อ่านหนังสือช่วยได้....


ใครไม่อยากสมองฝ่อ ความจำเสื่อม หรือเป็นโรคอัลไซเมอร์ ยกมือขึ้น !!!
คำแนะนำไม่ยากเลย อ่านหนังสือซิค่ะ....ช่วยได้


เพราะการอ่านหนังสือช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง และกระบวนการคิดเป็นเหตุให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคความจำเสื่อม การอ่านช่วยให้สมองได้ทำงานอยู่ตลอดเวลา ยิ่งอ่านมากสมองก็จะบันทึกเก็บข้อมูลเรียบเรียงเป็นข้อมูลใหม่ ช่วยกระตุ้นความจำอยู่เสมอทำให้มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่าง ๆได้ดี การอ่านหนังสือยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย เพราะขณะอ่านเราจะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับหนังสือ ทำให้ลืมเรื่องที่กำลังเครียดหรือกังวลและยังทำให้เรารู้สึกสงบลง หรืออาจเปลี่ยนเป็นอารมณ์ดีขึ้นด้วย จากความบันเทิงที่ได้รับจากหนังสือ ดังนั้นเราจึงควรมาอ่านหนังสือกัน

ศาลาห้องสมุดพริ้งพวงแก้ว มูลนิธิเด็กตั้งอยู่ที่วัดบางประจันต์ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมบรรยากาศการอ่านแก่คนทุกเพศทุกวัยในชุมชน เพื่อหวังให้การอ่านสร้างการเรียนรู้ที่จะพัฒนากายจิตและปัญญาให้แก่เด็กเยาวชนและคนในชุมชน ให้เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ไปตลอดชีวิต จนเกิดเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง

กิจกรรมชวนกันอ่าน.....ที่ศาลาห้องสมุดพริ้งพวงแก้ว

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านแก่เด็กและเยาวชน ได้ใช้กระบวนการ เล่า คิด เล่น เขียน สู่การเรียนรู้ รวมถึงเชิญชวนให้มาอ่านหรือยืมหนังสือกลับบ้านเพื่อให้เด็กสนุกกับการอ่าน และผู้ใหญ่ได้สุขกับกิจกรรมยามว่างด้วยการอ่านเช่นกัน จากกิจกรรมดังกล่าวเราได้ค้นพบนักอ่านที่น่าสนใจ ซึ่งอาจทำให้เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ใส่ใจการอ่าน เห็นแบบอย่างแล้วต้องอึ้งกันทีเดียวอยากชวนมารู้จักนักอ่านของเราค่ะ

คุณป้าเสงี่ยม โลหะวรรณ วัย ๗๖ ปี เป็นสมาชิกท่านหนึ่งของศาลาห้องสมุดพริ้งพวงแก้ว ที่มายืมหนังสืออ่านเป็นประจำ คุณป้าเสงี่ยมมีบ้านพักอยู่ห่างจากศาลาห้องสมุดประมาณเกือบ ๑ กิโลเมตร เวลามายืมหนังสือต้องข้ามถนนเดินผ่านสวนมา แต่ระยะทางไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณป้านักอ่านของเรา ด้วยวัย ๗๖ ปี แล้ว คุณป้าเสงี่ยมยังดูแข็งแรง กระฉับกระเฉง สายตาดีไม่เป็นอุปสรรคต่อการอ่าน คุณป้าจะยืมหนังสือ ครั้งละ ๒ - ๓ เรื่อง แต่ละเรื่องเป็นนิยายเรื่องยาว ๒ เล่มจบ ยืมแต่ละครั้งก็ประมาณ ๖ เล่ม อ่านประมาณ ๒ สัปดาห์ ก็จะมาคืนและยืมเรื่องใหม่กลับไป เราลองมาดูเส้นทางของคุณป้านักอ่านกันว่าเริ่มขึ้นอย่างไร และทำไมหนังสือจึงเป็นอาหารใจอาหารสมองที่หล่อเลี้ยงความสุขของคุณป้ามาอย่างยาวนาน

