เครือข่ายอาศรมสามเณร

การศึกษาทางเลือกสำหรับเด็กยากจน

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เคยปรารภว่าวัดคือสถานที่รองรับเด็กยากจนที่สุด มาอาศัยเพื่อได้อาหารและการศึกษา

มูลนิธิเด็กจึงร่วมมือกับโรงเรียนสามเณรและวัดต่าง ๆ ในจังหวัดเหล่านี้ คือ น่าน แพร่ พะเยา ลำปาง เชียงราย เลย นครพนม

บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี และนครศรีธรรมราชทำการศึกษาแนวใหม่กับโรงเรียนสามเณร เป็นอาศรมการศึกษาทางเลือกของสามเณร

ในปี ๒๕๖๔ มูลนิธิเด็กได้สนับสนุนวัด โรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ จำนวน ๑๔ แห่ง มีการอุปสมบทพระภิกษุ ๑๕๓ รูป

บรรพชาสามเณร ๓๐๖ รูป (สามเณรมีการศึกษาต่อในระบบการศึกษาสงฆ์ ๑๒๔ รูป) รวมทั้งหมด ๔๕๙ รูป


โครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเด็กและชุมชน ซึ่งดำเนินงานภายใต้ “ยุทธศาสตร์การเรียนรู้บนฐานของชุมชน” โดยชุมชน และเพื่อชุมชน เด็ก ๆ และเยาวชน รวมทั้งสมาชิกในชุมชน จะเป็นผู้ที่มีส่วนในการจัดการศึกษา เช่น ครูภูมิปัญญา จิตอาสา และผู้นำชุมชน เพื่อจัดการศึกษาและสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทชุมชนตนเอง โดยนำองค์ความรู้จากวิถีชีวิตในชุมเป็นพื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ จุประสงค์คือ คิดเป็น ปฏิบัติเป็น  และจัดการเป็น เพื่อสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในชุมชน โครงการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเด็กและชุมชนได้ดำเนินกิจกรรม ดังนี้

 

image

๑. โครงการอาหารเพลเพื่อสามเณรในชนบท 

· บรรพชาสามเณรสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน
· กิจกรรม “อาศรมสามเณร” แบ่งออกเป็น ๒ กิจกรรมได้แก่

    -  พุทธเกษตรเพื่ออาหารเพลที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ
    -  เรียนรู้ศาสนธรรมเพื่อเสริมปัญญา

บรรพชาสามเณรสามเณรีและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน

การบวชเรียนนับเป็นประเพณีของชาวไทยพุทธลมายาวนานผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนามีจุดมุ่งหมายที่จะให้บุตรหลานของตนได้เป็นศาสนทายาทสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไปและเป็นจุดประสงค์ของบิดาและมารดาที่ต้องการให้บุตรหลานได้ฝึกฝนตนเองให้มีหลักธรรมในจิตใจ



ด้วยเหตุนี้ การจัดกิจกรรมการบรรพชาสามเณร บวชศีลจาริณี(เด็กผู้หญิง) ภาคฤดูร้อนซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายนเด็กชายหญิงจะได้ศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา โดยการใช้หลักไตรสิกขา ซึ่งประกอบด้วย ศีล สมาธิ ปัญญามีวัดและโรงเรียนพระปริยัติธรรม เข้าร่วมจัดบรรพชาสามเณรสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน

อาศรมสามเณร

มูลนิธิเด็กสนับสนุนงบประมาณ ให้กับโรงเรียนพระปริยัติธรรมรวม ๒ แห่ง ได้แก่

๑. โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดนิโครธาราม อ.ท่าวังผา จ.น่าน
๒. โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดดอนมงคลสันติสุขวิทยา อ.สันติสุข จ.น่าน 

เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการให้แก่สามเณรในการพัฒนาอาหารเพลที่ปลอดภัยและมีคุณภาพรวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนทายาทสืบต่อพระพุทธศาสนาโดยมีศาสนพิธีท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวสามเณรเตรียมความพร้อมสู่การเป็นศาสนทายาทโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักสุขภาพดีด้วย“วิถี ๔ อ.”ดังนี้

อ๑. อาหารเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
อ๒. ออกกำลังกายให้สามเณรได้ออกกำลังกายตามความเหมาะสมของสมณสารูป

เช่น การยืดเส้น การบริหารกล้ามเนื้อ การเล่นโยคะที่ไม่ขัดกับวินัยสงฆ์

อ๓. อากาศเรื่องของความสะอาด
อ๔. อารมณ์ เป็นการฝึกสมาธิและการเจริญสติ
 
 “สามเณร” ก็คือ กลุ่มวัยรุ่นชายที่กำลังมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและอารมณ์แต่ยังไม่มีความรู้ในการปฏิบัติตนเท่าที่ควร  การประยุกต์หลัก ๔อ.เข้ามาใช้ได้ในชีวิตจริงทำให้กลุ่มสามเณรสนใจเรื่องสุขภาวะของตนเองมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้กลุ่มสามเณรผลิตพืชผักสวนครัวเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบที่ดีในปรุงอาหารอันเป็นผลที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์สามเณรและเป็นแบบอย่างให้กับชุมชนอีกด้วย
 
