กิจกรรมสนุกที่ศาลาห้องสมุดพริ้งพวงแก้ว



หากการ ฟัง พูด อ่าน และ เขียน เป็นทักษะที่สำคัญต่อการเรียนรู้และการสื่อสารทำความเข้าใจกัน นั่นหมายถึงว่าทักษะเหล่านี้กำลังเป็นปัญหาอย่างยิ่งของเด็กในสังคมไทยปัจจุบัน เหตุเพราะเราพูดกันน้อยลง ไม่สนใจรับฟังกัน ไม่อ่านหนังสือ และเขียนหนังสือผิดๆ ถูกๆ อาจจะด้วยวิธีการเรียนการสอน หรือเป็นเพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ดึงเด็กออกห่างจากหนังสือ ไปสนใจเรียนรู้ผ่านเครื่องมือสื่อสารเสียส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะเห็นแต่คนก้มหน้าก้มตาขะมักเขม้นอยู่กับจอสี่เหลี่ยม ใช้นิ้วเขี่ยถูไถสไลด์ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว จึงทำให้ทักษะการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาไม่ได้รับการพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะเด็กเยาวชนในวัยเรียน


และหากสมมติฐานของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ว่า พฤติกรรมการอ่านหนังสือมีความสัมพันธ์กับคุณภาพประชากรและระดับการศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยชี้วัดศักยภาพการแข่งขันและฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ปัญหาเด็กไทยมีอัตราการอ่านลดลง เฉลี่ยเพียง ๒- ๕ เล่ม ต่อปี และน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ และเวียดนาม ซึ่งมีสถิติการอ่านหนังสือเฉลี่ย ๕๐-๖๐ เล่ม ต่อปี สอดคล้องกับผลสำรวจการศึกษาของไทยที่รั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน และมีแนวโน้มลดลงจากการสอบมาตรฐานต่าง ๆ ดังนั้นเด็กไทยจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

แล้วจะทำอย่างไรดี....ที่จะดึงเด็กให้มาอยู่กับตัวเอง ได้เรียนรู้ผ่านการอ่าน การฟังเรื่องเล่า และการพูดคุยแลกเปลี่ยนสื่อความคิดความรู้สึกถึงกัน ได้สบตาและฟังกันอย่างตั้งใจ

ในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา ศาลาห้องสมุดพริ้งพวงแก้วได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้แก่เด็ก ๆ ที่อยู่ในบริเวณรอบ วัดบางประจันต์ ตำบลลาดใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อกระตุ้นให้เด็กสนุกกับการอ่าน อันจะนำไปสู่การสร้างนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านคงไม่สนุกแน่ ถ้าจับให้เด็กๆ มานั่งอ่านหนังสือกันอย่างคร่ำเคร่ง ดังนั้นการส่งเสริมให้เด็กสนใจที่จะอ่านหนังสือ จึงต้องใช้กระบวนการเรียนรู้ ผ่านการทำกิจกรรมที่แฝงด้วยเรื่องการอ่านที่หลากหลายวิธี

กิจกรรมเกมสนุก ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและรู้จักกัน ให้ได้รู้สึกผ่อนคลาย และร่วมกิจกรรมอย่างมีความสุข

เราเริ่มกิจกรรมแนะนำตัวด้วยเกมใบ้คำทายชื่อ เพื่อฝึกให้เด็กได้ใช้ภาษา หรือสัญลักษณ์ คิดเชื่อมโยงสื่อความหมายชื่อของตนเอง และตามด้วยการให้เด็กแต่งประโยคคนละ ๑ ประโยค โดยร้อยประโยคของเพื่อนในกลุ่มทุกคนให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน เกมนี้เด็กต้องฝึกการฟัง เพื่อคิดสิ่งที่จะพูดต่อไปให้สัมพันธ์กับสิ่งที่ได้ฟังมา จึงเป็นช่วงเวลาที่เด็กต้องฟังอย่างตั้งใจ และต้องคิดด้วยว่าจะพูดอะไรต่อดี แล้วนิทานรอบวงหนึ่งเรื่องก็ได้เกิดขึ้นจากการประสานสามัคคีกันของเด็ก ๆ จากนั้นให้เด็กได้ฝึกเขียนนิทาน ๕ บรรทัด และวาดภาพประกอบนิทานเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่น่าภาคภูมิใจของตนเอง


