Home School กับการก้าวเดินไปอีกก้าวหนึ่ง
พิภพ ธงไชย
๐๕/๐๓/๖๐


   


Home School กับการก้าวเดินไปอีกก้าวหนึ่ง

เมื่อสัปดาห์ก่อน หมู่บ้านเด็กได้ต้อนรับครอบครัว Home School ๕๐ กว่าครอบครัว ทั้งเด็ก ๆ และพ่อแม่ร่วม ๑๐๐ คน ซึ่งเป็นครั้งที่ ๒ ที่ครอบครัวเหล่านี้มาจัดกิจกรรมออกค่าย เพื่อแสดงผลการเรียนของลูก ๆ และแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มพ่อแม่ ที่จัดการศึกษาแบบ “โรงเรียนในบ้าน - Home School”


การต่อสู้เพื่อนำการจัดการศึกษามาอยู่ในมือประชาชน เริ่มเมื่อปี ๒๕๒๒  เมื่อผมรู้สึกว่า ระบบโรงเรียนไทย เป็นเครื่องมือของระบบการศึกษาไทย ที่ถูกควบคุมโดยรัฐไทย มุ่งให้ผู้เรียนยอมจำนนต่อเจตจำนงทางการเมือง - Political Will ของรัฐ นอกเหนือจากความรู้อื่น ๆ แล้ว สิ่งที่แอบซ่อนอยู่ในหลักสูตรและวิธีคิดของครูที่พร่ำสอนนักเรียน คือเรื่อง“แนวคิดทางการเมือง”

   


แต่พ่อแม่หลายคนที่แยกตัวออกมาทำ Home School อาจคิดเพียงว่า ระบบโรงเรียนและหลักสูตรที่เป็นอยู่ มันไม่ได้เรื่อง น่าจะทำเองกับลูกของตัวเอง น่าจะดีกว่า ยิ่งความรู้เรื่องการพัฒนามนุษย์สมัยใหม่ ไปไกลมาก จนระบบโรงเรียนและครูในโรงเรียนตามไม่ทัน ความเชื่อทางศาสนาก็คัดแต่พิธีกรรมให้เด็ก ๆ ปฏิบัติ ห่างไกลจากสัจธรรมที่มีอยู่ในศาสนานั้น ๆ


กรณีหมอโชติช่วง ที่ขอให้หมู่บ้านเด็กรับลูกเข้าเรียน เมื่อปี ๒๕๒๓  สมัยที่ผมตั้งโรงเรียนหมู่บ้านเด็กที่แควน้อย แต่ผมรับลูกเขาเข้าเรียนไม่ได้เพราะเป็นครอบครัวชนชั้นกลางที่ร่ำรวย แต่ก็เห็นด้วยกับเขาเรื่องระบบโรงเรียนที่ล้มเหลว แม้แต่โรงเรียนของนิกาย Seventh-day Adventist และแนวคิดเรื่องการศึกษาภาคบังคับ ที่บังคับให้เด็ก ๖ ขวบเข้าเรียนพร้อมกัน เรียนเหมือนกัน หลักสูตรเดียว ซึ่งหมู่บ้านเด็กได้รื้อระบบนี้ทั้งหมด โดยประกาศว่า “เราจะทำโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก ไม่ใช่ทำเด็กให้เหมาะกับโรงเรียน” ไปตามวัยและความเจริญเติบโตของเด็กที่แตกต่างกัน

   


ขณะเขียนเรื่องนี้ กำลังดูการถ่ายทอดสด “2018  90th Annual Academy Awards” เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของโลกมายา และดูการเมืองบนเวทีออสการ์เหมือนการเมืองในฟุตบอลประเพณี เสียดายที่ไม่มีการคุยกันในเรื่องนี้กับอาจารย์หนู - สกุล บุณยทัต ในคราวนี้


กับลูกของหมอโชติช่วง ได้ลงทะเบียนเป็นเด็กนักเรียนของหมู่บ้านเด็กแล้วให้ไปสอนเองที่บ้าน แล้วกลับมาสอบประจำภาคกับเด็กหมู่บ้านเด็ก ก่อนหน้านั้น เอ้ - ธาร ธงไชย ลูกชายคนเล็ก ก็ไม่ยอมเข้าเรียน จึงต้องให้ไปเรียนในบ้านที่บ้านนครปฐมกับย่า ที่เป็นครูเก่า แล้วกลับมาเรียนจนจบ ป.๖ ก่อนส่งไปเรียนในระบบ แล้วทนไม่ไหว จึงกลับมาเรียน กศน. จนจบ ม. ๖

