โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒ ณ ริมแม่น้ำแควน้อย เลขที่ ๓๑๖ หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ให้เปิดสอนได้ถึงระดับ ป.๑-ป.๖ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๓ เลขที่อนุญาต. กจ.๑/๒๕๒๓ ได้ย้ายมาอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บนเนื้อที่ ๒๐๐ ไร่ โดยมูลนิธิจินดา อิ่มจำเรียง ภังคานนท์ บริจาค ๑๕๑ ไร่ และมูลนิธิเด็กเป็นผู้บริจาคที่ดินอีก ๔๙ไร่ พร้อมอาคาร และบ้านพัก เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ เลขที่อนุญาต…… โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เป็นบ้านและโรงเรียนสำหรับเด็กด้อยโอกาส เช่น ถูกทารุณกรรม กำพร้า ถูกทอดทิ้ง ครอบครัวแตกแยกและยากจน มาอยู่ประจำกินนอนและรับการศึกษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น มี ศ.นพ. ประเวศ วะสี ประธานกรรมการมูลนิธิเด็ก ดำรงตำแหน่งเจ้าของโรงเรียนในนามมูลนิธิเด็ก มีนายพิภพ ธงไชย เป็นผู้ก่อตั้งและผู้จัดการ นางรัชนี ธงไชย เป็นผู้อำนวยการ ชุมชนแห่งนี้สามารถรับเด็กได้สูงสุดจำนวน ๒๕๐ คน

 

“เด็กไทยในวันนี้ยังคงอยู่ในสภาพเหมือนเมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน เด็กยังขาดความรัก ความอบอุ่น ขาดการดูแลเอาใจใส่เพราะผู้ใหญ่ยังสับสนในบทบาทของตัวเอง และเกี่ยงที่จะแสดงบทบาทหน้าที่ของตัวเองที่มีต่อเด็ก "

รัชนี ธงไชย ครูใหญ่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก

 




คุยเรื่องหมู่บ้านเด็กกับพิภพ ธงไชย

ช่วยเล่าความเป็นมาของโรงเรียนนี้ ว่าเริ่มต้นกันอย่างไร


โรงเรียนนี้ได้รับอิทธิพลที่สำคัญมาจากความคิดของนาย เอ.เอส.นีล นักการศึกษาและนักจิตวิทยาชาวสกอตแลนด์ ที่ตั้งโรงเรียนซัมเมอร์ฮิลขึ้นในประเทศอังกฤษ  หลังจากที่เราพิมพ์หนังสือ ชีวิต เสรีภาพ ซัมเมอร์ฮิล ก็มีการพูดคุยกับนายแพทย์ประเวศ วะสี นายวัลเตอร์ สะโครบาเน็ค  ซึ่งเป็นผู้แทนองค์การ แตร์ เด ซอมม์ ที่ช่วยเหลือเกี่ยวกับเด็กของประเทศเยอรมันตะวันตก  ก็มีความเห็นสอดคล้องกันว่าน่าจะมีโรงเรียนแบบนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพราะเด็กในสังคมไทยมีปัญหาทางอารมณ์ที่เกิดมากจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมมาก


เมื่อได้เริ่มต้นอย่างนี้แล้ว ก็มีการหาที่ดิน ก็ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินแห่งชาติ และจากกระทรวงศึกษาธิการ  การตั้งโรงเรียนจึงได้สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๒ และเปิดเป็นทางการในปี ๒๕๒๓


จากการที่เราเริ่มต้นเป็นโรงเรียนกินนอน  การอยู่ร่วมกันระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก  และการที่เราเอาชาวบ้านที่มีอาชีพต่างๆ เช่น อาชีพทอผ้า  อาชีพช่างไม้  อาชีพเกษตรเข้ามาอยู่ด้วย  โรงเรียนก็ค่อยๆ พัฒนาเป็นชุมชน




เมื่อตั้งเป็นชุมชนแล้วได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากไหนบ้าง


