ภาษาท่าทางของเด็ก

85 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ภาษาท่าทางของเด็ก

ภาษาท่าทางของเด็ก

               ลูกของคุณไม่ได้แสดงความรู้สึกผ่านทางคำพูดหรือพฤติกรรมเท่านั้น  แต่ลูกยังสื่อสารความรู้สึกต่างๆ ของเขาผ่านภาษาท่าทางด้วย  ภาษาท่าทางเป็นการสื่อสารแบบไร้คำพูดที่ประกอบด้วยการเคลื่อนไหวอวัยวะหรือร่างกายอย่างไม่รู้ตัว ภาษาท่าทางจึงเป็นกุญแจอีกดอกหนึ่งสำหรับช่วยให้คุณเข้าใจความคิดและความรู้สึกอของลูกได้มากขึ้น

 

ภาษาท่าทางประกอบด้วยมิติที่หลากหลาย   เช่น

การเคลื่อนไหวลูกตา   คุณจะรู้ว่าลูกกำลังตื่นเต้น  เพราะลูกทำตาโตเป็นประกายและถ้าลูกหลบสายตา แสดงว่าเขากำลังกลัวหรือกังวล

การแสดงออกทางหน้าตา    ลูกจะบอกคุณว่าเขากำลังดีใจและมีความสุขด้วยการยิ้ม และเขาจะสื่อสารกับคุณว่าเขากำลังไม่สบอารมณ์ด้วยปมคิ้วขมวดและหน้าตาบูดบึ้ง

ลมหายใจ    เมื่อลูกสบายใจและผ่อนคลาย  เขาจะหายใจช้าและยาว   แต่ถ้าโมโหขึ้นมา ลมหายใจของลูกจะสั้นและหายใจถี่เร็วขึ้น

พื้นที่ส่วนตัว  ลูกมักเข้ามานัวเนียและออดอ้อนในเวลาที่เขาต้องการความมั่นใจจากคุณ  แต่ถ้าเมื่อไรเขาถอยไปอยู่ห่างๆ แสดงว่าเขากำลังรำคาญหรืออารมณ์เสีย

 

การเคลื่อนไหวมือและแขน   ลูกจะเอามือกอดอกเมื่อเขาไม่เห็นด้วยกับคำพูดหรือกำลังท้าทายคุณ แต่ถ้าเขารู้สึกสบายใจและผ่อนคลายเขาจะปล่อยมือตามสบาย

 

ทำไม ?    ภาษาท่าทางจึงสำคัญ

·        เพราะภาษาท่าทางเป็นภาษาธรรมชาติ เด็กเล็กๆ  ยังใช้ภาษาคำพูดได้ไม่เก่ง  ดังนั้นเขาจึงมักสื่อสารกับคุณผ่านทางภาษาร่างกายแทนคำพูดและการกระทำ

·        เด็กมักใช้ภาษาท่าทางตลอดเวลา (คุณเองก็เช่นกัน)  ดังนั้นภาษากายจึงเป็นสัญลักษณ์ที่มีประโยชน์ในการทำให้คุณเข้าใจลูกมากขึ้น

·        เวลาคุณกำลังโกรธหรือไม่สบายใจ เขาจะสื่อสารทางคำพูดได้น้อยลง (พูดไม่ออก) แต่ภาษาท่าทางของเขายังคงสื่อสารกับคุณอยู่

·        คุณอาจประหลาดใจเมื่อรู้ว่า ๙๐%  ของอารมณ์ความรู้สึกคนเราแสดงออกผ่านภาษาท่าทางดังนั้นถ้าคุณไม่สังเกตหรือไม่เข้าใจภาษาท่าทางของลูกก็อาจจะทำให้คุณเข้าไม่ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของลูกก็ได้

 

ดังนั้นภาษาท่าทางจึงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญเพื่อทำให้คุณรู้ว่าลูกกำลังคิดอะไร  กำลังรู้สึกอย่างไร  ซึ่งช่วยให้คุณ

เข้าใจลูกอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น  การให้ความสำคัญกับความหมายของภาษาท่าทางของลูกจึงเป็นเรื่องที่คุณควรใส่ใจเป็นอันดับต้นๆ

