ค่ายสร้างบรรณารักษ์น้อยสู่ชุมชน รายงานฉบับที่ ๒
โครงการตู้หนังสือในบ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก
๒/๑๐/๖๐



งานค่ายตู้หนังสือในบ้านเด็ก
รายงานฉบับที่ ๒
จาก"เล็ก อาสาสมัครงานวิจัยโครงการฯ"
๒ ต.ค.๖๐


คน_ค่าย -บท ๑

เพราะเชื่อในการอ่าน
กับตัวเองเริ่มอ่านจากการ์ตูนเล่มบาง "ตุ๊กตาและขายหัวเราะ" ถ้าใครเกิดทันเล่มละ ๓ บาท


อ่านให้ป๊า(พ่อ)ฟัง เพราะป๊าเป็นคนจีนที่ล่องเรือมาจากเกาะเล็กๆบนผืนแผ่นดินใหญ่ จึงอ่านหนังสือไทยไม่ได้ ชอบตอนที่อ่านแล้วป๊าไม่ขำ ต้องแปลไทยเป็นไทยจึงหัวเราะ


โตอีกนิด อ่านจากภาพปกสีสัน เนื้อหาสั้นๆ เล่มเล็กๆ คำสวยๆ(โชคดีในยุคสมัยที่เติบโต ร้านหนังสือไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาซื้อ) จนถูกบังคับให้อ่านในโรงเรียน "หนังสือนอกเวลา" อ่านเพื่อสอบ อ่านไปอ่านมา อ่านแล้วชอบ ขยับเป็นอ่านสิ่งที่อยากรู้ อ่านในสิ่งที่สร้างฝัน อ่านกวี อ่านเรื่องสั้น อ่านวรรณกรรมแปล แล้วก็อ่านโดยไม่ต้องเลือก


ที่ร่ายยาวมาจะเกี่ยวนำสิ่งที่จะเล่าต่อไปอีกก็เพียงเสี้ยว แต่ก็ร่ำอักษรไป เพื่อถ่ายทอดภาพ คน_ค่าย ในโอกาสที่ได้ร่วมกิจกรรม ผสมกับเก็บแบบทดสอบในงานวิจัย หาคำตอบ "ประสิทธิภาพของโครงการตู้หนังสือในบ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก" สู่การปฏิรูปการศึกษา

ในค่าย


ค่าย "สร้างบรรณรักษ์น้อย" โครงการตู้หนังสือในบ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก วันที่ ๒๙ ก.ย.-1 ต.ค.๖๐ ณ โรงเรียนบ้านหนองถ้ำ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง


มีน้องๆ นักเรียนที่ร่วมค่ายกับเรา ๖๐ ลมหายใจ จาก จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา อบอุ่นในช่วงวัย ป.๔ - ม.๓ เป็นเด็กที่ได้รับมอบตู้หนังสือและหนังสือจำนวน ๕๐ เล่มจากโครงการฯ(ดูรายละเอียดได้ที่ fb.โครงการตู้หนังสือในบ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก)


มีพี่ๆจากหมู่บ้านเด็กมาเป็นพี่เลี้ยง มีพนักงานของโครงการฯ มาสร้างสีสันมีวิทยากรมาเป็นผู้ใหญ่ใจดี เติมเต็มความรู้
และมี ^-^พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง^-^ มา???


ซึ่งทางค่ายใช้เครื่องมือหลายอย่าง เช่น เปิดคลิปสัมภาษณ์พี่จุ้ยกับแรงบันดาลใจในการเป็นนักเขียน เปิดเพลงที่พี่จุ้ยแต่ง สุดท้ายถามน้องๆ ชาวค่ายว่าร้องเพลง"อิ่มอุ่น"เป็นมั้ย พี่จุ้ยคนนี้ที่แต่งเนื้อร้อง-ทำนอง และร้องเองด้วย เลยได้ยินคำว่า "อ๋อ" ในทันใด


ขอพักชื่อพี่จุ้ยไว้เล่าท้ายสุด เพราะสุดท้ายคือ-ประเด็น-ที่อยากเล่านั่นเอง(แต่ด้วยต้องการให้เห็นภาพ คน_ค่าย ทั้งหมด)


วันที่๑ ของการเข้าค่าย
คงเหมือนกันทุกการจัดกิจกรรม ด้วยการลงทะเบียน แจกป้ายชื่อแบ่งตามสีปะปนต่างวัยต่างโรงเรียน บางที่ก็ตั้งคำถามเพื่อ? คำตอบ ออกจะเหมือนๆกัน คือให้เด็กได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้ปรับตัว และเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน (คงง่ายกับผู้จัดกิจกรรมด้วยไม่งั้นคุยกันยุ่ง อันนี้คิดเอง) แล้วตามด้วยพิธีเปิดแบบไม่ยืดเยื้อในค่ายนี้ มีคุณลุงใจดี อ.พิภพ ธงไชย "ที่เด็กๆ มูลนิธิเด็กเรียก พ่อเปี๊ยก" มาพูดคุยกับเยาวชนชาวค่ายถึง เป้าหมายของโครงการตู้หนังสือฯ


คุณลุงเล่าถึงตนเองตอนเด็กๆ ที่หาหนังสืออ่านยากมาก และลุงยังสงสัยว่าที่คนไทยอ่านหนังสือน้อยเพราะไม่ชอบอ่าน หรือไม่มีหนังสือดีดีให้อ่าน ลุงเลยเอาหนังสือพร้อมตู้มาไว้ที่บ้านเด็ก เด็กก็จะได้อ่าน แล้วลุงก็จะถามต่อว่าเด็กๆ อ่านมั้ย อ่านมากอ่านน้อย อ่านจบแล้วแบ่งเพื่อนบ้านอ่านหรือเปล่า และถ้าเด็กๆอยากได้หนังสือเพิ่มให้บอกลุง จะให้พนักงานโครงการไปเติมให้ที่บ้าน(เสียงเด็กๆ เฮ้ เบาๆ บางแววตาก็ฉาย มีตบมือค่อยๆ แบบไม่กล้า)