“ฉันชอบอ่านหนังสือ ฉันเรียนหนังสือไม่เยอะหรอก
แต่ฉันอ่านคล่อง....อ่านเก่ง....เพราะฉันอ่านบ่อย”


คุณป้าเสงี่ยมเริ่มต้นเรียนชั้นประถม ๑ ตอนอายุ ๑๒ ปี สาเหตุที่เรียนช้า เพราะต้องช่วยงานพ่อแม่ คุณป้าเล่าว่า....ฉันเรียนหนังสือได้ ๒ ปีครึ่ง กำลังอยู่ ป.๓ ตอนนั้นอายุก็ได้ ๑๔ ปีกว่า ก็ต้องออกจากโรงเรียนเพราะพี่สาวอายุ ๑๕ แต่งงานออกเรือนไป ฉันลูกคนรองก็ต้องออกโรงเรียนมาเป็นกำลังสำคัญของพ่อแม่แทน ฉันชอบอ่านหนังสือ แต่ฉันเรียนหนังสือไม่เยอะหรอก ที่ฉันอ่านคล่อง อ่านเก่ง ก็เพราะฉันอ่านบ่อย ตอนเป็นเด็กเวลาฉันไปรับจ้างขึ้นหมาก ขึ้นมะพร้าว พอได้เงินมา ฉันก็แอบหนีพ่อแม่ลงเรือแดงไปที่ตลาดไปซื้อหนังสือมาอ่านฉันก็ซื้ออ่านของฉันมาเรื่อย อ่านเสร็จฉันก็ไปขายคืนที่ร้าน แล้วซื้อเล่มใหม่กลับมาอ่าน...ดูซิ ! ฉันขายคืนเล่มละ ๒ บาท มีคนมาซื้อต่อ เจ้าของร้านขายเล่มละ ๕ บาท ได้กำไรเห็น ๆ เลย ๓ บาท แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องซื้อไม่ต้องแลกคืนแล้ว มายืมอ่านที่ศาลาห้องสมุดนี่ล่ะ ฉันมาทำบุญที่วัดพอรู้ว่ามีห้องสมุดก็เลยเข้ามาดูเขาให้ยืมหนังสือได้ ฉันก็เลยยืมกลับไปอ่านห้องสมุดนี่อยู่ใกล้บ้านฉัน เดินมาประเดี๋ยวเดียวก็ถึง เมื่อก่อนจะอ่านหนังสือต้องไปไกลถึงในเมืองแน่ะ...

คุณป้าเสงี่ยมบอกว่า “การอ่านหนังสือให้ประโยชน์ในการมองเห็นตัวเอง เห็นคนอื่น เรื่องราวในหนังสือก็สะท้อนความเป็นคนนี่แหละ ทำให้เราได้รู้จักคน เห็นคนท่าทางอย่างนี้ เรื่องแบบนี้ มันก็ไม่ต่างจากหนังสือที่เราอ่านหรอก” เห็นคุณป้าเป็นนักอ่าน จึงอดไม่ได้ที่จะขอคำแนะนำถึงวิธีที่จะทำให้เด็กๆ รักการอ่านกันบ้างคุณป้าเสงี่ยมบอกว่า .... มันยากนะสมัยนี้เด็กไม่ชอบอ่านหรอก ชอบเล่นแต่เกมในมือถือกันทั้งนั้นล่ะ.....

