แนวคิดปฏิรูปการศึกษา


หลักการ "เด็ก" เป็นตัวตั้ง สิ่งใดที่ทำให้เกิดอุปสรรคการพัฒนาเด็ก ยกเลิกให้หมด สร้างนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาการเด็กทุกคน เพื่อให้ความสามารถของเด็กพัฒนาตามความเก่งและความถนัดของเด็กตามธรรมชาติ
จัดการศึกษาให้เด็กมีความสุข และมีเสรีภาพในการเลือกเรียนรู้ด้วยตัวของเด็กเอง
จัดการศึกษาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง


กระจายอำนาจการศึกษา
จากกระทรวงศึกษา - จังหวัด - อำเภอ - ตำบล - โรงเรียน - พ่อแม่ - เด็ก เลิกรวมศูนย์การจัดการศึกษาและการผูกขาดการศึกษา โดยรัฐส่วนกลาง ให้ตัวเด็ก พ่อแม่ มีส่วนกำหนดการศึกษาของตนเองมากขึ้น วิธีการทำให้กระทรวงศึกษาเล็กลง มีบทบาทเฉพาะที่จำเป็น เพื่อเสริมส่วนที่ขาดทางการศึกษา เปิดให้มีส่วนร่วม 3 ส่วน
1. เด็ก พ่อแม่
2. ชุมชนหรือท้องถิ่น
3. ประเทศ

หลักสูตร แบ่งเป็น 3 ส่วน ในการศึกษาระดับต้น 4 ปี
หลักสูตรของเด็ก 30%
หลักสูตรของชุมชน 35%
หลักสูตรของประเทศ 35%

การศึกษาระดับกลาง 4 ปี ระดับปลาย 3 ปี และระดับอุดมศึกษา 4 ปี เพิ่มสัดส่วนที่หลักสูตรเด็กมากขึ้น ลดส่วนอื่นลงไป ตามความถนัดและความสนใจของเด็กและเยาวชน รูปแบบการศึกษาและปรัชญาการศึกษาให้มีหลายแบบ เกิดทางเลือกทางการศึกษาที่หลากหลาย เช่น
การศึกษาชุมชนและท้องถิ่น
การศึกษาในบ้าน ( Home School )
การศึกษาตามหลักปรัชญาหรือจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก
การศึกษาตามหลักแนวคิดศาสนธรรม ตามที่เด็กนับถือ

ผู้จัดการศึกษา
ให้ทุกคนทุกภาคส่วน มีสิทธิ์จัดการศึกษาเองได้ ตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ศาสนา


มาตรฐานการศึกษา

ให้มีมาตรฐานกลางที่ เด็ก โรงเรียน ชุมชน ประเทศ กำหนดร่วมกันและแตกต่างกันได้ เฉพาะความรู้พื้นฐานที่ใช้ดำรงชีวิตร่วมกัน ให้ตกลงกำหนดร่วมกัน


วันหยุด

ให้ท้องถิ่นกำหนด เป็นไปตามสภาพอากาศ อาชีพ ศาสนา


ครู

จบปริญญาตรีทุกสาขา แล้วเข้าเรียนปริญญาโททางการศึกษา ข้อดีจะได้คนที่มีฐานความรู้หลากหลาย หลักผลิตครูจะต้องให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมกำหนด

ค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
เรียนฟรีระดับประถมถึงปริญญาตรี ทุกรูปแบบการศึกษา จ่ายงบประมาณตรงไปที่เด็กให้มากที่สุด มีข้อเสนอจากนักวิชาการ ให้รูปแบบบัตรเครดิตไปที่เด็กและผู้ปกครองโดยตรง

ศูนย์การเรียน
มีศูนย์การเรียนที่ทันสมัยทุกตำบล ให้บริการไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง


เงินเดือนครู

ปรับให้สูงขึ้น และห้ามประกอบอาชีพอื่น นอกจากงานอดิเรกหรืองานอาสาสมัคร


การเรียนพิเศษ

ปรับใหม่หมด ห้ามครูประจำการสอนพิเศษ ให้สร้างองค์กรใหม่ๆ ในเรื่องการสอนพิเศษ โดยรัฐและชุมชนดูแล


ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็ก

ให้ใช้หลักการสิทธิเสรีภาพ ตามหลักสิทธิมนุษยชน ที่รัฐธรรมนูญกำหนด จะแก้เรื่องความสัมพันธ์แบบอำนาจนิยม ครูที่มีความรู้ สามารถอธิบาย หรือสอนความรู้เฉพาะได้แม่นยำ ครูที่มีหน้าที่ใหม่ คือ ประสานความรู้ทั่วโลกด้วยระบบ IT และส่งเสริมการค้นคว้าของศิษย์ ครูต้องเป็นนักอ่าน นักค้นคว้า นักจับประเด็น นักวิเคราะห์ นักสังเคราะห์ ครูต้องมีความรู้ทฤษฎี


สถานศึกษา

เปิดบริการชุมชน เช่น ห้องสมุด เครื่องมือ Social Media สนามกีฬา ห้องฝึกประกอบ วิชาชีพต่างๆ เปิด 16 ชั่วโมง หรือ 12 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้มีฝีมือ หรือมีความรู้ในท้องถิ่น สามารถเป็นครูได้

ห้องเรียน
ใช้โรงงาน ทุ่งนา วัด ศาสนสถาน เป็นห้องเรียน คือนำความรู้ออกนอกห้องเรียน ยกเลิกการให้เด็กออกจากโรงเรียน สถานศึกษาต้องดูแลเด็กที่เข้ากับระบบการศึกษาไม่ได้ โดยระดมผู้เชี่ยวชาญทุกด้านมาช่วยเด็ก เช่น นักจิตวิทยา ครูผู้มีความเชี่ยวชาญ โดยถือหลักว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็ก แต่อยู่ที่ขบวนการของสถานศึกษา

ประเด็นเพิ่ม
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

นายพิภพ ธงไชย
11 มีนาคม 2557

Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th