เข้าโรงเรียน

 

วิภาวีให้ความสำคัญกับการเข้าโรงเรียนของลูก แต่ไม่ใช่ความคิดที่จะไปแย่งเข้าโรงเรียนดัง ๆ ทว่า อยากหาโรงเรียนที่พร้อมจะให้ลูกพัฒนาไปอย่างมีความสุข

วิภาวีเคยอ่านหนังสือ พาลูกรักเข้าเรียนอนุบาล จัดพิมพ์โดยนิตยสาร รักลูก ตอนหนึ่งในคำนำของสำนักพิมพ์ได้กล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า

“โรงเรียนอนุบาล” อันเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตนั้น เป็นได้ทั้งสถานที่ที่จะปลูกฝังความงาม ความดี และสติปัญญาให้แก่เด็ก ๆ หรือลูกของเรา แต่ในขณะเดียวกัน “โรงเรียนอนุบาล” ก็อาจเป็นฝันร้ายที่ประทับใจเด็กน้อย ให้เติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกเกลียดการศึกษาหลีกหนีสังคมได้เช่นกัน หากเด็ก ๆ ไม่ได้รับการเตรียมพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างเพียงพอก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล

นอกจากนั้นเธอยังได้อ่าน คอลัมน์ “ห้องแนะแนว” ของอาจารย์เกียรติวรรณ อมาตยกุล ในวารสาร วิทยาสารก้าวไกล จึงเขียนจดหมายไปถามเกี่ยวกับ
๑.  การสอนตามแนวนีโอฮิวแมนนีสกับการพัฒนาเด็กแบบมอนเตสซอรี เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ขณะนี้ โรงเรียนที่ใช้แนวการสอนทั้งสองแบบมีมากไหม แถบมีนบุรีมีบ้างไหม

๒. ถ้ามีความจำเป็นต้องให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่เน้นการสอนอ่านและเขียนในระดับอนุบาล เนื่องจากความจำเป็นในการเดินทาง ผู้ปกครองจะมีวิธีการใดบ้างที่จะเป็นการช่วยเหลือและส่งเสริมพัฒนาการต่าง ๆ ของเด็กอย่างรอบด้าน ให้เขามีความสุขในชีวิตและรักการเรียนรู้ไปตลอด

ท่านอาจารย์กรุณาให้คำตอบอย่างชัดเจน โดยตอบติดต่อกันถึง ๒ ฉบับ คือ ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๓๖ : ๓๘ และ ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๖ : ๓๙ ใจความโดยย่อคือ

๑. แนวการสอนแบบนีโอฮิวแมนนีสและแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี มีส่วนคล้ายกันในการพัฒนาจิตสำนึกของเด็ก หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ การศึกษาทั้งสองแบบเน้นในการให้เด็กมีพัฒนาการการใช้ประสาทสัมผัสและอวัยวะต่าง ๆ ในการรับความรู้สึกของคนเรา ซึ่งประกอบด้วย ตา หู จมูก ผิวหนัง รวมทั้งอุปกรณ์และกิจกรรมการเรียนการสอนต่าง ๆ ที่จะทำให้เด็ก ๆ มีการพัฒนาจิตสำนึก

ส่วนที่แตกต่างคงจะเป็นที่แนวคิดแบบนีโอฮิวแมนนีสให้ความสำคัญอย่างยิ่งแก่การพัฒนาจิตใต้สำนึกและจิตเหนือสำนึกของเด็ก ๆ เป็นอย่างมากอีกด้วย

ผมคิดว่าโรงเรียนที่มีแนวการสอนแบบนี้คงมีไม่มากนักหรอกครับ และไม่ทราบจริง ๆ ว่าแถวมีนบุรีมีโรงเรียน ๒ แนวนี้บ้างไหม

๒. ถ้าจำเป็นต้องให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่เน้นการสอนอ่านและเขียนในระดับอนุบาล ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้มักจะไม่ให้เด็กได้มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต้องเคลื่อนไหวเท่าที่ควร และมีการเรียนรู้ที่ไม่หลากหลาย (เน้นแต่เรียนวิชาการอย่างเดียว) คุณคงต้องทำหน้าที่บริหารสมองลูกของคุณแทนทางโรงเรียน เช่น พาไปสนามเด็กเล่นที่กว้างขวาง มีเครื่องเล่นมากมายบ่อย ๆ เด็กจะได้มีที่วิ่งเล่น ปีนป่าย ไปว่ายน้ำ ไปเข้าสังคม รวมหมู่กับเพื่อน ๆ ฯลฯ เมื่อเด็กกลับบ้าน ก็พยายามให้เด็กมีเวลาเล่นให้มาก มีการเขียนอ่านให้น้อยที่สุด ไม่มีการเรียนพิเศษ ไม่มีการทำการบ้านเพิ่มเติม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คงจะช่วยให้ลูกมีความสุขและฉลาดขึ้นครับ