จากคุณป้าเสงี่ยมเรามีนักอ่านอีกคนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

“ว่างไม่มีอะไรทำก็อ่านหนังสือ อ่านไปอ่านมาก็เลยชอบอ่าน”

ขวัญชัย บุญประสบ วัย ๒๙ ปี ทำงานเป็นลูกจ้างร้านปั๊มลม อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้วัดบางประจันต์ ในช่วงวัยเรียนขวัญชัยบอกว่า เขาเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ชอบเล่นกีฬาอย่างฟุตบอลมากกว่า แต่มาเริ่มชอบอ่านหนังสือตอนมีอาชีพขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เพราะมีช่วงเวลาว่างระหว่างรอผู้โดยสารขวัญชัยจะไปเช่าหนังสือการ์ตูนมาอ่าน และหลังเลิกขับรถกลับบ้านว่างไม่มีอะไรทำ ก็อ่านหนังสืออีก อ่านไปอ่านมาก็เลยชอบอ่าน ขวัญชัยได้สมัครเป็นสมาชิกร้านเช่าหนังสือ เสียค่าสมาชิกปีละ ๕๐ บาท ราคาเช่าเล่มละ ๒ บาท“วันหนึ่งผมเช่า๖ เล่ม เสียเงินวันละ ๑๒ บาท อ่านแป๊บเดียวก็จบแล้ว เดือนหนึ่งเสียค่าเช่าหนังสือเดือนละ ๒๐๐ – ๓๐๐ บาท ตั้งแต่มายืมหนังสือที่ศาลาห้องสมุดพริ้งพวงแก้ว ผมประหยัดเงินไปเยอะเลย ไม่ต้องเสียค่าเช่า ที่นี่มีหนังสือการ์ตูนเยอะมาก ผมชอบอ่านการ์ตูนที่มีรูปภาพ ตัวหนังสือใหญ่ ๆ ถ้ามีแต่ตัวหนังสือมองแล้วลายตา ผมชอบอ่านหนังสือประเภทกำลังภายใน การผจญภัยการใช้ชีวืตและการเอาตัวรอดจากภัยต่าง ๆ ทำให้ได้รู้วิธีการใช้ชีวิต”

ขวัญชัยชอบอ่านหนังสือก่อนนอน เขาบอกกับเราถึงสิ่งที่ได้จากการอ่าน ”การอ่านหนังสือช่วยผมได้เยอะ ปกติผมเป็นคนใจร้อนขี้โมโห มีเรื่องให้คิดให้ปวดหัวหลายอย่าง เรื่องงาน...เรื่องครอบครัว...พี่น้องเวลามีปัญหาอะไรผมจะเก็บไม่ค่อยพูด เวลาอ่านหนังสือจะทำให้ผมเพลิน ลืมเรื่องไม่สบายใจไปได้ ”

พักเที่ยงนี้ขวัญชัยแวะมายืมหนังสือ ๕ เล่ม เมื่อเลือกหนังสือที่ชอบได้แล้วขวัญชัยบอกว่าต้องรีบกลับ เพราะใกล้จะบ่ายโมง เดี๋ยวเถ้าแก่ว่าเอา ก่อนกลับขวัญชัยฝากเนื้อฝากตัว บอกกับเรา “ถ้าที่นี่ขาดเจ้าหน้าที่ดูแลห้องสมุด...บอกผมนะผมจะมาสมัครอยากทำงานที่นี่ จะได้นั่งอ่านหนังสือทั้งวันเลย” นี่คงเป็นความสุขของคนรักหนังสือ สุขจนอยากเข้ามานั่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือ และอ่านอย่างไม่รู้เบื่อกันเลยทีเดียว


คงเป็นเพียงตัวอย่างของนักอ่านสองท่าน ที่ใช้การอ่านเป็นการเรียนรู้และกระตุ้นสมองให้จดจำเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตที่ผ่านมาอย่างไม่หลงลืมเช่นคุณป้าเสงี่ยม และการสร้างความสุขให้แก่ตนเองของขวัญชัย ที่เลือกจะใช้หนังสือเพื่อการผ่อนคลายอารมณ์ซึ่งเราหวังว่าผลดีจากการอ่าน จะทำให้มีนักอ่านหน้าใหม่ที่เห็นคุณค่าของการอ่านเพิ่มขึ้น


โครงการศาลาห้องสมุดพริ้งพวงแก้ว มูลนิธิเด็ก
จรีวรรณ สาลีโภชน์




Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th