อิทธิพลทางความคิดที่สำคัญในระยะหลังก็คือ  อิทธิพลของพุทธศาสนา ซึ่งพุทธศาสนาเน้นเรื่องปัจจัยสิ่งแวดล้อมและความสำคัญระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์  ที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่ดี เป็นคู่คิดที่ดี ที่ในภาษาพุทธศาสนาเรียกว่า กัลยาณมิตร หลักพุทธศาสนาบอกว่า  ถ้าสิ่งแวดล้อมทั้ง ๒ อันนี้ ทั้งตัวมนุษย์และตัวสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัตถุ  เป็นสิ่งแวดล้อมที่เสริมทำให้มนุษย์เป็นคนดี ก็จะทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาความดีในตัวของเขาเองออกมาได้  เพราะฉะนั้นการจัดชุมชนหมู่บ้านเด็กในปัจจุบันนี้ จึงเน้นที่สิ่งแวดล้อมที่ดีและผู้ใหญ่ที่มีลักษณะความเป็นกัลยาณมิตร หรือเพื่อนที่ดีคู่คิดที่ดี  เพื่อหวังว่าสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ผู้ใหญ่เหล่านี้ จะมีส่วนส่งเสริมให้การพัฒนาการของเด็กเป็นไปในด้านดี  ซึ่งพุทธศาสนาใช้คำว่า ธรรมชาติฝ่ายสูง ให้เกิดขึ้นในตัวเขา ให้เกิดสติปัญญา ให้เกิดการคิดเป็น ให้เกิดความเมตตากรุณาพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น เพราะฉะนั้นทุกหน่วยของชุมชนหมู่บ้านเด็กในปัจจุบันนี้ จึงเป็นสิ่งเร้ากระตุ้นให้ธรรมชาติฝ่ายสูงหรือความดีความงามในตัวมนุษย์เฟื่องฟูขึ้น


เด็กที่มาอยู่ในหมู่บ้านในชุมชนนี้มาจากไหนบ้าง


เด็กที่มาอยู่ชุมชนหมู่บ้านเด็กนี้  ส่วนใหญ่มากจากสลัมแถวใต้ถุนสะพานในเขตกรุงเทพฯ  สลัมคลองเตย และแถบในจังหวัดเมืองกาญจน์  ซึ่งเป็นเด็กที่ยากจนมาก ยากจนกระทั่งเราเองนี่อาจจะไม่รู้สึกว่ามีความยากจนขนาดนี้อยู่ในโลกนี้  และเด็กเหล่านี้ถูกกดดันมาจากสภาพแวดล้อมเดิม ถูกกดดันจากความก้าวร้าว ความรุนแรง  การแก้ปัญหาที่ใช้ความรุนแรงเป็นพื้นฐาน  ปัญหาความผิดปกติทางเพศ เพราะเมื่อเขามาอยู่ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก  แน่นอนว่าอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดมาจากแรงกดดันเก่าที่มีอยู่ ดังสภาพที่กล่าวข้างต้น ก็ย่อมทำให้มีความก้าวร้าวติดอยู่ในตัวเขา  มีความคับข้องใจอยู่ในตัวเขามาก  มีความเกลียดโลก เกลียดชีวิต  มีความรู้สึกอย่างแรงต่อความอยุติธรรมที่เขาได้รับมา


เมื่อเด็กเข้ามาอยู่ในโรงเรียน  เราจึงสนใจในเรื่องอารมณ์ความรู้สึก  ให้อารมณ์ความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้ได้แสดงออกมา ซึ่งตอนนี้ความคิดของนีล หรือความคิดแบบซัมเมอร์ฮิลได้เข้ามาช่วย  โดยใช้วิธีการให้ผู้ใหญ่ยืนอยู่ข้างเด็ก เข้าใจเด็ก เด็กจะสามารถทำอะไรก็ได้  ถ้าไม่ไปละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนอื่น  และไม่ไปทำลายสิ่งของมีค่ามาก ๆ เด็กอาจจะด่าทอ เด็กอาจจะขว้างปา ที่ไม่ไปกระทบกระเทือนคนอื่น  เพื่อให้ความก้าวร้าวนี้หลุดออกมา  ค่อย ๆ คลายออกมา  ค่อย ๆ  คลายทีละน้อย ๆ  แล้วเอาความอบอุ่น ความรัก ความละมุนละไม จากการจัดสิ่งแวดล้อม จากความเป็นกัลยาณมิตรของครูเข้าไปแทนที่  แล้วเราหวังว่าสิ่งใหม่ที่เข้าไปแทนที่นี้จะไปเสริมความสามารถในตัวของเขา


ด้วยเหตุนี้โรงเรียนจึงต้องมีหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยที่จะมาช่วยเสริมความสามารถในตัวเขาที่แสดงออกมา  เช่น บางคนอาจจะมีความสามารถในการแสดงละคร  บางคนอาจจะมีความสามารถในการทอผ้า  ทางศิลปะ  ทางสติปัญญา ทางคณิตศาสตร์ อะไรนี่  บางคนอาจมีความสามารถทางดนตรี  ชุมชนนี้จะต้องมีผู้ใหญ่ที่มีความสามารถเหล่านี้ เพื่อมาเสริมศักยภาพของเด็ก