กิจกรรมด้านศาสนธรรมเพื่อเสริมปัญญา (สร้างศาสนทายาท)จัดกิจกรรมฝึกทักษะการสวดมนต์และให้พรแบบพื้นเมือง

· ฝึกเทศน์ธรรมชาดก
· การฝึกท่องหลักธรรม นวโกวาท
· ฝึกสวดเบิก
· ฝึกเทศน์มหาชาติและการเรียนรู้งานเทศน์มหาชาติ
· เรียนรู้อักษรภาษาล้านนา
· ฝึกทักษะการปาฐกถาธรรม วาทะเพื่อการเผยแผ่ต่อเนื่องกิจกรรมธรรมสัญจร
· ศาสนพีธีกร
· กิจกรรมจักรยาตรา  เพื่อการเผยแผ่ธรรมะ
· กิจกรรมครู เยี่ยมวัด เยี่ยมบ้าน เยี่ยมสามเณร เพื่อประเมินการปฏิบัติหน้าที่ภายในวัด การอุปัฏฐาก   

กิจกรรมการพัฒนาสามเณรด้านพุทธศิลป์

· ฝึกทักษะการตีกลองบูชา (พุทธศิลป์ตีกลองบูชาตามประเพณีท้องถิ่น)
· การเรียนรู้การแกะสลักฉลุลาย ลงรักปิดทอง
 
กิจกรรมพัฒนาทักษะการเรียนรู้เชิงบูรณาการและนวัตกรรมในศตวรรษที่ 21

· ค่ายภาษาไทยการเขียนเรียงความ
· ค่ายภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
· ค่ายวิทยาศาสตร์/คณิตศาสตร์ บูรณาการเพื่อการเรียนรู้
· เรียนรู้การใช้งานและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทางการเกษตร
· เรียนรู้การติดตั้งระบบเครื่องขยายเสียงในงานต่างๆ
· การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน/นักสืบศาสนพิธีท้องถิ่น

กิจกรรมพัฒนาบุคลากร

· สร้างครูกัลยาณมิตร ปรับเปลี่ยนแนวความคิดครู
· พัฒนาเทคนิคกระบวนการเรียนการสอน เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วม

กิจกรรมการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑

เน้นให้ผู้เรียนรู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยครูเป็นโค้ช (Coach) และอำนวยความสะดวก (Facilitator)ในการเรียนรู้แบบการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL: Problem-Based Learning)และสิ่งที่ช่วยครูในการจัดการเรียนรู้ได้ดีก็คือ ชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC: Professional Learning Communities) ที่เกิดจากการรวมตัวกันของครูในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภายใต้ “โครงการอาศรมสามเณร”  ดังนี้

- คลินิกภาษาไทย /ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
- เรียนรู้การใช้งานและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทางการเกษตร
- เรียนรู้การติดตั้งระบบไฟฟ้าเบื้องต้น
- การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน

เพื่อสามเณรที่ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจเป็นการค้นหาศักยภาพและความถนัดของตนเองและถ้าได้รับการฝึกฝนพัฒนาอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้เกิดความชำนาญ และยังสามารถแนะนำช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย

๒. โครงการอาหารกลางวันเพื่อเด็กในชนบท แบ่งการทำงานออกเป็น ๒ ส่วน  ดังนี้

   ๑. จัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนให้มีทักษะการทำเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีทักษะสัมมาชีพ
   ๒. สนับสนุนให้เด็กเยาวชนและโรงเรียน ทำพื้นที่ผลิตแหล่งอาหารกลางวันปลอดภัยมีคุณภาพและยั่งยืนภายในโรงเรียน 

มีโรงเรียนในพื้นที่อำเภอเลาขวัญ  จังหวัดกาญจนบุรี  เข้าร่วม  จำนวน  ๑๐  โรงเรียน 
มีกลุ่มเด็กและเยาวชนเข้าร่วม  จำนวน  ๑๑๐  คน ดังนี้

