำนาจ และยังคงเป็นเช่นนี้เสมอ


ศิวพร ถิระวันธุ์
หัวหน้าโครงการพัฒนาครอบครัวคิดดี (KIDS DEE)
มูลนิธิเด็ก ถนนพุทธมณฑล สาย ๔
โทร.02-814-1481
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐


ปล.โครงการพัฒนาครอบครัวคิดดี - KIDS DEE เป็นโครงการที่มูลนิธิเด็กคิดขึ้นมา เพื่อเชื่อมปัญหาครอบครัวเด็กกับเด็กที่ถูกนำมาอยู่บ้านทานตะวัน - บ้านเด็กแรกเกิด ที่ยากจนและถูกทารุณกรรม

การเชื่อมโยงนี้ เพื่อให้คนทำงานรู้ว่า พฤติกรรมเด็กที่แสดงออกนั้น มีส่วนที่มาจากสิ่งแวดล้อมในบ้าน และวิธีการเลี้ยงดูของพ่อหรือแม่ ของปู่ย่าตายาย เพื่อเราจะได้แก้ปัญหาที่ติดตัวเด็กมา


เพราะเราเชื่อว่า "เด็กไม่ใช่คนเลวร้าย” แต่ที่เป็นเช่นนั้น เกิดจากสิ่งแวดล้อมกับการเลี้ยงดู จะต้องแก้ไขไปถึงจิตวิทยาภายใน ที่มาจากต้นเหตุของการเลี้ยงดู และเพื่อให้สังคมเชื่อมโยงปัญหาเด็กกับการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ได้ จะได้พัฒนาเด็กได้ถูกต้องต่อไป


เราเลือกคุณศิวพร หรือ เอ๋ มาเป็นหัวหน้าโครงการฯ เพราะเธอมีประสบการณ์เรื่องเด็กยากจน มาไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี ทั้งเคยบริหารและดูแลเด็กในบ้านทานตะวัน


เอ๋ เป็นคนมีจิตใจดี รักเด็ก รักคนจน จะทำให้สามารถเชื่อมโยงปัญหาครอบครัวกับพฤติกรรมเด็กได้ดีกว่าคนอื่นๆ ในมูลนิธิเด็ก


พิภพ ๑๒/๑/๖๑

 


#มูลนิธิเด็ก
www.ffc.or.th


มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369



Share