การทำงานแบบนี้
  สุดท้ายไม่กลัวว่าจะกลายเป็นงานสังคมสงเคราะห์ไปหรือ


แน่นอน งานที่กระทำต่อเด็กยากจนส่วนหนึ่งต้องเป็นงานสังคมสงเคราะห์  เด็กที่กำลังจะอดตาย  เด็กที่ไม่มีที่เรียน ไม่มีที่อยู่อาศัย  หน้าที่ของเราที่เป็นผู้ใหญ่ในชุมชนควรจะต้องหาให้เหมือนกับแม่นก  ซึ่งต้องมีหน้าที่เลี้ยงลูกนก จนกว่าลูกนกจะมีปีกกล้าขาแข็งที่จะไปหาอาหารได้  เราที่เป็นผู้ใหญ่ในชุมชนก็ควรจะมีความรับผิดชอบ ถึงแม้เด็กเหล่านี้จะไม่ใช่เป็นลูกหลานของเรา  แต่ก็เป็นเด็กที่ได้รับความอยุติธรรมจากสังคม เขาไม่ได้ต้องการที่จะเกิดมาอย่างอดอยาก  อย่างหิวโหย เขาไม่ต้องการที่จะเกิดมาโดยมีอารมณ์หงุดหงิดต้องด่าทอกันอยู่เสมอ  เขาอยากจะได้รับสิ่งที่ดีงาม ได้รับความละมุนละม่อมเหมือนกับเด็กทั่วไป  แต่เขาไม่มีโอกาส  แต่ทำไมเขาไม่มีโอกาสล่ะ  ซึ่งเป็นปัญหาที่เราต้องคิด เราที่เป็นผู้ใหญ่จะต้องเข้าไปช่วยเด็กเหล่านี้  ซึ่งมีเป็นแสนเป็นล้านคน  บางคนอดอาหารตายอย่างช้า ๆ ปีหนึ่งสำหรับเมืองไทยตกถึง ๕๕,๐๐๐ คน  เพราะฉะนั้นงานสังคมสงเคราะห์ต้องทำ แต่ขณะเดียวกันทำเฉพาะงานสังคมสงเคราะห์  การพัฒนาความสามารถของเด็ก การที่เด็กจะช่วยตัวเองได้ในอนาคตอาจจะไม่เกิดขึ้น  ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีชุมชนที่จะสร้างเสริมความสามารถเหล่านั้น


จริงอยู่ชุมชนเรานี้เป็นชุมชนซึ่งแปลกใหม่สำหรับสังคมไทย  งานของเราจึงเน้นหนักไปที่ความคิด เราต้องการให้คนในชุมชนของสังคมไทยมองเห็นว่าปัญหาของเด็กนั้น  ที่เด็กก้าวร้าว  เด็กพูดจากหยาบคาย ด่าทอ ลักขโมยในวัยเด็กนั้น  ไม่ใช่เพราะกรรมพันธุ์เขาไม่ดี หรือชาติพันธุ์เขาไม่ดี  แต่เป็นเพราะเกิดมาจากการเลี้ยงดูที่ผิด การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไปส่งเสริมธรรมชาติฝ่ายต่ำ  หรือความไม่ดีงามในตัวเขา  เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่ความผิดของเขา


ผมต้องการแสดงให้เห็นว่า  ถ้าเราสามารถจัดชุมชนใหม่แบบที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เด็กเหล่านี้สามารถจะพัฒนาความสามารถในส่วนที่ดีงามออกมาได้  และเราพิสูจน์แล้วว่า เด็กที่มาอยู่กับเรา ที่เคยด่าตลอดเวลาเป็นร้อยเป็นพันคำ  ทุกครั้งที่ถูกยั่วถูกยุให้โกรธ  หรือที่ถูกขัดใจนี่เมื่อมาอยู่ร่วมในชุมชนหมู่บ้านเด็ก แนวโน้มการด่าทอ  การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงได้ลดน้อยลง




ชุมชนนี้อาจได้รับความสำเร็จ ที่สามารถทำให้เด็กในชุมชนนี้มีความสุขได้  แต่ว่าถ้าเด็กไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้จัดอย่างในชุมชนนี้จัด  คุณคิดว่าเขาจะมีความสุขอย่างที่เขาเป็นอยู่หรือเปล่า