คุณลุงพิภพบอกต่อว่า ลุงไม่ใช่รวยอะไรมาจากไหน แต่มีผู้บริจาคทั่วประเทศที่สนับสนุนโครงการฯ นี้ เพราะอยากเห็นเด็กไทยอ่านหนังสือมากๆ หนังสือจะช่วยให้หนูๆ เป็นเด็กฉลาดรอบรู้

ลุงสรุปตรงที่ ถ้าเด็กคนไหนอ่านหนังสือหมดตู้แล้วต้องการเล่มไหน มูลนิธิเด็กจะให้เงินไปเลือกซื้อในงานสัปดาห์หนังสือ และถ้าใครอ่านเยอะจนเริ่มอยากเขียน มีโครงการประกวดนิทานของมูลนิธิเด็ก เด็กๆ ส่งมาประกวดได้เงินรางวัลชนะ พร้อมสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก จะตีพิมพ์เป็นหนังสือ เมื่อขายได้เจ้าของรางวัลจะได้รายได้จากการเขียนส่วนนี้ด้วย แต่ที่สำคัญคือเด็กๆ ได้เป็นนักเขียนรุ่นจิ๋ว ภูมิใจไปเลย


ช่วงเช้าของวันแรกในค่ายเป็นกิจกรรมสันทนาการ เพื่อเชื่อมโยงสมดุลสัมพันธภาพใหม่ให้กับเยาวชนชาวค่าย(อ.พิภพให้เลี่ยงคำว่า"ละลายพฤติกรรม") เด็กๆ ยังคงเล่นเกมส์อย่างเคอะเขิน ไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่ก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะ ดังลั่นไป)


ในช่วงบ่ายคือเนื้อหา ๔ ฐาน ที่จัดกิจกรรมแบบกระบวนการคิด สู่การสร้างบรรณารักษ์น้อย มีฐานแยกประเภทหนังสือ/ฐานจับประเด็น/ฐานฟัง คิด เขียน วิเคราะห์/ฐานคิดแบบกระบวนการกลุ่ม (คงไม่พูดถึงรายละเอียดและเนื้อหา เพราะเป็นเพียงผู้รอเก็บตัวอย่างแบบทดสอบงานวิจัย)


สิ่งที่ปรากฏในแต่ละฐาน เด็กไม่กล้าโต้ตอบพี่พี่ประจำฐาน แต่ด้วยกลวิถีใน ๔๐ นาทีของแต่ละฐานก่อนหมุนเวียนจนครบ ก็เริ่มได้ยินเสียงกันบ้าง มาก-น้อย ตามความเข้มของกิจกรรม


ภาพแห่งการเรียนรู้ แบบกระบวนการกลุ่ม ให้เกมส์ และคำถามนำพาความรู้สู่วิธีคิด วิเคราะห์ เห็นปัญหา สังเคราะห์แนวทางเพื่อแก้ปัญหา ทำให้ผู้เรียนรู้เข้าใจ จดจำ ได้เร็วกว่าที่ผู้มีความรู้เป็นผู้ให้ทางเดียว

ภาพแห่ง คน_ค่าย เมื่อหลายสิบปีก่อนก็ปรากฎ เพราะเราเองก็ถูกหล่อหลอมและเติบโตมาจากกระบวนการแบบนี้ การผลิตซ้ำด้วยกระบวนการคิด วิเคราะห์ มากกว่าท่องจำ จึงสำคัญในทุกๆ การเรียนรู้ ทุกๆ สถาบัน ทุกๆ องค์กร


คน_ค่าย ไม่สังกัดค่าย
เพาะ_รัก


ป.ล. บรรยากาศค่ายถูกสร้างด้วยการนำหนังสือมาวางไว้รอบๆ ภาพที่เห็นแม้ไม่ถึง 2% ของจำนวนชาวค่ายทั้งหมดที่หยิบหนังสือมาอ่าน แต่เราก็เห็นพอได้อิ่มใจ

อีก ป.ล.ที่ทำให้เรา-ผู้ทำค่ายมีพลัง คือ คุณครูที่พาเด็กๆ มาบอกกับเราว่า


กระทรวงมีแต่คำสั่งให้ทำนู้น นี่ นั่น แต่ไม่เคยมีตัวอย่างหรือบอกวิธีการ พอมาได้เห็นกระบวนการแบบนี้แล้ว ถึงได้รู้ว่าต้องจัดการเรียนรู้แบบนี้แหละ ที่จะพัฒนาเด็กได้ จึงขอให้เราช่วยสรุปวัตถุประสงค์แต่ละฐาน เนื้อหา และวิธีการให้เป็นเอกสาร (จึงจัดทำให้แล้วส่งทางเมล) คุณครูอยากนำไปจัดที่โรงเรียนของตน เราหวังว่าคุณครูจะได้หยิบมันไปต่อยอด


เล็ก - นักวิจัยโครงการตู้หนังสือในบ้านเด็ก
๒/๑๐/๖๐




#โครงการโรงเรียนผู้นำการอ่าน
#โครงการตู้หนังสือในบ้านเด็ก
#โครงการรถเข็นนิทาน
#มูลนิธิเด็ก
www.ffc.or.th


มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369

 

   
   
   
   
   
   
   
Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th