เส้นทางสู่อิสรภาพ ของมนุษย์ชื่อ “เข้ม”
พิภพ ธงไชย
๒๔/๐๑/๖๒


 
 

เส้นทางสู่อิสรภาพ
ของมนุษย์ชื่อ “เข้ม”



เข้ม เด็กวัย ๑ ปี ๕ เดือน มาอยู่ที่บ้านทานตะวันเมื่อหลังแรกเกิด ๒๕ วัน เราจะใช้เป็นกรณีศึกษาจากฐานของปรัชญาหนังสือ ”สัญญาประชาคม - The Social Contract” ของ Jean Jacques Rousseau ที่ว่า “ธรรมชาติของมนุษย์ดีอยู่แล้ว แต่สังคมทำให้มนุษย์ไม่เสมอภาคกัน” หรือในประโยคที่มีชื่อเสียงว่า “มนุษย์นั้นเกิดมาเสรี แต่ถูกโซ่ตรวนของสังคมรัดรึงไว้ “



การที่เข้มถูกแม่นำมาทิ้งไว้ริมทาง แล้วถูกส่งตัวมาเลี้ยงดูที่บ้านทานตะวัน ซึ่งมีผู้ใหญ่แวดล้อมตัวเข้มกว่า ๒๐ คน และยังแวดล้อมด้วยเด็กเล็กในวัยเดียวกัน และต่างวัยอีก ๔๐ คน ยังเด็กอนุบาลอีก ๖๐ คน กับผู้ใหญ่ในโรงเรียนอนุบาล ๒๐ กว่าคน และคนอื่น ๆ ของมูลนิธิเด็กอีกกว่า ๓๐ คน บนพื้นที่ ๙ ไร่ ที่ถนนพุทธมณฑล สาย ๔

เข้มจึงอยู่ในสังคมที่ใหญ่มาก มากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน ถ้าเปรียบกับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีพ่อเลี้ยงและพี่สาวต่างบิดาอีก ๒ คน ที่เข้มต้องเข้าไปอยู่ด้วย ถ้าไม่มีเหตุผิดปกติเสียก่อน



เข้มเป็นเด็กฉลาดและต้องการอิสรภาพตามธรรมชาติของมนุษย์ และมีพลังพิเศษดังที่แพทย์หญิงมาเรีย มอนเตสซอรี่ ว่าไว้ในหนังสือ “จิตซึมซาบของเด็ก - The Absorbent Mind” ว่า



“เด็ก ๆ เหล่านี้มีพลังลึกลับซึ่งสามารถนำทางเราสู่อนาคตอันสดใสได้ และถ้าสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ คือโลกใบใหม่ การศึกษาจะต้องกำหนดเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของพลังที่ซ่อนเร้นนี้”



เพราะฉะนั้นหน้าที่ของผมกับแอ๊วจึงต้องจัดสิ่งแวดล้อม ที่ไปเสริมพลังที่ซ่อนเร้นของเข้มและเด็กทุกคนในบ้านทานตะวัน อนุบาล และหมู่บ้านเด็ก ได้พัฒนาไปอย่างเต็มที่ แต่การจะทำเช่นนั้นได้ ผู้ใหญ่รอบ ๆ ตัวเด็กต้องเลิกคิดว่าเด็กเป็นทรัพย์สินของตน ที่ตนจะทำอะไรก็ได้ เหมือนดังที่กวีผู้ยิ่งใหญ่ชาวเลบานอน Khalil Gibran กล่าวไว้ในบทกวี “The Prophet” ว่า



“your children are not your children.
They are sons and daughters of Life’s longing for itself.
They come through you but not from you.
And though they are with you yet they belong not to you.