อันนี้เป็นคำถามที่คนชอบถามมากกับโรงเรียนของเรา  ผมคิดว่าการที่เราจะพูดประเด็นนี้ เราจะต้องพูดให้เห็นว่าการที่คนจะออกไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมสังคมภายนอก  ที่เราเรียกว่าจะสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้หรือไม่นั้น  ผมว่าตัวกำหนดความสำคัญในการปรับตัวของมนุษย์เรามีอยู่ ๒ ตัว คือ  ปัญญาและกรุณา  ปัญญาจะทำให้เราสามารถช่วยตนเองได้ในเรื่องปัจจัย ๔ และทำให้เราคิดเป็นว่าเราจะสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างไร  ผมคิดว่าอันนี้คงเห็นสอดคล้องกันว่า  การที่เราจะเลือกไปอยู่ในกลุ่มคนแบบไหน  ไปเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราเพื่อให้สอดคล้องกับชุมชนแบบไหนนี่ ตัวกำหนดที่สำคัญคือปัญญา  ซึ่งจะช่วยกำหนดท่าทีของเราต่อชุมชนนั้น  และอีกอันหนึ่งที่กำหนดสำคัญ ว่าเราจะไปช่วยเหลือคนอื่นเขาหรือไม่  หรือจะไม่ไปช่วยเหลือคือ กรุณา


เพราะฉะนั้นในทางพุทธศาสนาบอกว่า  การที่มนุษย์จะมีชีวิตที่ดีได้จะต้องมี ๒ ตัวนี้เป็นแรงขับที่สำคัญ  คือ  ปัญญาและกรุณา ปัญญาจะทำให้ช่วยตนเองได้  กรุณาจะทำให้พร้อมที่จะช่วยคนอื่นได้


เพราะฉะนั้นที่คุณถามว่า  เด็กของเราจะออกไปอยู่ในชุมชนซึ่งมีสภาพผิดกับชุมชนที่นี่ได้อย่างไร ก็ขึ้นอยู่ว่าสิ่งแวดล้อมทั้งหมดที่เราจัดในชุมชนหมู่บ้านเด็ก  ผู้ใหญ่ที่อยู่ในชุมชนหมู่บ้านเด็กนี้ จะสามารถจัดบรรยากาศให้เกิดปัญญาและกรุณาในตัวเด็กได้มากน้อยแค่ไหน  และเมื่อเกิดในตัวเด็กได้แล้ว ปัญญาและกรุณานี้จะมีความมั่นคงอยู่ในตัวเด็ก จนสามารถกำหนดเป็นบุคลิกภาพ หรือท่าทีของเขาที่แน่นอนไปตลอดชีวิตนี้ได้มากน้อยแค่ไหน


ผมว่าถ้าเราทำอันนี้สำเร็จ  ผมมีความมั่นใจว่าเด็กของเราสามารถจะไปอยู่ในชุมชนต่าง ๆ ได้  ไม่ว่าชุมชนนั้นจะเป็นแบบไหน ถ้าเขาไปอยู่ในชุมชนที่ยากไร้  ความกรุณาในตัวเขาก็จะทำให้เขาคิดช่วยเหลือคนในชุมชนนั้น ปัญญาที่มีอยู่ในตัวเขาก็จะทำให้เขาสามารถหาวิธีการที่จะช่วยเหลือชุมชนนั้น  ถ้าเขาไปอยู่ในชุมชนที่มีการเอารัดเอาเปรียบ ความกรุณาในตัวเขาจะยับยั้งไม่ให้เขาเอารัดเอาเปรียบไปกับคนในชุมชนนั้น และปัญญาในตัวเขาก็จะช่วยให้เขาสามารถไปแก้ไขความเอารัดเอาเปรียบในชุมชนนั้นได้  ผมว่าขึ้นอยู่กับตัวกำหนด ๒ อันนี้ และตัวกำหนด ๒ อันนี้จะเกิดขึ้นได้กับคนที่มีอิสระ  มีเสรีภาพในตัวเองเท่านั้น


#บทสัมภาษณ์นี้ออกอากาศทาง ทีวี.สีช่อง ๗ ในรายการ ชีพจรลงเท้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๖ ระหว่างเวลา ๙.๓๐ - ๑๐.๐๐ น. โดยนายนิวัติ กองเพียร เป็นผู้สัมภาษณ์






 

 