แต่สมัยนี้ Home School เปลี่ยนไปเยอะ หลังจากที่แอ๊ว - รัชนี ธงไชย เข้าไปผลักดันกับกระทรวงศึกษาฯ จนได้ระเบียบกระทรวง กฎกระทรวง และ พรบ.จนไปปรากฎในรัฐธรรมนูญ เริ่มที่การศึกษาตามอัธยาศัย มาถึงการศึกษาทางเลือก และเสรีภาพในการเรียน เป็นลำดับ การต่อสู้ “การศึกษาทางเลือก - Alternative Education” โดยใช้งานของโรงเรียนหมู่บ้านเด็กเป็นยุทธศาสตร์ จากปี ๒๕๒๒  ถึงวันนี้ก็ร่วม ๔๐ ปี ยาวนานมาก

   


แต่ถึงแม้จะได้รับการยอมรับขนาดนี้ สิ่งที่ผู้ปกครอง Home School เจออุปสรรคคือ ควาามงี่เง่าของ ผอ.โรงเรียนต่าง ๆ และศึกษาธิการจังหวัด(เรียกตามแบบเก่า) ที่ไม่ยอมลงทะเบียนให้ จนนำไปฟ้องศาลปกครอง และชนะคดี กระทรวงศึกษาธิการคงรำคาญ เลยออกกฎให้ตั้ง “ศูนย์การเรียน” ได้ ตอนนี้ก็มีการรวมกลุ่มตั้งศูนย์การเรียนกันทั่วไป แม้แต่ที่หมู่บ้านเด็ก


บทเรียนนี้ คือบทสรุปถึงความล้มเหลวของการศึกษาไทย ว่าอยู่ที่ครูที่งี่เง่า ผอ.ที่งี่เง่า ผู้บริหารที่งี่เง่า และ รมต.ที่งี่เง่า ถ้าประชาชน พ่อแม่ไม่ลุกขึ้นสู้ เพื่อปลดปล่อยลูกหลานของตัวเอง ก็จะไม่มีวันนี้

   


ผมคุยกับพ่อแม่เหล่านี้ว่า ถ้ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ลงมาฟังความคิดเห็นทางการศึกษาของพ่อแม่ในโรงเรียนทางเลือกทุกคน จะได้ความคิดที่จะนำไปปฏิรูปการศึกษาทุกเรื่อง เพราะคนที่ตัดสินใจเอาลูกออกจากระบบการศึกษาที่ล้มเหลว ไปสู่ระบบการศึกษทางเลือก ย่อมเป็นคนที่มีสติปัญญาทางการศึกษาที่ดีที่สุด ดีกว่าคนในคณะกรรมการปฏิรูปฯ ทุกคน  ที่ไร้ทั้งสติปัญญา และความกล้าหาญทางจริยธรรม ที่จะคิดแบบแหวกแนวออกจากระบบการศึกษาที่งี่เง่า เด็ก ๆ เหล่านี้ ที่ผ่านการศึกษาทางเลือก จะกลายเป็นผู้นำของโลกใหม่ในอนาคต

ตอนหน้าจะคุยถึง มล.รุ่งคุณ กิติยากร ที่ตัดสินใจเอาลูกชายเข้าระบบ Home School รวมถึงผู้ปกครองคนอื่น ๆ ด้วย

พิภพ ธงไชย

FB : Pibhop Dhongchai

ในป่าธรรมชาติ หมู่บ้านเด็ก กาญจนบุรี

๕ มีนาคม ๒๕๖๑

   

ปล. ภาพประกอบ เป็นภาพชีวิตเด็กและพ่อแม่ ในงานประชุม Home School ในป่าธรรมชาติของหมู่บ้านเด็ก และภาพเล่นน้ำของเด็กในแม่น้ำแควใหญ่ เมื่อ ๒๕ กุมภาพันธ์ ปีนี้ และจบด้วยภาพแม่ของเด็กสองคนจากสุโขทัย ที่จบการเรียน Home School นำช่อดอกไม้มาขอบคุณแอ๊ว ที่ให้โอกาสครอบครัวพบทางเลือกใหม่ของการศึกษาที่งดงาม




#มูลนิธิเด็ก
www.ffc.or.th


มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369



 
Share