Share


"หมู่บ้านเด็ก-มูลนิธิเด็ก และโครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเด็กและชุมชน มูลนิธิเด็ก
กับการถักทอเครือข่ายเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้ จังหวัดกาญจนบุรี
ระดมสรรพกำลัง เพื่อความยั่งยืน"


ข้อ 1. เหตุผลหรือความจำเป็นต้องปฏิรูปการเรียนรู้ในจังหวัดกาญจนบุรี

สาเหตุมาจากอ.เดชรัตน์ สุขกำเนิด ได้ตั้งวงเล็ก ๆ คุยกันเรื่องจังหวัดกาญจนบุรี ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ใกล้วัดท่ามะขาม บ้านท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่าเราจะทำอะไรกันเพื่อคนเมืองกาญจน์ หมู่บ้านเด็กพูดถึงเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่แปรเปลี่ยนเป็นโรงชุมชน โดยใช้แนวทางการจัดการจากโรงเรียนหมู่บ้านเด็กที่เป็นโรงเรียนชุมชนพึ่งพาตนเองและโรงเรียนประชาธิปไตย เป็นต้นแบบ


จนกระทั่ง อ.เดชรัตน์ เอางานวิจัยจากสำนักงานพัฒนาแห่งสหประชาชาติมาชี้ปัญหาการศึกษาและคุณภาพชีวิตของคนเมืองกาญจน์ ในงานวิจัยบอกว่า การศึกษาเด็กเมืองกาญจน์มี IQ อยู่อันดับ 7 ของภาคตะวันตก ซึ่งมี 7 จังหวัด สุขภาพอยู่ในอันดับ 6 รายได้อยู่ในอันดับ 7 การมีส่วนร่วม อยู่ในอันดับ 3


สรุปดัชนีการพัฒนาคนอยู่ในอันดับ 7 ของภาคตะวันตก ถ้าเทียบทั้งประเทศ 76 จังหวัดอยู่ที่ 52

ต่อมาจึงตั้ง "สภาเมืองกาญจน์น่าอยู่" แล้วมาระดมความคิดว่า สภา ฯ จะทำเรื่องใดให้ดีขึ้นและเรื่องนั้นมีผลทำให้คนเมืองกาญจน์มีความสุข เราพูดถึง สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การสื่อสาร สังคม (มีเรื่องคนพิการและการศึกษา นางรัชนี ธงไชย ขอเพิ่มเรื่องเยาวชนและเด็ก โดยหวังผลว่าอนาคตต้องรับไม้ต่อจากคนรุ่นเรา) จากนั้นจึงหาเพื่อนเข้ามาร่วมในการคิด ในการทำ เพื่อนที่เสนอกัน มีข้าราชการจังหวัด ข้าราชการท้องถิ่น ข้าราชการการศึกษา คนทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชน


ได้คนคิดงาน หมู่บ้านเด็กเสนอชุมชนทางเลือกและพลังงานทางเลือก เกษตรทฤษฎีใหม่ในพระราชดำริ 1 ไร่ 1 แสน อ.เดชรัตน์ สนับสนุนเรื่องพลังงานทางเลือกในระบบการศึกษา เพื่อให้การศึกษาพาเด็กคิด เด็กรู้ เรื่องการพึ่งตนเองและจังหวัดจัดการตนเองผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ
คนทำงานในส่วนของข้าราชการท้องถิ่น 1 ในนั้นมีปลัดสถาปนา ธรรมโมรา ปลัด อบต.เขาโจด ผลักดันให้สภาเมืองกาญจน์น่าอยู่ นำเรื่องการศึกษามาเป็นประเด็นหลัก เพราะต้องการต่อยอดงานครูสอนดี แต่สภาเมืองกาญจน์น่าอยู่ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากหลากหลายกลุ่ม มีสภาหอการค้า ชมรมคนสูงวัย ชมรมคนพิการ คิดถึงความเป็นอยู่ของคนเมืองกาญจน์ด้านฐานะทางเศรษฐกิจ หรือทางอาชีพ ความเป็นอยู่ของคนสูงวัย ของคนพิการ … แต่สภาเมืองกาญจน์น่าอยู่ ต้องยุติเพราะทุนหมด


ปลัดสถาปนา ธรรมโมรา จึงประสานมาทาง สสค. เพื่อดำเนินงานต่อ จึงเสนอโครงการ "ถักทอเครือข่ายการเรียนรู้จังหวัดกาญจนบุรี" และคณะทำงานบางท่านจาก "สภาเมืองกาญจน์น่าอยู่" คิดจัดตั้ง "สภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี" เป็นองค์กรขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี


นางรัชนี ธงไชย ผอ.โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ใช้ทุนของมูลนิธิเด็ก นายสถาปนา ธรรมโมรา จาก อบต.ตำบลเขาโจด นายดิเรก พันธ์ภักดี จาก อบจ.กาญจนบุรี ผศ.สำราญ ขวัญเกื้อ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ได้มีโอกาสไปเรียนรู้การทำงานถักทอเครือข่ายของจังหวัดกระบี่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ข้อ 2. หาเพื่อนร่วมเดินทาง

องค์กรทำงานในการประสานงาน เชิญชวนแผนการอ่านของ สสส. มาเปิดงานส่งเสริมการอ่าน มีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มีเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 และเขต 3 และขยายไปสู่เขต 2 และเขต4 มีโรงเรียนสังกัดเทศบาลมาร่วม ศูนย์เด็กจากองค์กรปกครองส่วนตำบลยางม่วง อ.ท่ามะกา มาร่วมและมีการสร้างสัญญาด้วยวาจาว่าจะร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดกาญจนบุรี


มีการประชุม 3 ครั้งรวมถึงการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลและงานวิชาการ "การพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีด้วยการศึกษา" ของมูลนิธิเด็กที่หมู่บ้านเด็ก ภาคบ่ายได้มีการประชุมวางแผนการจัดตั้งคณะกรรมการสภาการศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เป็นประธาน และเชิญอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีผลงานดีเด่นในการบริหารโรงเรียน มาร่วมเป็นกรรมการ นางทิวาพร ศรีวรกุล เลขาธิการศูนย์การเรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติ และเป็นภูมิปัญญาของจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการขององค์กรพัฒนาเอกชนของสำนักงานส่วนจังหวัดกาญจนบุรีมาร่วมงาน


คณะทำงานมี ผศ.สำราญ ขวัญเกื้อ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฯ เป็นประธานฯ นางรัชนี ธงไชย ผอ.โรงเรียนการศึกษาทางเลือกและหัวหน้าโครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเด็กและชุมชน - มูลนิธิเด็ก เป็นคณะทำงาน นายสะอาด ทั่นเส็ง ผอ.กองการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นคณะทำงาน น.ส.ภัทรนันท์ เพิ่มพูล ผอ.โรงเรียนวัดเขานางสางหัว อ.เลาขวัญ เป็นคณะทำงาน นางณัฐมณฑ์ อุ่นมลฝ่ายวิชาการ อบต.ยางม่วง ซึ่งดูแลศูนย์เด็กเล็ก และประธานสภาเด็กจังหวัดกาญจนบุรี เป็นคณะทำงาน


การประชุมทั้ง 3 ครั้งรวมทั้งการเปิดตัว "สภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี" ในงานประจำปี "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" โดยใช้ชื่อกิจกรรม "กาญจนบุรีเมืองแห่งการอ่าน" ใช้ทุนจากโครงการปฏิรูปการศึกษา ฯ มูลนิธิเด็ก มีผู้เข้าร่วมประชุม ๆ หลายฝ่าย และในงานพบว่า


จากงานวิจัยระดับชาติกล่าวว่า "คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด" งานวิจัยนี้ชี้ว่าคนไทยไม่รักการอ่าน และหมายรวมถึงเด็กด้วย แต่ในงานสะพานข้ามแม่น้ำแควเรากลับได้ปรากฏการณ์ใหม่ เด็กชอบอ่านหนังสือนิทาน เราทำสถิติโดยซื้อหนังสือนิทานจากสำนักพิมพ์ในราคาพิมพ์ ใช้ทุนมูลนิธิเด็กจำนวน 500 เล่ม และจัดห้องสมุดในงานนี้ด้วย เรามีกติกาเล่นเกมส์การอ่าน มีอ่านนิทาน ถ้าทำกิจกรรมครบจะให้หนังสือนิทาน 1 เล่มเป็นรางวัล พบว่าหนังสือนิทาน 500 เล่มหมด เด็กมาขอหนังสือจากห้องสมุดกลับบ้านอีกประมาณ 100 เล่ม เป็น 600 เล่ม ต่อมา งานโคบาลที่ อ.เลาขวัญ กาญจนบุรี ซึ่งแต่เดิมมีแต่นำของนักเรียนมาขาย แต่คราวนี้เพิ่มกิจกรรม "กาญจนบุรีเมืองแห่งการอ่าน" เข้าไปพบว่า ได้รับการตอบดี มีหนังสือนิทานเข้าร่วมในโครงการ 100 เล่ม เราพบว่างานทั้งระดับจังหวัด และงานระดับอำเภอ เด็กชอบการอ่านหนังสือนิทานทั้ง 2 งาน เราจึงสรุปเบื้องต้นว่า เด็กชอบอ่านแต่ไม่มีหนังสือที่เหมาะกับเด็ก



