ลูกหัวช้า ทำอย่างไรจะช่วยลูกให้เป็นเลิศได้


อย่าไปย้ำว่าลูกหัวช้า ช่วยลูกพัฒนาดีกว่า

ความอดทนและความนุ่มนวลเป็นสิ่งสำคัญเมื่อคุณสอนเด็กหัวช้า แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกอาย คุณควรพยายามช่วยดึงศักยภาพที่แท้จริงในตัวลูกออกมาอย่างเต็มที่

การช่วยเด็กหัวช้าหาแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เด็กแต่ละคนก็เรียนรู้ได้ช้าเร็วและมีความถนัดในแต่ละด้านต่างกัน เด็กบางคนอ่านหนังสือได้ดี ในขณะที่บางคนอาจถนัดคิดเลข ซึ่งไม่ได้บ่งบอกว่าเด็กคนหนึ่งฉลาดกว่าเด็กอีกคน


เด็กบางคนอาจมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านการเคลื่อนไหว ความเข้าใจ และความจำ ช้ากว่าเด็กคนอื่น ซึ่งเราเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่า “เด็กหัวช้า” โดยส่วนตัวแล้ว ฉันไม่ชอบคำนี้เลย ฉันคิดว่าลำพังการเรียกเด็กด้วยคำต่าง ๆ ก็แย่พออยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงคำว่า “ช้า” ซึ่งเป็นคำที่ลดคุณค่าในตัวเด็กลง และยังไม่นับการบอกเขาว่า เขาไม่เก่งเหมือนเด็กคนอื่น ๆ อีก

ทั้งนี้ทั้งนั้น มีเด็กจำนวนหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเรียนมากกว่าเด็กอื่น ๆ เพื่อที่จะทำให้เขาเติบโตและเรียนรู้ได้ทันคนอื่น ๆ เราอาจสรุปว่าเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเหล่านี้เป็นเด็กหัวช้า แต่คุณควรระลึกไว้เสมอว่า ถ้าเราบอกคน ๆ หนึ่งว่าเขาเป็นเช่นนั้นเรื่อย ๆ สักวันเขาก็จะกลายเป็นแบบนั้นจริง ๆ

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกหัวช้า?

พ่อแม่และคุณครูอาจไม่สามารถรู้ได้ว่าจริง ๆ แล้ว เด็กหัวช้า เป็นเพราะเด็กไม่สามารถตามคนอื่น ๆ หรือเด็กไม่อยากตามคนอื่น ๆ กันแน่ เด็กที่ถูกเรียกว่า “เด็กหัวช้า” จะมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • มีพัฒนาการในช่วงแบเบาะช้ากว่าเด็กทั่วไป เช่น เริ่มคลานช้า เดินช้า พูดช้า ตบมือ กระโดด สบตาช้ากว่าเด็กอื่น ๆ
  • มีปัญหาด้านสมาธิ เด็กทุกคนมีสมาธิสั้นเป็นปกติ แต่เด็กที่ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานกว่า 2-3 นาที จำไม่ได้ว่าก่อนหน้านั้นกำลังทำอะไรอยู่ หรือไม่สามารถทำสิ่งนั้นซ้ำได้เองโดยไม่ต้องให้บอก อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ และต้องใช้การสอนแบบพิเศษ
  • ไม่สามารถทำความเข้าใจเรื่องง่าย ๆ และจำสิ่งที่เรียนมาไม่ได้ เป็นไปได้ว่าลูกคุณอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้
  • ชอบปลีกวิเวก หรือเข้าสังคมไม่เป็น เด็กหัวช้ามัก 1) รู้ตัวว่าตัวเองเรียนรู้ช้ากว่าเพื่อน หรือ 2) ถูกครูและ/หรือเพื่อนบอกว่าตัวเอง “ช้า” ซึ่งจะทำให้เด็กรู้สึกแปลกแยก บั่นทอนความมั่นใจ และอาจทำให้เด็กกลายเป็นเด็กมีปัญหาได้ แต่แทนที่เราจะมานั่งเครียดเรื่องนี้ เราควรหาวิธีที่จะแก้ไขข้อบกพร่องนี้ดีกว่า

หน้าที่ของพ่อแม่

ถ้าลูกของคุณมีปัญหาด้านการเรียนรู้ อย่าพยายามอธิบายหรือหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่มีอะไรต้องอาย อย่าทำให้ลูกรู้สึกด้อย ไม่สำคัญ และไม่เป็นที่รัก ถ้าลูกเป็นเด็กหัวช้า พยายามลดจังหวะการสอนลง อดทนและให้เวลาเขาเพื่อให้เขาได้พัฒนาอย่างเต็มที่ หาอุปกรณ์มาช่วยเสริมการเรียนและจัดสิ่งแวดล้อมให้เป็นมิตรต่อการเรียนรู้ที่สุด


จะช่วยอะไรลูกได้บ้าง?

  • จัดที่อ่านหนังสือ/ทำงานเงียบ ๆ ให้ เพราะสิ่งรบกวนเป็นอุปสรรคหลักของการเรียนรู้
  • ทำให้ชั่วโมงทำการบ้านสั้นลง ให้เหมาะกับช่วงสมาธิของลูก
  • ทำตัวให้เข้าถึงได้ ช่วยลูกทำการบ้าน แต่ไม่ได้หมายถึงคุณต้องทำการบ้านให้ลูก ช่วยแนะนำ และให้ลูกทำแบบฝึกหัดคล้าย ๆ กันหลาย ๆ ครั้ง ให้โจทย์เพิ่ม
  • ถามคำถามเช่น “คำนั้นแปลว่าอะไร?” “เข้าใจมั้ยว่าสิ่งนั้นคืออะไร?” “ทำไมถึงเลือกคำตอบนั้น?” เพื่อกระตุ้นให้ลูกคิด
  • อ่านหนังสือให้ลูกฟัง
  • อดทนและสม่ำเสมอ
  • อย่าให้ลูกยอมแพ้ ไม่ว่าจะกับการบ้านหรือตัวเอง ให้ลูกพักบ้างถ้าจำเป็นและกลับมาทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ
  • อย่าปกป้องลูกมากเกินไป การเรียกลูกว่า “ช้า” จะยิ่งทำให้เขาช้ากว่าเดิม อย่าบอกเขาว่าเขาไม่มีความสามารถ แต่พยายามช่วยเขาให้ทำสำเร็จ
  • คอยสนับสนุน พูดคุยกับคุณครู อย่าปล่อยให้ลูกตามหลังจนตามไม่ทัน
 
เรื่อง/ภาพ ที่มา :
https://th.theasianparent.com/ลูกหัวช้า-ทำอย่างไรจะช่วยลูกให้เป็นเลิศได้/2/
Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th