นอกจากนั้น เราต้องมีความเชื่อมั่นว่า “เด็กนั้นเกิดมาพร้อมกับความเฉลียวฉลาดและมีความคิดที่ตรงกับความเป็นจริง และถ้าเราปล่อยให้เขาพัฒนาตัวเองอย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแนะนำหรือบังคับในเรื่องต่าง ๆ เขาจะสามารถพัฒนาตัวเขาเองไปได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ พูดอีกอย่างก็คือ ซัมเมอร์ฮิลเป็นที่ซึ่งคนมีความสามารถติดตัวมาแล้วอยากจะเป็นอะไรก็เป็นอย่างนั้น ถ้าเขาอยากเป็นนักปราชญ์ เขาก็จะเป็นนักปราชญ์ ในขณะที่คนที่เหมาะจะกวาดถนนก็กวาดถนน”



นี่เป็นคำพูดของ เอ.เอส.นีล ผู้ก่อตั้งโรงเรียน Summerhill ที่จะมีอายุครบ ๑๐๐ ปีในเร็ว ๆ นี้และในวันฉลองครบรอบร้อยปี จะมีการนำภาพยนตร์สารคดี 6 weeks to Mother’s Day ของโรงเรียนหมู่บ้านเด็กไปฉายด้วย



อิทธิพลความคิดของฌอง ฌาค รุสโซ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสและการศึกษายุคใหม่ ส่วน พ.ญ.มาเรีย มอนเตสซอรี่ ก่อให้เกิดการจัดโรงเรียน “มอนเตสซอรี่” ไปทั่วโลก สำหรับนาย เอ.เอส.นีล ผู้มีแนวคิด “การทำโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก” ที่เน้นเสรีภาพและความสุขของเด็ก ที่ชื่อ “Summerhill” กลายเป็นโรงเรียนเสรี ที่ปราศจากการใช้อำนาจ ที่เรียกว่า “Free School” หรือ “Democratic School” ในประเทศอังกฤษ และมีโรงเรียนแบบนี้ไปทั่วโลกเช่นกัน ส่วนบทกวี “ปรัชญาชีวิต” ของ ยิบราน เป็นการปรับทัศนคติเกี่ยวกับเด็กใหม่ ก่อให้เกิดอิสรภาพและเสรีภาพของเด็ก เป็นการปลดปล่อยเด็กจากโซ่ตรวนทางวัฒนธรรมอำนาจนิยม โดยชนชั้นที่มีอำนาจ และส่งต่อมาสู่พ่อแม่เด็ก



จริงอยู่ เมื่อโลกผ่านมา ๑๐๐ กว่าปี ได้ค้นพบความมหัศจรรย์ของมนุษย์มากมาย ตั้งแต่ความซับซ้อนของสมอง ยีน DNA สารเคมีในตัวมนุษย์ ทำให้เด็กมีความแตกต่างกันอย่างจำแนกได้ แต่เราก็มีความรู้ที่จะดูแลเด็กที่แตกต่างกันนี้ได้มากขึ้น ถึงกระนั้นก็ตาม ฐานคิดธรรมชาติมนุษย์เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ก็ยังเป็นฐานความรู้ที่พัฒนาเชื่อมกับการค้นพบใหม่เหล่านี้ได้



กลับมาที่เข้ม เด็กที่มาพร้อมกับความรักและเสรีภาพ ในท่ามกลางวงล้อมของเด็กและผู้ใหญ่รอบ ๆ ตัวเขา เข้มจะแสดงความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ยอมที่จะตกอยู่ภายใต้วงล้อมนั้น เพราะโชคดีที่แม่ของเข้มไม่ได้สร้างความกลัวให้กับเข้มในช่วง ๑๕ ชั่วโมงแรกก่อนนำลูกไปวางทิ้งไว้ที่กระต๊อบข้างทาง และเมื่อไปอยู่กับพยาบาล ด้วยความเป็นเด็กน่ารักน่าชัง ก็ได้รับความรักและความเอ็นดู มากกว่าความชิงชัง เมื่อเข้มมาอยู่ที่มูลนิธิเด็ก ที่เรามีปรัชญาการศึกษาและการเลี้ยงดูเด็กที่ให้เสรีภาพกับเด็ก เข้มก็ดูมีความสุขมาก