ข้อ 3. ได้เพื่อน คิดงาน สนุกและเกิดไฟโชติช่วง งานคือเครื่องมือยึดโยงเพื่อนร่วมเติมไฟฝัน

ต่อมามีการประชุมกลุ่มต่าง ๆ 5 กลุ่ม เพื่อทำ SWOT และเดินหน้าทำงานกัน วิทยากรในการทำคือ ครู อ้อจากมูลนิธิสดศรี ฯ แต่ละกลุ่มสะท้อนภาพเมืองกาญจนบุรีทั้งด้านบวกและด้านลบ เพื่อให้เห็นแนวทางในการพัฒนาคน พัฒนาเยาวชน และพัฒนากาญจนบุรี จุดนี้เราได้เพื่อน คือ ผู้อำนวยการห้องสมุดแห่งชาติจังหวัดกาญจนบุรีเข้าร่วม


ข้อ 4. หาทุนทำงาน

ทุนของจังหวัดกาญจนบุรี คือ คนหรือภูมิปัญญา องค์กร หน่วยงานและเงิน

คนมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วะสี, นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, นายพิภพ ธงไชย, นางทิวาพร ศรีวรกุล, นายบุญส่ง จันทร์ส่องรัศมี

สถาบันอุดมศึกษามี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษากาญจนบุรี ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ

โครงการแผนการอ่าน สนับสนุนโดย สสส. โครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเด็กและชุมชนของมูลนิธิเด็ก โครงการโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก (ชุมชนเพื่อการพึ่งพาตนเอง) ชุมชนหนองสาหร่าย อ.พนมทวน (ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อการจัดการตนเอง)


เงิน เริ่มต้นการถักทอจาก สสค.
เงินทำ โครงการต่อยอดครูสอนดี จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี
เงินทำกิจกรรมที่ทำเพื่อสร้างความร่วมมือและสานสายใย ถัก ทอเครือข่ายเพื่อนเพื่อเป็น "สภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี" จากมูลนิธิเด็ก
เงินทำกิจกรรมค้นหาเยาวชนคนรักกาญจนบุรีที่ไม่อยู่ในระบบโรงเรียน จากสำนักงานส่วนจังหวัดกาญจนบุรี


ข้อ 5. ข้อค้นพบเมื่อทำงาน

ตอบคำถามสังคม
ข้อค้นพบครั้งแรกของการจัดกิจกรรมการรักการอ่าน ผู้บริหารประเทศไทยไม่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการรักการอ่านให้เด็ก ทั้ง ๆ ที่เด็กรักอ่านหนังสือ แต่หนังสือดี ๆ สำหรับเด็กกลับราคาแพงลิบลิ่ว จนโรงเรียน หน่วยงานและพ่อแม่ไม่มีหนทางซื้อให้เด็กได้

ทำไมเด็กไทยสังคมในเมืองกำลังเป็นสังคมก้มหน้า ตัวใครตัวมัน ไม่สังสรรค์กับใครแม้คนในครอบครัว ในหัวเมือง (ต่างอำเภอ) มักพบรักกันเร็วและกลายเป็นคุณพ่อคุณแม่วัยใส

ทำอย่างไร คุณภาพคนจังหวัดกาญจนบุรี จะปรับสูงขึ้นทุกข้อ คำถามเหล่านี้ต้องการคำตอบ สภาการศึกษากาญจนบุรี ต้องค้นคว้าในรูปของงานวิจัยเชิงปฏิบัติการและวิจัยเชิงคุณภาพ วิจัยเพื่อการพัฒนา

การถักทอเครือข่ายเพื่อทำงาน และต้องนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพคนของจังหวัดกาญจนบุรีจนผลลัพธ์คือปรับสูงขึ้นทุกข้อ

"อุปสรรคมีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีไว้ให้กลุ้ม"

นางรัชนี ธงไชย
วันที่ 6 พฤษภาคม 2557


Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th