ส่งลูกเรียน Eng-program หรือ Inter
ต่างกันยังไง? แล้วต้องใช้เงินเท่าไร?

 

 
 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ การเลือกโรงเรียนให้ลูกมีชีวิตที่ดีมีความสุขนั้นมีความยากและละเอียดอ่อนพอๆ กับการเลี้ยงลูกให้เติบโตมาอย่างอบอุ่นเลยทีเดียว ลองนึกภาพว่าจากปกติที่ลูกอยู่กับพ่อแม่ตลอดเวลา ต้องออกจากบ้านไปอยู่กับคนที่ไม่ใช่ครอบครัว ไปอยู่ที่โรงเรียนถึงวันละ 7-8 ชั่วโมงหรือประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิตของลูกจะอยู่ที่โรงเรียน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจึงต้องมั่นใจว่า ได้เลือกโรงเรียนที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดให้กับลูก 



เพราะหากเลือกโรงเรียนผิด ไม่เพียงแต่ลูกอาจไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น แต่ยังอาจเป็นความทรงจำฝังใจลูกไปตลอดชีวิตเลยก็เป็นได้ นอกจากคุณภาพของโรงเรียนและหลักสูตรการสอนแล้ว คุณพ่อแม่มือใหม่หลายๆ คนสับสนระหว่างหลักสูตรภาษาอังกฤษกับหลักสูตรที่เป็นของต่างประเทศ หรืออินเตอร์



วันนี้ผมอยากจะอธิบายให้ทุกท่านเข้าใจชัดเจนไปเลยว่า ในความเป็นจริงแล้วหลักสูตรภาษาอังกฤษนั้นแตกต่าง และไม่มีความเหมือนกันกับหลักสูตรของโรงเรียนอินเตอร์เลยแม้แต่นิดเดียว ความแตกต่างมีอยู่ทั้งหมดกี่ประเด็นผมจะขอสรุปอธิบายไว้ในบทความนี้



เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านใดกำลังเตรียมหาโรงเรียน เปรียบเทียบระบบ จะได้เข้าใจอย่างถูกต้องว่าสิ่งที่ลูกของเราควรได้รับ และพ่อแม่ควรคาดหวังนั้นมีอะไรบ้าง?

ประเด็นที่ 1 – ค่าใช้จ่าย เตรียมเงินไว้เลยเพราะมีหลักแสนแน่นอน

ทั้ง Eng-program และ Inter ถือว่าเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีราคาสูงทั้งคู่ เพราะส่วนใหญ่แล้วมักจะมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำหลักแสนขึ้นไป โดยโรงเรียน Eng-program จะมีค่าใช้จ่ายต่อปีประมาณ 200,000-300,000 บาทต่อปี ตัวอย่างโรงเรียนที่เปิดการสอนเป็น Eng-program ก็เช่น อัสสัมชัญ, เซ็นโจเซฟคอนแวนต์, สาธิตเกษตรฯเป็นต้น



ถ้าเป็นโรงเรียนอินเตอร์มักจะมีค่าใช้จ่ายต่อปีเริ่มต้นที่ 300,000 บาทไปจนถึง 900,000
 ถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่า Eng-program 1-2 เท่า โรงเรียนในกลุ่มนี้ก็เช่น โชรส์เบอรรี่, ICS, SISB เป็นต้น ค่าใช้จ่ายระดับนี้ทำให้โรงเรียน Eng-program ดูเผินๆเหมือนเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพราะมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกันในราคาที่ย่อมเยา แต่ในความเป็นจริงแล้วโรงเรียนสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันในรายละเอียดเป็นอย่างมาก What you pay is what you get จริงๆ ครับ

 

 

ประเด็นที่ 2 – สัดส่วนนักเรียนต่างชาติ บรรยากาศอินเตอร์ที่หาไม่ได้ใน Eng-program

ปัจจัยสำคัญที่พ่อแม่หลายท่านมองข้ามคือสัดส่วนนักเรียนไทยเทียบนักเรียนต่างชาติในโรงเรียน โรงเรียนที่เป็น Eng-program เนื่องจากเป็นการต่อยอดมาจากโรงเรียนหลักสูตรภาษาไทยปกติ ดังนั้นนักเรียนที่เรียนส่วนใหญ่จึงเป็นคนไทย แทบไม่มีชาวต่างชาติเลย ดังนั้นแนวคิดแบบตะวันตก, สำเนียงการพูดภาษาอังกฤษรวมไปถึงความกล้าแสดงออกอาจมีไม่มากนัก



แต่ถ้าเป็นโรงเรียนอินเตอร์ บางโรงเรียนจะมีการควบคุมสัดส่วนนักเรียนไทยไว้อย่างจำกัด
 เพื่อให้บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นบรรยากาศที่มีความหลากหลายมากที่สุด บางที่ควบคุมจำนวนนักเรียนไทยไม่ให้เกิน 20% ดังนั้นถ้าอยากให้ลูกได้รับสิ่งแวดล้อมที่มีความแตกต่างจากคนต่างชาติต่างภาษา และพอมีกำลังจ่ายค่าเรียน โรงเรียนอินเตอร์ควรเป็นตัวเลือกอันดับแรก แต่ถ้าแค่อยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้โรงเรียน Eng-program ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีครับ

ประเด็นที่ 3 – มาตรฐานของครูผู้สอน อยากได้สไตล์ไทยหรืออังกฤษ?

