มุมหนึ่งของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านเด็ก
โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก
๑๐/๐๙/๒๕๖๒



 

มุมหนึ่งของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านเด็ก


บทความนี้ ผมขอเขียนเพื่อบันทึกความทรงจำ บอกเล่าเรื่องราวความคิด สื่อสารกับผู้อ่าน และที่สำคัญเพื่อทำตามคำมั่นสัญญา ซึ่งตั้งใจเขียนถึงสถานศึกษาแห่งหนึ่ง นั่นคือ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก
_____________


จริง ๆ ผมคงต้องขอบคุณกัลยาณมิตรแสนดีทั้งสองคนอย่าง แตงโม และมายด์ ที่พาผมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในที่แห่งนี้  หากไม่มีเพื่อนสองคนนี้ ไม่มีประสบการณ์ดี ๆ เช่นนี้ 

เป็นประสบการณ์กับโรงเรียนที่เต็มไปด้วยเด็ก ๆ มากหน้าหลายตา  บนความรัก การเยียวยา และการต่อสู้


ความรัก โดยทั่วมักเป็นเรื่องราวของการที่เราหลงรักใครสักคน  แต่ที่นี่คือความรัก คือเรื่องราวที่มนุษย์คนหนึ่งมีให้ ต่อมนุษย์ตัวน้อย ๆ ที่นี่ทุกคน  แต่มนุษย์คนนั้นไม่ใช่ผม แม้ผมจะเป็นคนรักเด็กแต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ผมจะรัก นี่คือความจริงที่เป็น  ซึ่งผมขอไม่ขยายประเด็นนี้ต่อ นี่ไม่ใช่บทความเรื่องความรัก


การเยียวยา สำหรับที่นี่คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยเฉพาะบาดแผล  และผู้ที่ช่วยฟื้นฟูนี้คงไม่ใช่อื่นใด นั่นคือ แม่ของเราทุกคน แม่ธรณี แม่น้ำ แม่ธรรมชาติ


สำหรับการต่อสู้ของที่นี่คือการดิ้นรน และการก้าวข้ามอะไรบางอย่าง อะไรที่เป็นบาดแผลส่วนลึก อะไรที่เป็นความโหดร้ายของสังคมภายนอก

นอกจากนี้ ที่นี่ยังต่อสู้บนอุดมการณ์ของโรงเรียน  หาใช่ความรุนแรง  การปะทะบนความขัดแย้งแบบทั่วไป  

_____________________


จากโรงเรียนใต้ร่มไม้ 
จากโรงเรียน Summer Hill 
สู่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก กาญจนบุรี


ปรัชญาการศึกษา หรือการให้ความสำคัญของที่นี่เป็นอย่างไร จุดนี้ผมขอไม่อธิบาย ผมคิดว่าข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าเพิ่มเติมนั้นมีความถูกต้องมากกว่า  ดังนั้นคนที่สนใจสามารถไปศึกษาหาอ่านได้ด้วยตนเอง 

สำหรับที่นี่ ผมชื่นชอบอย่างมากเมื่อได้มาอยู่แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ  เหมือนเอาตัวเรามาอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ และที่สำคัญเราได้อยู่ท่ามกลางความเป็นมนุษย์แท้ นั่นคือความเป็นเด็กของทุก ๆ คน แม้จะผ่านการปรุงแต่งมาบ้าง ก็ยังไม่มากนัก ทำให้ผมคิดเสมอว่า ลึก ๆ แล้วคนก็คงมีความต้องการเช่นนี้ เมื่อได้มองลึกลงไปเบื้องหลังของการกระทำต่าง ๆ เราไม่ต่างกันเลย


สารภาพว่าก่อนมาอุดมคติที่คิดคือ เด็กน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส  แต่พอมาเจอจริง ๆ เราพบว่าเด็กมีความหลากหลายมาก ซึ่งเขาแสดงออกมาแบบชัด ๆ ไม่ว่าจะเป็น การทะเลาะเบาะแว้ง  การกลั่นแกล้ง ทำร้ายร่างกายแบบเด็ก ๆ  วาจาที่เราะร้าย  การไร้ซึ่งความเกรงใจต่อผู้ใหญ่ แบบไม่สนว่าคุณเป็นใครมาจากไหน  พอเป็นแบบนี้เรารับได้ไหม บนความเชื่อเดิมว่าเด็กคือผ้าขาว


ผมคิดว่าห้องเรียนเป็นสังคมขนาดย่อ  ตัวเด็กก็คือผลผลิตของสังคมมิใช่หรือ  เรามิอาจกล่าวหาหรือตัดสินเขาได้หรอก ว่าเขาดีหรือไม่อย่างไร  เฉกเช่นที่เราไม่อาจตัดสินกระจกใส ๆ ที่สะท้อนภาพออกมา


อันที่จริงก็ไม่โหดร้ายขนาดนั้น เด็ก ๆ ที่นี่ก็มีส่วนดีหลายอย่างเหมือนกัน  อย่างการมีทักษะต่าง ๆ  การมีความสงสัยใคร่รู้  ความจริงแท้ต่อตนเอง  ความจริงใจ คิดอย่างไรก็พูดออกไปแบบนั้น  ความสดใสร่าเริง  ความน่ารักน่าเอ็นดู ฯลฯ  น่าสนใจว่า
ข้อดีหลาย ๆ จุดตรงนี้ บางครั้งเป็นสิ่งที่สังคมภายนอกแสวงหา โดยเฉพาะความจริงแท้ 