เธอสมัครเข้าร่วมอบรมในโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเสริม ศึกษาเพื่อคุณภาพชีวิต หลักสูตร “การสร้างพลังและความสำเร็จของชีวิตด้วยจิตวิทยานีโอฮิวแมนนีส” รุ่นที่ ๒๒ จัดโดย สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่โรงแรมเอเชีย ในวันที่ ๒๒-๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๗ ค่าอบรม ๒,๐๐๐ บาท เธอเป็นคนเดียวในรุ่นที่รับราชการ แต่เข้ารับการอรบรมโดยทุนส่วนตัว เธอคิดว่าได้รับสิ่งที่ดี ๆ คุ้มค่าเกินราคามาก

หลังจากนั้นยังได้ติดต่อไปชมโรงเรียนอนุบาลอมาตกุลอีก ปัญหาประการเดียวที่ทำให้เธอไม่อาจพาลูกไปเข้าเรียนได้ คือ ระยะทางที่ไกลมากรถติด และไปคนละทางกับที่ทำงานของเธอ

จากการพัฒนาของลูกที่เร็วอย่างทั่วด้าน ทำให้เธอคิดว่าน่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการเข้าเรียนอยู่แล้ว แม้จะมีความจำเป็นที่ทำให้ลูกต้องเข้าเรียนในวัย ๒ ขวบครึ่ง เธอก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหามากนัก

ความจริง เวลาที่เธอออกจากบ้านมาทำงาน ลูกจะร้องขอตามมาด้วยตลอด โดยบอกว่าอยากไปโรงเรียน เมื่อลูกรู้ว่าแม่จะพาไปเข้าโรงเรียนจริงๆ จึงดีใจมาก

เธอเลือกโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง สอนแต่ชั้นอนุบาล ชั้นละ ๒ ห้อง ห้องละ ๒๐ กว่าคน บ้านครูใหญ่ก็อยู่ในโรงเรียน คิดว่าน่าจะเป็นโรงเรียนที่มีความอบอุ่นเหมือนบ้าน

ความจริงค่าเล่าเรียนก็ไม่ถูกนัก ถ้าเทียบกับฐานะของเธอ การเดินทางแม้จะใกล้กว่าโรงเรียนอมาตยกุล แต่ก็ทำให้ลูกต้องตื่นตี ๕ ออกจากบ้านก่อน ๖ โมง ไปถึงโรงเรียนประมาณ ๗ โมง ขณะที่ลูกเข้าเรียน ๙ โมง วิภาวีจึงจะไปทำงานทันเวลาพอดี

ตอนที่ลูกเรียนอนุบาลชั้นเด็กเล็กก็ไม่ค่อยเท่าไร แต่พอขึ้นชั้นอนุบาล ๑ เธอจึงทราบว่าเป็นโรงเรียนเร่งเรียนเขียนอ่าน ชนิดที่เธอคาดไม่ถึง ซึ่งน่าจะมีผลกระทบต่อความสนใจด้านการเรียนศิลปะของลูก

ถ้าวิภาวีไม่เคยเห็นผลงานด้านศิลปะของลูกมาก่อน จนเกิดความมั่นใจว่าความสามารถในด้านนี้โดดเด่น เธอคงคิดว่าลูกเป็นเด็กที่เก่งวิชาการแต่อ่อนด้านศิลปะเป็นแน่

ไม่เพียงแต่เกลียดการวาดภาพเท่านั้น ลูกยังเกลียดการเขียนหนังสืออีกด้วย ทั้ง ๆ ที่พัฒนาการในด้านการขีดเขียนของลูกเริ่มต้นเร็วกว่าเด็กในวัยเดียวกันด้วยซ้ำ

มีอะไรผิดปกติในโรงเรียนเร่งเรียน นี่คือสิ่งที่วิภาวีต้องหาคำตอบ

ผู้เขียน สุมาลี ชาญมหาพน แม่ที่เป็นทั้งครูและเพื่อนของลูก
หนังสือ เคล็ดลับความสุขของลูกน้อย เรียนรู้กับลูกรัก
หัวข้อ เข้าโรงเรียน

Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th