แต่ในส่วนลึกของจิตใจเข้ม ก็ยังมีความกลัวอยู่ กลัวว่าจะถูกทิ้งอีกเหมือน ๑๕ ชั่วโมงแรกที่ตัวหลุดจากวงแขนของแม่ การนอนรอที่กระต๊อบริมทางทำให้เกิดความรู้สึกขาดแม่ขาดพ่อ แล้วยังมาอยู่ในเตียงโรงพยาบาลอีกถึง ๒๕ วัน ประสบการณ์นี้จึงยังคงอยู่ในส่วนลึกของจิตใจเข้ม สังเกตได้ว่าถ้าเข้มถูกกอดในอ้อมอกของผู้ใหญ่ที่มีธรรมชาติของความเป็นแม่ เข้มจะรู้สึกอบอุ่นและติดผู้ใหญ่คนนั้น มืออันซุกซนจะล้วงหานมแม่ และยังต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยในตอนนอน โชคดีที่บ้านทานตะวันเรามีผู้ใหญ่ที่มีธรรมชาติของความเป็นแม่หลายคน



เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนกลางวัน เข้มก็แสดงออกถึงความต้องการอิสรภาพในการเคลื่อนไหว ในการเล่น ไปกับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ เราจึงต้องระมัดระวังที่ไม่ไปเสริมสภาพความกลัวให้กับเข้มเพิ่มขึ้นอีก เพียงให้เข้มเรียนรู้สิ่งที่เป็นอันตรายรอบ ๆ ตัวด้วยตัวเอง ซึ่งเข้มก็เรียนรู้ได้ไว เขาจะระมัดระวังที่ก้าวข้ามพื้นต่างระดับ หรือไหลตัวเองจากที่สูง และจะใช้หลังมือแตะถ้วยน้ำร้อน เพื่อดูว่าร้อนหรือเย็น ก่อนจะขอดื่ม



ขณะเดียวกัน เข้มก็พร้อมปรับตัวเข้ากับกิจกรรมใหม่ ๆ อย่างเช่นกิจกรรมดนตรีที่ครูฟางจากสถาบันดนตรีมหาวิทยาลัยมหิดล มาจัดกระบวนการพัฒนาโดยใช้ดนตรี ปรากฏว่าเข้มเข้าร่วมแล้วพัฒนาการมีส่วนร่วมเมื่อผ่านไปครั้งแรกได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจกติกาในการนั่งนิ่ง ๆ ฟังดนตรีที่เป็นการเล่นดนตรีสดของทีมงานครูฟาง



ในตอนกลางคืน ผมกับแอ๊วนำเข้มมานอนด้วย เพื่อให้เข้มรู้สึกว่ามีพ่อกับแม่นอนกับเขา ซึ่งเข้มชอบจะนอนเล่นกับแอ๊วจนหลับไปมากกว่านอนกับผม แต่เราก็รู้ว่าเข้มไม่ได้ต้องการแม่เท่านั้นแต่ต้องการพ่อด้วย ตอนหลังก็นอนหลับบนแขนผมได้



เราให้เข้มฟังดนตรีช่วงก่อนนอน เหมือนเด็กบ้านทานตะวันและเด็กอนุบาล เมื่อตื่นตอนเช้าก็ยังมีเสียงดนตรีรอบ ๆ ตัวอีกครั้งหนึ่ง เพราะเราเชื่อว่าดนตรีช่วยพัฒนาสมองและอารมณ์ความรู้สึกได้



เราตั้งใจให้เข้มโตขึ้นโดยปราศจากความกลัวให้มากที่สุด และให้พลังที่ซ่อนเร้นถูกพัฒนาเต็มที่ ตามที่นักคิดหลายท่านข้างต้นกล่าวไว้ แต่เราก็ยอมรับความจริงว่า เราคุมตัวแปรทั้งหมดไม่ได้ เข้มจึงต้องเรียนรู้จากผู้ใหญ่และเด็ก ๆ ที่ล้อมรอบตัวเขา แต่ความเป็นอิสระ ทำให้เข้มรู้จักปฏิเสธผู้ใหญ่ที่เขาไม่ต้องการ โดยการพูดว่า ไป ไป... บางครั้งลากเสียงยาว ปาย....พร้อมมือที่ผลักออก



นี่คือเข้มในวันนี้ วันที่เขามาอยู่กับเราได้ปีกว่าๆ แล้ว



พิภพ ธงไชย
เขียนที่บ้านพักบ้านทานตะวัน
๒๔ มกราคม ๒๕๖๒

 

 

 
 




#มูลนิธิเด็ก
www.ffc.or.th

มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369
Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th