แม้โรงเรียน Eng-program และโรงเรียนอินเตอร์จะมีการสอนเป็นภาษาอังกฤษและมีครูผู้สอนเป็นชาวต่างชาติเหมือนๆ กัน  แต่ส่วนใหญ่แล้วโรงเรียนที่เป็นอินเตอร์มักจะมีครูผู้สอนที่มีประกาศนียบัตร หรือจบการศึกษาด้านการเรียนการสอนจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมาโดยเฉพาะ ดังนั้นในเชิงเทคนิค หรือจิตวิทยาในการสอนเด็กต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่แล้วดีกว่าโรงเรียน Eng-program

ประเด็นที่ 4 – จำนวนชั่วโมงเรียนและคาบเรียน หลากหลายหรือเน้นๆ

ถ้าดูที่จำนวนชั่วโมงเรียนจะพบว่าโรงเรียน Eng-program และโรงเรียนอินเตอร์มีชั่วโมงเรียนที่ใกล้เคียงกันจึงอาจจะไม่มีความแตกต่างมากนัก สิ่งที่แตกต่างอย่างมีนัยยะคือจำนวนคาบเรียนในแต่ละวัน โรงเรียน Eng-program มีโครงสร้างคาบเรียนที่เหมือนกับโรงเรียนทั่วๆ ไปคือเรียน 7-8 วิชาต่อวัน



แต่ถ้าเป็นโรงเรียนอินเตอร์จำนวนคาบเรียนจะเหลือเพียง 4-5 คาบเรียนต่อวันเท่านั้น
 ตรงนี้แล้วแต่คนจะคิดแต่สำหรับผม ผมคิดว่าการโฟกัสกับการเรียนเป็นวิชาๆ ไปสำคัญกว่าจำนวนวิชาที่เรียนในแต่ละวัน ถ้าอยากให้ลูกเรียนเยอะๆ หลากหลาย Eng-program น่าจะดีกว่า แต่ถ้าอยากให้เรียนเน้นๆ แต่ไม่หลากหลายมากก็ควรเลือกโรงเรียนอินเตอร์ครับ

ประเด็นที่ 5 – จำนวนนักเรียน Eng-program

โรงเรียนอินเตอร์ส่วนใหญ่จะมีนักเรียนคลาสละ 15-20 คน ถ้าเป็น Eng-program ก็คล้ายๆ เดิมคือ 40-60 คน ส่วนนี้ผมเชียร์ฝั่งโรงเรียนอินเตอร์มากกว่า เพราะการเรียนที่ดีครูต้องมีเวลาที่จะดูแลเด็กให้ทั่วถึงมากกว่าครับ

 

 
 

ความแตกต่างที่ชัดเจนของทั้ง 2 หลักสูตร

นอกจากประเด็นในเชิงตัวเลขแล้วทั้งสองหลักสูตรยังมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน


โรงเรียน Eng-program
 เรียนเป็นหลักสูตรของกระทรวงศึกษาไทย ข้อดีก็คือถ้าคุณอยากให้ลูกโตขึ้นไปเรียนเป็นหมอจุฬา, ศิริราช หรือรามา การเรียนหลักสูตรของกระทรวงศึกษาไทยที่เน้นความรู้, ทฤษฎีปึ๊กๆ อาจจะทำให้มีโอกาสสอบติดหมอได้มากกว่าคนที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์มาแล้วอาจจะไม่แม่นทฤษฎีมากนัก



โรงเรียนอินเตอร์
 จะเหมาะที่สุดถ้าพ่อแม่คาดว่าจะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ เพราะการเรียนโรงเรียนอินเตอร์ส่วนใหญ่จะเรียนเป็นหลักสูตรต่างประเทศอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ, อเมริกา หรือสิงคโปร์ ทำให้การศึกษาต่อในต่างประเทศทำได้ง่ายและสะดวกกว่าคนที่เรียน Eng-program

เรียนแบบไหนมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า?

จากประสบการณ์ที่ผมอ่านประวัติและเรื่องราวของนักธุรกิจ คนดังต่างๆ มามาก ผมคิดว่าไม่ว่าจะจบโรงเรียนแบบไหนมาก็มีโอกาสประสบความสำเร็จไม่ต่างกันมากนัก ว่าตัวเด็กและพ่อแม่เองนี่แหละคือปัจจัยสำคัญ 70-80% ไม่ใช่หลักสูตรการเรียนหรือโรงเรียน



แต่ถ้าถามคำถามใหม่ว่าจะประสบความสำเร็จแบบไหน? การเรียน Eng-program อาจจะมีความเหมาะกับการทำงานในประเทศ เป็นผู้ประกอบการ แต่การเรียนอินเตอร์จะมีโอกาสได้ไปเรียนต่อมหา’ลัยดังๆ ทำงานต่างประเทศ ในบริษัทใหญ่ๆ ที่เป็นระดับโลกมากกว่า แต่นี่ก็เป็นเพียงประมาณการที่ประเมินจากอดีต



ในอนาคตหลายๆ อย่างอาจจะเปลี่ยนไป จะเรียน Eng-program หรืออินเตอร์อาจจะไม่ใช่ประเด็นที่มีใครยกขึ้นมาพูดอีกแล้วก็ได้ ในปัจจุบันนี้การเรียนก็สามารถทำได้ง่ายและหลากหลายแค่เปิดอินเตอร์เน็ตก็เรียนได้  สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรให้กับลูกอาจจะไม่ใช่ส่งไปเรียนโรงเรียนอะไร แต่เป็นการให้โอกาสลูกได้ลองและทุ่มเทกับสิ่งที่รักมากกว่าก็เป็นได้

 

 

 


เรื่อง/ภาพ ที่มา :
https://www.finnomena.com/

 

Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th