ดุเด็กอย่างไรให้ ถูกวิธี เห็นผลดีแน่นอน!


 


ใน การดุ หรือตำหนิลูก ของพ่อแม่นั้น ก็หวังเพื่อให้ลูกได้ รับรู้ และตระหนักในความผิด ความไม่ถูกต้องจากพฤติกรรมของตัวเอง เกิดการเรียนรู้และแก้ไขเพื่อไม่ ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ แต่การตำหนิลูกไม่ถูกวิธี อาจทำให้ลูกสูญเสียความเชื่อมั่น และคุณค่าในตัวเอง เป็นปมขัดแย้งในใจ เกิดพฤติกรรมต่อต้าน สัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่ลูกแย่ลงได้

และทุกครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ดุลูกไป เชื่อว่าต้องมีหลายคนที่จะรู้สึกไม่สบายใจ แต่ถึงอย่างไรในการอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดีได้นั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องยึดหลักที่ว่า ‘ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด’ เมื่อลูกน้อยเผลอทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นั่นก็เป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องคอยตักเตือนและชี้ทางที่ถูกที่ควร เพื่อให้เขาปรับปรุงตัว 


และเมื่อดุไปแล้ว หากอยากจะปลอบโยนลูก หรือขอโทษที่เสียงดังหรือเผลอกระทำลงไม้ลงมืออะไรไป ก็สามารถทำได้ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับวิธีการดุลูกและการปลอบลูกด้วยนะคะ

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วลองดูวิธีดุลูกอย่างเหมาะสมกันดีกว่าค่ะ ว่าคุณพ่อคุณแม่ควรดุลูก หรือทำอย่างไร เพื่อให้ลูกรับรู้ และเชื่อฟัง ในความผิดของตนเอง

1. อันดับแรกพ่อแม่ต้องปรับใจเป็นกลาง

เพราะเด็กๆ ทุกคน มีโอกาสทำผิดกันได้ทั้งนั้นประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กยังน้อย จะให้เก่ง รู้เรื่องไปหมดคงเป็นไปไม่ได้ตอนเราเป็นเด็กก็ยังเคยทำผิดมาก่อน อย่า เพิ่งอคติตั้งแง่กับลูกตั้งแต่เริ่มต้น

2. รับฟังเหตุผลในมุมมองของลูกจนจบ

อย่าเพิ่งไปมองว่าลูกโกหก หรือแก้ตัวน้ำขุ่นๆการที่เราสอดแทรก เปิดฉากดุว่าทันที และไม่เปิดใจรับฟังลูกจะคิดว่าเราไม่มีเหตุผล และจะไม่อยากอธิบายหรือเล่าให้เราฟังอีกในครั้งหลังๆ ยิ่งทำให้ลูกต่อ ต้านหนักกว่าเดิมได้

3. ควรดุลูกที่ “การกระทำ” ไม่ใช่ที่ “ตัวลูก”

เช่น ลูกพูดคำหยาบในบ้าน ควรตำหนิว่า “แม่ไม่ชอบที่ลูกพูดคำหยาบแบบนั้น” ไม่ควรตำหนิว่า “ลูกแย่มากที่พูดแบบนั้น” เพราะพฤติกรรมเป็นสิ่งที่แสดงออกมาภายนอกเมื่อพ่อแม่ตำหนิที่พฤติกรรมการ กระทำของลูก ก็หมายความว่าสิ่งนั้นๆ ที่ลูกทำไป คือสิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ ซึ่งไม่ได้แปลว่าพ่อแม่ไม่ยอมรับในตัวตนของลูก และพ่อแม่เองก็ยังรักลูกเหมือนเดิม


แต่การ ดุด่า หรือตำหนิที่ตัวลูกโดยตรง เช่น ลูกแย่มาก ลูกช่างไม่ได้เรื่อง โง่ น่าเกลียด ฯลฯ การกระทำของพ่อแม่แบบนี้ จะทำให้ลูกมองตัวตน (self) ของตัวเองว่าแย่ไปด้วย และนั้นจะไปลดทอนความมีคุณค่าในตัวเองของลูกลง จนสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง

ทางที่ดีคือพ่อแม่ควรตำหนิที่พฤติกรรมหรือการกระทำของลูก อย่างตรงไปตรงมาให้ชัดเจน ว่าสิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบคืออะไรนั่นเองนะคะ

4. ไม่ควรดุหรือตำหนิลูกต่อหน้าคนอื่น

เพราะนั้นจะยิ่งทำให้ลูกเสียหน้าขอให้คุณพ่อคุณแม่ถือคติที่ว่า “ชมบนหลังคา ด่าที่ใต้ถุน” กันนะคะ

5. ถามความคิดเห็นของลูก

เมื่อลูกทำผิด อย่ารีบเผลอไปตำหนิ หรือดุด่าว่ากล่าวแบบทันควัน แต่ให้พ่อแม่ใช้วิธีพูดคุยถามว่าถ้าเกิดกระทำผิดซ้ำ จะให้มีวิธีตักเตือนหรือลงโทษอย่างไร ให้ลูกได้คิด ถึงผลเสีย วิธีแก้ และการรับผิดชอบในความผิดนั้นๆ

6. ระวังเรื่องการใช้อารมณ์กับลูก

การตักเตือนลูกต้องทำอย่างเป็นมิตร หนักแน่นไม่จำเป็นต้องเกรี้ยวกราด โมโหใส่ลูกเพราะจะทำให้กระบวนการทั้งหมดไม่ประสบความสำเร็จ


สิ่งสำคัญอีกประการก็คือ การเข้าใจธรรมชาติของเด็ก ที่พ่อแม่ควรรู้ว่าลูกของเราเป็นเด็กอย่างไร ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุหรือไม่ หรือพื้นฐานเอาแต่ใจตัวเองหรือไม่ ถ้าพ่อแม่เข้าใจธรรมชาติของเด็ก การจัดการก็ต้องคำนึงถึงธรรมชาติของเด็กด้วย เป็นเทคนิคของคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องรู้ให้เท่าทันและมีไหวพริบให้เท่าทันลูก น้อยด้วย เพราะบางครั้งลูกของเราสองคน ทำผิดเรื่องเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้วิธีการลงโทษแบบเดียวกันแล้วจะได้ผลเหมือนกัน


และที่สำคัญอย่าลืมด้วยว่า การลงโทษทุกครั้ง ลูกจะรับรู้และสัมผัสได้ว่าการลงโทษของพ่อแม่ เป็นการลงโทษด้วยอารมณ์โกรธหรือความรัก เป็นการลงโทษด้วยอารมณ์ชั่ววูบหรือระงับโทสะไม่ได้ เพราะผลภายหลังของการลงโทษลูกจะกลายเป็นภาพฝังใจประทับตรึงใจเขาไปตลอดชีวิต




เรื่อง/ภาพ ที่มา :
amarinbabyandkids.com เพื่อลูกฉลาดและมีความสุข #
http://kruvoice.com/ดุเด็กอย่างไรให้-ถูกวิธ/

Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th