13 ความแตกต่างระหว่างการเรียนกับการทำงาน 4 ปีในมหา’ลัย VS 4 ปีแรกของวัยทำงาน มีอะไรที่เหมือนหรือต่างกันบ้าง ?


 

คงจะเคยได้ยินหรือเคยรู้สึกมาบ้างว่า ชีวิตวัยเรียนเป็นชีวิตที่สนุกกว่าวัยทำงานเสมอ อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก สนุกก็สนุกถึงขีดสุด นอกจากเรื่องเรียนก็ไม่ค่อยมีเรื่องอื่นใดให้รับผิดชอบมากมาย   เป็นเช่นนั้นจริงหรือ? มาดูกันว่าถ้าเทียบไทม์ไลน์ในระยะ 4 ปีเท่ากัน ระหว่าง 4 ปีในรั้วมหา’ลัย กับ 4 ปีที่เข้าสู่วัยทำงาน มีอะไรเหมือนหรือต่างบ้างในโลกของความเป็นจริง ?

 



 

1. ความสนุกในวัยเรียนและวัยทำงานเป็นคนละแบบกัน วัยเรียนก็สนุกที่ได้อยู่กับเพื่อน ใช้ชีวิตวัยรุ่นตอนปลายให้คุ้มค่าที่สุด สุดขีดสุด ๆ ในขณะที่วัยทำงานก็สนุกกับงาน สนุกกับการวางแผน สนุกกับหลายเรื่องที่เข้ามาใหม่ ๆ แต่เหตุที่โดยรวมแล้ววัยเรียนสนุกกว่า น่าจะเป็นเพราะว่าเป็นช่วงที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก (อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดเรื่องรายได้ เพราะมีคนส่งเสียให้อยู่แล้ว หรือไม่ก็มีเงินจากกองทุนกู้ยืมอยู่แล้ว)


2. ในวัยทำงานยังหนีไม่พ้นเรื่องการทดสอบ
หรือการแก้โจทย์แต่ละวัน ที่เหนือไปกว่านั้นคือ ต้องแก้โจทย์ที่คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะมาแบบไหน เช่น วันนี้จะได้เจอลูกค้าแบบไหน, เจ้านายจะอารมณ์ดีหรือไม่, งานวันนี้จะผ่านหรือไม่ ซึ่งต้อง “แก้ให้ได้” ไม่มีโอกาสให้แก้ตัวหรือสอบซ่อมเหมือนตอนเรียน บางบริษัทยังมีการประเมินประจำเดือนหรือประจำปีเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของ ตำแหน่งการงานอีกด้วย


3. เพื่อนในวัยเรียนกับเพื่อนในที่ทำงานแทบไม่ต่างกัน
ไม่ว่าจะการเริ่มต้นมองหา หรือการคบหากัน เพียงแต่เพื่อนในวัยทำงานค่อนข้างเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องระมัดระวังมากกว่า เพราะวัยนี้ใครก็ต่างคนต่างก็จริงจังกับภาระส่วนตัว ถ้าได้เพื่อนที่ดี ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งที่จะคอยส่งเสริมช่วยเหลือกันทั้งในเรื่องการงานและ เรื่องส่วนตัว แต่ถ้าได้เพื่อนแย่ บางทีอาจแย่มากจนขัดแข้งขัดขากันเองให้การงานเสียไปเลยก็ได้


4. ในวัยเรียน ถ้าไม่ชอบเพื่อนคนไหน ก็พอจะหลบได้
ไม่ชอบอาจารย์คนไหน ก็อาจย้ายเซคหนีได้ แต่ในการทำงาน เราจะต้องอยู่กับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานแต่ละชุด แต่ละวาระไปอีกยาววววว …


5. การโยกย้ายไม่ว่าจะเลื่อนตำแหน่งหรือเปลี่ยนงาน
เป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ เหมือนกับการต้องลงทะเบียนเรียน หรือจัดตารางสอบนั่นแหละ บอกไม่ได้ว่าอันไหนดีกว่ากัน จนกว่าจะผ่านเวลาไปสักพักถึงจะตอบได้ว่าอันไหนคือตัวเรา อันไหนไม่ใช่ตัวเราเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางคนจะเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่นจนกว่าจะเจออะไรที่ใช่ แล้วอยู่กันไปยาว ๆ แม้ว่างานที่ใช่นั่นผลตอบแทนจะไม่สูงมากก็ตาม