๑. โรงเรียนมัธยมเลาขวัญราษฎร์บำรุง ต.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี 
๒. โรงเรียนบ้านหนองแสลบ จ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี 
๓. โรงเรียนบ้านเขานางสางหัว ต.เลาขวัญจ.กาญจนบุรี 
๔. โรงเรียนอนุบาลวัดเลาขวัญ ตำบลเลาขวัญจังหวัดกาญจนบุรี 
๕. โรงเรียนบ้านหนองผือ ต.เลาขวัญจ.กาญจนบุรี 
๖. โรงเรียนบ้านหนองโสน ต.หนองโสนจ.กาญจนบุรี 
๗. โรงเรียนบ้านหนองตาก้าย ต.หนองนกแก้ว จ.กาญจนบุรี 
๘. โรงเรียนบ้านหนองไก่เหลือง ต.หนองนกแก้ว จ.กาญจนบุรี 
๙. โรงเรียนบ้านหนองเค็ด ต.หนองประดู่ จ.กาญจนบุรี 
๑๐. โรงเรียนบ้านหนองปรือ ต.หนองประดู่ จ.กาญจนบุรี 

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ผ่านกระบวนการคิด ตระหนักรู้ในเรื่องใกล้ตัว  และลงมือปฏิบัติ
ผ่านกิจกรรม ดังนี้             

๑. สร้างความตระหนักในเรื่องความสำคัญของแหล่งอาหารที่ปลอดภัย
๒. การเก็บเมล็ดพันธุ์พืช/ขยายพันธุ์พืช
๓. การทำงานเป็นหมู่คณะ
๔. กระบวนการเรียนรู้ทักษะสัมมาชีพในท้องถิ่น
๕. กระบวนเรียนรู้การจัดการด้านการตลาด
 
กิจกรรมภาคีเครือข่ายพัฒนาความรู้สู่สัมมาชีพในท้องถิ่น

· จัดอบรมให้กับนักเรียนแกนนำ “ต้นกล้าเลาขวัญ สวรรค์บ้านไพร หัวใจพอเพียง”มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมจำนวน ๑๐๐ คน และครู จำนวน ๒๒ คน จาก ๘ โรงเรียนเพื่อเสริมศักยภาพของเด็กเยาวชนและร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและองค์กรชุมชนต่าง ๆทั้งในพื้นที่และนอนพื้นที่  เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้จำนวน ๘ ฐาน คือ

ฐานที่  ๑   ระบบสหกรณ์ร้านค้า 
ฐานที่  ๒  การปลูกพืชอินทรีย์และการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากกากมันสัมปะหลัง
ฐานที่  ๓   การทำปศุสัตว์การเลี้ยงวัว แพะ
ฐานที่  ๔   การแปรรูปหม่อนมัลเบอรี 
ฐานที่  ๕   ศิลปะการตอกลายผ้า
ฐานที่  ๖   งานประดิษฐ์จากผ้า 
ฐานที่  ๗  พลังงานทางเลือก 
ฐานที่  ๘  การทำน้ำยาเอนกประสงค์และเรียนรู้ชนิดของพืชและสมุนไพร 

·       ร่วมกับภาคีเครือข่ายปฏิรูปการศึกษาจัดกิจกรรม “ร้อยดวงใน ตามรอยพ่อ สู่ต้นกล้าเลาขวัญ”เพื่อจัดทอดผ้าป่าสามัคคี และมีสามเณรจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดนิโครธาราม  อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ร่วมเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์เทศน์ เพื่อหาทุนสร้างองค์พระบริเวณเชิงเขาวัดเขากาญจนเขตและหาทุนเพื่อจัดซื้อที่ดินบริเวณหน้าโรงเรียนบ้านเขานางสางหัว 

ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียน

· การสร้างความมั่นคงทางอาหารเพื่ออาหารกลางวันที่ปลอดภัยและยั่งยืนในโรงเรียนเพื่อให้กลุ่มเด็กและเยาวชนกับโรงเรียนได้ร่วมกันสร้างพื้นที่ทำเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและพบว่าแต่ละโรงเรียนได้ดำเนินการปลูกพืชผักหลากหลายชนิด  เช่น  ผักบุ้ง คะน้า  ชะอมถั่วพร้า  ตะไคร้ มะนาว มะละกอ มะเขือ พริก  กล้วยน้ำว้า  เห็ดนางฟ้าฝรั่งเป็นต้น

· สนับสนุนทุนทำเกษตรอินทรีย์เพื่ออาหารกลางวันรวม ๔  โรงเรียนจำนวน  ๙๕,๗๐๐ บาท ได้แก่

๑. โรงเรียนบ้านเขานางสางหัว  ต.เลาขวัญจ.กาญจนบุรี จำนวน ๓๘,๗๐๐ บาท
๒. โรงเรียนบ้านหนองโสน ต.หนองโสน จ.กาญจนบุรี จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท
๓. โรงเรียนบ้านหนองไก่เหลือง ต.หนองนกแก้ว จ.กาญจนบุรี จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท
๔. โรงเรียนบ้านหนองปรือ ต.หนองประดู่จ.กาญจนบุรี จำนวน ๑๗,๐๐๐ บาท