การมาที่นี่ เด็กที่ผมสนใจและรู้สึกอยากเข้าหาเป็นพิเศษ คือเด็กที่ถูกตีตราว่าสร้างปัญหา หรือเป็นตัวแสบ  ผมขอย้ำว่าต้องเป็นเด็ก ถ้าวัยรุ่นหรือคนโต ผมคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ผมมองว่าเด็กละเอียดอ่อน ในส่วนลึกทุกคนมีส่วนดี และจิตใจของเด็กยังไม่ถูกฉาบจนหนาถึงขั้นเข้าไม่ถึง  ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนใฝ่ดี แค่ความดีของเราต่างกัน 


ที่นี่มีเด็กคนหนึ่งที่ถูกตีตรา  ติดโทษแบน ถูกพิพากษาอยู่เหมือนกัน  คุณจะคิดอย่างไรหากเด็กคนนั้นเคยฉี่ใส่คนไม่รู้จักผู้มาเยี่ยมโรงเรียน  เข้าไปกอดผู้หญิง เอามือเปิดเสื้อเขาขึ้นมา  เข้ายึดครองของคนอื่นมาไว้ที่ตนเอง พูดไม่ฟัง 

เอาง่าย ๆ เด็กคนนี้เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวสร้างชื่อเสีย


วันที่ผมไป ผมก็ไปคุยกับเด็กคนหนึ่ง โดยที่ไม่รู้หรอกว่าเด็กคนนั้นนี่ละคือตัวท็อปสร้างชื่อเสียให้เด็กที่นี่ ผมมารู้ทีหลังถึงวีรกรรมที่เขาก่อจากคำบอกเล่าของคนอื่น  ถือว่ามีเรื่องราวเยอะใช่เล่น 

แต่ทำไมเมื่อผมสัมผัสกับเขา ผมรู้สึกเห็นใจเขาเหลือเกิน  ผมว่าเด็กคนนี้จริง ๆ แล้วเขายังเชื่อฟัง หากแต่เราต้องเข้าใจเขา และหลายครั้งเขาก็อยากเป็นคนดี แต่ดีแค่ไหนมันก็ไม่ดีพอต่อคนอื่น มันคือดีแล้วในแบบของเขา ซึ่งอาจปรากฏออกมาในรูปแบบพฤติกรรมที่ยังไม่น่าเป็นที่ยอมรับมากนัก


ในการพูดคุย หรือการได้มีปฏิสัมพันธ์กับเขา ผมจำเป็นต้องวางคำปรามาสทั้งหมดของสังคมที่มีต่อเด็กคนนี้ สิ่งที่อยู่ในหัวคือความว่าง และเขาคือคนตรงหน้าที่เรากำลังจะเข้าไปในใจ  มันก็ไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยากเกินความสามารถ 

ผมแค่ถาม เขาก็ตอบและผมก็ฟังอย่างตั้งใจ ที่ตั้งใจฟังขนาดนี้เพราะผมอยากศึกษาเด็กคนนี้  มีบ้างที่เขาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกมา ผมทำได้มากสุดเพียงการให้คำแนะนำ เขาจะทำหรือไม่ คงแล้วแต่เขา


มีบ้างที่แสดงพฤติกรรมเห็นแก่ตนเองออกมา เวลาทำงานร่วมกับเพื่อน หรือ ใช้ทรัพยากรบางอย่างร่วมกัน  แต่ใครบ้างล่ะบนโลกนี้ที่จะไม่เห็นแก่ตนเอง หรือทำอะไรเพื่อตนเอง ถ้ามีคงมีน้อยมาก 

การเห็นแก่ตนเองน่าจะมีในทุกคนแตกต่างกันที่ระดับ  ในเมื่อการทำเพื่อตนเองมันเป็นความจริง เป็นสัญชาตญาณพื้นฐานที่ติดตัวมา เราจึงไม่อาจต่อว่าหรือตัดสิน เราทำได้เพียงเข้าใจและทำให้เขาได้รู้จักแบ่งปันโดยที่ตนเองก็ไม่ได้เสียผลประโยชน์  และคนอื่นก็ไม่ขาดผลประโยชน์


ถึงตรงนี้ ผมว่าผมไม่ได้โลกสวยอะไร หากแต่ผมเข้าใจเขา เพราะครั้งหนึ่งผมก็เคยเป็นเด็กที่ถูกตัดสินแบบนี้จากสังคม และเด็กคนนั้นก็สนิทกับผมในที่สุด ดูจากการพฤติกรรมที่เขาเดินตามผมมา หรือมักจะมาอยู่ใกล้ ๆ  ตอนแรกผมต้องเข้าหาเขาและตอนหลังเขาจะเข้าหาผมเอง หากเขาวางใจและรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเรา




สิทธิพล เหลืองรุ่งทิพย์
10/9/2562