6. มุมมองความรักในวัยทำงานจะเป็นมุมมองที่โตขึ้น
เพราะเริ่มมองถึงอนาคตมากขึ้น ในวัยเรียนอย่างมากก็แค่เลิกกันแล้วหาใหม่ เป็นสีสันชีวิตกันไป แต่ในวัยทำงาน ถ้าจะมีใครสักคนเข้ามา นอกจากทัศนคติที่เข้ากันได้ก็ต้องมีบ้างที่มองไปถึงโปรไฟล์ที่มั่นคงกว่านี้ (อาชีพ, ฐานะ)


7. ในวัยเรียน ถ้าเสียใจมาก ๆ อาการหนักสุดก็แค่โดดเรียน
เดี๋ยวก็มีเพื่อนตามจิก แต่ในวัยทำงาน ด้วยภาระหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว ความเสียใจที่มีขึ้นจึงต้องสั้นที่สุด และเข้มแข็งให้มาก


8. ความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดในวัยทำงานคือ
เรื่องเกี่ยวกับชีวิตของคนรอบตัวที่เคยรู้จัก เพื่อนบางคนเริ่มแต่งงานแล้ว เพื่อนบางคนมีลูกแล้ว หรือแม้กระทั่งข่าวการเสียชีวิตก็จะเริ่มเห็นมาเรื่อย ๆ จนรู้สึกปลงมากขึ้น


9. เพราะวัยทำงานเป็นโลกนอกมหาวิทยาลัย
หลายเรื่องที่เคยรู้เคยเห็นจึงไม่เป็นอย่างที่เคยรู้เคยเห็นเสมอไป บางเรื่องที่เราเคยมองว่าแย่มาก ๆ ในวัยเรียน เมื่อเห็นโลกมากขึ้นก็จะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีในวัยเรียน เราเริ่มตั้งคำถามมากขึ้น จนรู้สึกไม่แน่ใจแล้วว่าที่เรียนมานั้นถูกต้องจริงหรือ ?


10. ในวัยเรียนอาจสนใจแค่ตำราและความบันเทิง
แต่ที่เพิ่มเติมมาในวัยทำงานก็คือ การติดตามข่าวสารที่จริงจังมากขึ้น เรื่องความบันเทิงอาจอยู่ในระดับที่ไม่มากมายเท่าปัญหาบ้านเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่ารายรับรายจ่ายที่เราเป็นอยู่ ส่วนหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจระดับประเทศด้วย


11. วัยเรียน โลกของเรามักมีเพื่อนเป็นใหญ่ ในขณะที่วัยทำงาน
เริ่มมองเห็นความสำคัญของครอบครัวเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะครอบครัวเดิมของตัวเอง หรือการออกไปสร้างครอบครัวใหม่ แต่ก็ใช่ว่าไม่ต้องการเพื่อนเสียเลย ตรงกันข้าม กลับรู้สึกเหงากว่าแต่ก่อน เพราะจะสุขจะทุกข์แต่ละทีก็หาเวลาตรงกันกับเพื่อนไม่ได้มากมายอะไร คนในครอบครัวนี่แหละใกล้สุดและดีที่สุดแล้ว


12. ในวัยทำงานเริ่มซีเรียสเรื่องการวางแผนทางการเงินมากขึ้น
ถึงขั้นกับวางแผนการลงทุนในส่วนต่าง ๆ เช่น ประกันสุขภาพ, กองทุนรวม, หุ้น, อสังหาริมทรัพย์ อะไรที่พอจะเป็นแหล่งรายได้ หูตาไวมากเท่าใด ยิ่งได้เปรียบมากเท่านั้น


13. วัยเรียนเป็นวัยที่เร่งวันเวลาให้เติบโตมากขึ้น ในขณะที่วัยทำงานเป็นวัยที่ต้องการใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่ามากขึ้น
เพราะจะมีสารพัดอย่างเข้าในความคิด ทั้งความรับผิดชอบในปัจจุบัน, สิ่งที่อยากทำแต่ไม่มีเวลาได้ทำซะที, สิ่งที่ต้องการจะวางแผนในอนาคต — 24 ชั่วโมงของวัยทำงานจึงดูเหมือนว่ามันน้อยเกินไปจริง ๆ     ไม่ว่าจะตอนนี้คุณเป็นใคร ทำอะไรอยู่ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่พึงระลึกไว้คือ “ความคุ้มค่าของชีวิต” ไม่มีประโยชน์ที่เราจะต้องเสียดายอดีต ไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” เป็นอันเพียงพอแล้ว : )


บทความดีดีจาก :https://www.jeeb.me/556?share



 



เรื่อง/ภาพ ที่มา :
http://kruvoice.com/13-ความแตกต่างระหว่างการ/

https://www.jeeb.me/556?share

Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th