               โดยเริ่มจากการ สังเกตสีหน้าลูก  การแสดงออกทางหน้าตาเป็นภาษากายที่เห็นและเข้าใจง่ายที่สุด  จากนั้นค่อยไปทำความเข้าใจกับภาษากายด้านอื่นที่ซับซ้อนขึ้น เช่น  ท่ายืน  ท่านั่ง  การวางมือ  และการหายใจ  คุณจะประหลาดใจเมื่อพบว่ายิ่งคุณสามารถเข้าใจความหมายภาษาท่าทางของลูกได้เร็วและถูกต้องมากเท่าไร คุณจะยิ่งสนิทกับลูกมากขึ้นเท่านั้น

 

ภาษาท่าทางของเด็กทารก

               ก่อนที่เด็กทารกจะพูดเป็น  เขาสื่อสารกับคุณด้วยการร้องไห้และการแสดงออกทางสีหน้าแววตา คุณจะค่อยๆ รู้ได้เองว่าเสียงร้องแบบไหนหมายความว่าลูกกำลังหิว หรือร้องเสียงแบบไหนแปลว่าลูกเหนื่อยและเบื่อแล้ว  ความเข้าใจนี้ทำให้คุณสามารถตอบสนองลูกได้เร็วและถูกต้อง   ซึ่งทำให้ลูกผูกพันกับคุณมากยิ่งขึ้น  การร้องไห้จึงเป็นภาษาท่าทางที่สำคัญสำหรับเด็กในช่วงขวบปีแรก

 

 

๕ ข้อแนะนำ

สังเกตและวิเคราะห์ภาษาท่าทาง   คุณเองก็อ่านภาษาท่าทางของลูกโดยอัตโนมัติอย่างไม่ได้ตั้งใจอยู่แล้วในแต่ละวัน แต่ถ้าเมื่อไรคุณสังเกตและพิจารณาอย่างจริงจัง  คุณอาจจะสามารถรวบรวมรายการภาษาท่าทางที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของลูกได้มากทีเดียว  ยกตัวอย่าง  เช่น  ลูกชอบดึงหูตัวเองเวลาที่เขาเหนื่อย หรือลูกจะเกาแก้มเวลาที่เขาอ้ำอึ้งหรือโกหก นี่แหละแสดงว่าคุณได้ใส่ใจกับภาษาท่าทางของลูกอย่างจริงจังแล้ว

 

ทดสอบการแปลความหมาย   วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่นใจว่าคุณอ่านภาษาท่าทางของลูกได้ถูกต้องคือการหาความหมายของสองครั้ง  ครั้งแรกคุณลองตีความภาษาท่าทางของลูกไว้ในใจก่อนจากนั้นให้ถามลูกว่าเขารู้สึกหรือคิดอะไรอยู่ คำตอบของลูกจะทำให้รู้ว่าคุณแปลภาษาท่าทางของลูกถูกต้องหรือเปล่า

 

เลียนแบบท่าทาง    บางครั้งคุณอาจจะงงกับภาษาท่าทางบางอย่างของลูก  วิธีทำให้คุณเข้าใจง่ายขึ้น  คือการทดลองเลียนแบบท่าทางของลูก  แล้วคิดดูว่าคุณรู้สึกอย่างไรเมื่อทำท่าทางนี้  เลียนแบบภาษาท่าทางของลูกจะทำให้คุณเข้าใจความรู้สึกของลูกมากขึ้น

 

สังเกตความเปลี่ยนแปลง   ภาษาท่าทางของลูกจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ  เช่น  ภาษากายของเด็กทารกจะเห็นได้ชัดเจนและตีความได้ง่ายกว่าภาษากายของเด็กวัยอนุบาล ดังนั้นคุณจึงต้องติดตามสังเกตภาษาท่าทางของเขาอย่างต่อเนื่อง  เพื่อเข้าใจความหมายของภาษาท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัยของลูก

 

ยอมรับขีดจำกัด    นักจิตวิทยาระบุว่ามนุษย์เรามีท่าทางเป็นพันๆ ท่าที่สื่อความหมายแตกต่างกันไป  ดังนั้นคุณเองจึงมีขีดจำกัดในการตีความภาษาท่าทางของลูก  ทำเท่าที่ทำได้ อย่าคาดหวังกับตัวเองมากไป  ว่าจะเข้าใจภาษาท่าทางของลูกได้ทั้งหมด

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้