กิจกรรมในวันต่อมาเป็นการฝึกอ่านจับใจความ โดยให้เด็กเลือกหนังสืออ่านคนละหนึ่งเล่ม แล้วเล่าเรื่องที่อ่านให้เพื่อนฟัง กิจกรรมนี้พบว่าเด็กมีปัญหาเรื่องการถ่ายทอดเรื่องราวเป็นอย่างมาก เด็กจะเล่าเรื่องตามที่จำหรือนึกขึ้นมาได้ อย่างไม่ปะติดปะต่อ จึงต้องใช้คำถามช่วยให้เด็กลำดับความคิด พูดคุยเล่าเรื่องอย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้เรื่องราวฟังสนุกและเข้าใจ


กิจกรรมการอ่านยังได้สอดแทรกงานศิลปะเพื่อให้เด็กได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ผ่านผลงานศิลปะ พร้อมแต่งคำกลอนที่มีสัมผัสง่าย ๆ ช่วยให้กิจกรรมการอ่านเป็นเรื่องที่สนุกมากขึ้น ซึ่งเด็กก็ชอบกิจกรรมนี้มาก เพราะได้ทดลองใช้สีฝุ่นในการสร้างภาพ และสนุกกับการสร้างคำให้สัมผัสคล้องจองกัน

 
เพราะฉันรักเธอ
สองเราผูกพัน
เธอจึงรักฉัน
ทั้งฉันและเธอ
  ทะเลสีคราม
มองเห็นเรือใบ
งดงามสดใส
แล่นไปแล่นมา
ด.ช.ธนากร โพธิบุตร อายุ ๑๔ ปี   ด.ช.ชลชาติ บุญมาก อายุ ๑๑ ปี

หลังการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการอ่านผ่านการฝึกทักษะ ฟัง พูด อ่าน และเขียน เด็กได้สะท้อนความรู้สึกในการเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นผลพลอยได้คือ “ได้ฝึกการแสดงออก กล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด รู้สึกสนุก และได้เพื่อนใหม่ ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้แสดงความคิดเห็น และปรึกษาช่วยเหลือกัน” ถือเป็นมิตรภาพดีๆ ที่เกิดขึ้น


นอกจากเด็กจะได้บอกเล่าความรู้สึกแล้ว ผู้ปกครองที่มานั่งสังเกตการณ์ดูเด็ก ๆ ทำกิจกรรม ก็ได้แสดงความคิดเห็นเช่นกัน “คิดว่าดีมาก ทำให้เด็กมีเวลาเล่นน้อยลง ได้ใช้เวลาอย่างมีค่า การมีกิจกรรมสนุก ๆ ทำให้เด็กอยากมาเรียนรู้ และรักการอ่านหนังสือมากขึ้น”

และเมื่อกิจกรรมตลอดหนึ่งสัปดาห์ได้จบลง พฤติกรรมการอ่านซึ่งครอบครัวได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น “เมื่อก่อนหลานฉันไม่เคยอ่านหนังสือเลย ตอนนี้เห็นเขาหยิบหนังสือมานั่งอ่าน” ซึ่งเด็กก็บอกว่า “อ่านแล้วสนุกดี ก็เลยอยากอ่าน” ถือเป็นการเริ่นต้นที่ทำให้เด็กหันมาสนใจหนังสือ และคงเป็นหน้าที่ของครอบครัว ที่จะกระตุ้นให้เด็กได้อ่านอย่างสม่ำเสมอ จนติดเป็นนิสัยในที่สุด


ซึ่งการสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ร่วมกันที่จะส่งเสริมการอ่านของเด็กก็เช่น การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง การพูดคุยเล่าเรื่องสนทนากัน หรือการเล่นกับลูกเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อสติปัญญาและอารมณ์ความรู้สึกของเด็ก

ศาลาห้องสมุดพริ้งพวงแก้วเป็นห้องสมุดเล็ก ๆ ที่ส่งเสริมให้เด็กและ คนในชุมชนได้มาใช้ประโยชน์จาการอ่านหนังสือ โดยประเภทหนังสือ มีทั้งเรื่องเกี่ยวกับประวัติบุคคลสำคัญ คู่มือการเลี้ยงดูเด็ก หนังสือแนวปรัชญาการศึกษา แนวคิดเพื่อการดำเนินชีวิต วรรณกรรมเด็กและเยาวชน นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่ หนังสือการ์ตูน และยังมีหนังสืออีก มากมายสำหรับใช้สืบค้นข้อมูลความรู้ หรือหนังสืออ่านเพื่อความบันเทิง ก็ล้วนแต่เป็นคุณค่าจากการอ่านทั้งสิ้น


ภาพ / เรื่อง
จรีวรรณ สาสีโภชน์ ....... มูลนิธิเด็ก
12/11/2556


Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th