แนวคิด: ปรัชญาการศึกษา


แนวคิดในพุทธธรรมที่นำไปใช้ในโรงเรียนหมู่บ้านเด็กที่กาญนจบุรี เพราะหลักความเป็นจริงที่เป็นกลางตามธรรมชาติ พูดถึงชีวิตนั้นคือ ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีข้อปฏิบัติที่เป็นกลางตามกฎธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับกฏเกณฑ์ในธรรมชาติของโลกและชีวิต การศึกษาแบบพุทธจึงเป็นไปเพื่อให้ปัญญา และกรุณางอกงามขึ้นในจิตในของมนุษย์ตามลำดับ

จุดมุ่งหมายของการทำโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก คืออยากจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการจัดการศึกษาอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งคิดว่าเหมาะสมกับเด็กในสังคมไทยนั้นเป็นอย่างไร เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีของหมู่บ้านเด็กเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด แต่เราอยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่า นี่เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถจะใช้แก้ปัญหาได้ เพราะเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมามีปมปัญหาอันเกิดจากเหตุปัจจัยต่างๆมากมาย อาจจะเกิดจากการเลี้ยงดูที่ผิด เกิดจากการอยู๋ในสิ่งแวดล้อมที่ผิด ปมนี้ก็จะควบคุมกำหนดบุคลิกภาพและการกระทำของเด็กจนถึงผู้ใหญ่ เพราะถ้าการศึกษาไม่สามารถไปแก้ปมปัญหาของมนุษย์ได้ เพราะฉะนั้น ทางโรงเรียนหมู่บ้านเด็กจึงสนในการแก้ปมปัญหาภายในตัวของเด็ก เพื่อต้องการให้เด็กไปสู่การมีชีวิตที่ดี 

การศึกษาทางเลือกกับสังคมไทย

จากความพยายามหลุดพ้นเผด็จการทางความคิดในวงการศึกษาไทย ได้เกิดจุดเปลี่ยนและก่อกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษามาพร้อมกับคำว่า “เสรีภาพและการปกครองตนเอง และเรียนตามสบาย” โดย “ทำโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก ไม่ใช้ทำเด็กให้เหมาะกับโรงเรียน”  จึงเป็นการจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย

โรงเรียนหมู่บ้านเด็กที่เกิดขึ้น คือที่มาของการศึกษาทางเลือก ที่ประกาศตัวเองเป็นอิสระจากการจองจำทางปัญญาและความรู้ที่กำหนดโดยรัฐ และปฏิเสธการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่กำหนดให้ประชาชนรู้ในสิ่งที่รัฐต้องการให้รู้ และไม่ให้รู้ในสิ่งที่รัฐไม่ต้องการให้รู้ 

แนวคิดการศึกษาทางเลือก

การศึกษาทางเลือกมีแนวคิดที่อยู่บนพื้นฐานทางจิตวิทยา ปรัชญา และศาสนธรรม มนุษยธรรมและชุมชนที่หลากหลาย ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดตั้งแต่ฟรอยด์, จอห์น ดุย, มองเตสซอรี่, วอลดอล์ฟ,กฤษณามูรติ,เอ เอส.นีล, นีโอฮิวแมนนิส ฯลฯ 

สาระของการศึกษาทางเลือก

เนื้อหาสาระตั้งแต่เรื่องของตัวเอง เรื่องรอบตัว จากใกล้ตัวถึงไกลตัว จากสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัตถุและธรรมชาติ จากภายใน (จิตวิญญาณ) ถึงภายนอก เรียนเรื่องมนุษย์ สัตว์ พืช และจักรวาล สุดท้ายคือเรียนรู้การอยู่รวมกันอย่างสันติและเรียนรู้การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ (การได้มาซึ่งปัจจัยสี่) โดยเห็นแก่ตัวน้อยที่สุด พึ่งพาคนอื่นให้น้อยที่สุด และทำร้ายผู้อื่นให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวเรา หรือสัตว์โลกและรวมถึงธรรมชาติสิ่งแวดล้อม 

การปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เกิดการศึกษาทางเลือก

จากเจตนารมณ์ทางการศึกษาก่อให้เกิด พรบ.การศึกษาประการใช้เมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ซึ่งวางแนวทางเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่สิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งกำหนดให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพสถานบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคม มีสิทธิจัดการศึกษาได้ และมีการกำหนดให้มี ๓ รูปแบบ คือการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

  • การประการการศึกษาทางเลือก เป็นการประกาศอิสระภาพของมนุษย์ที่ในประวัติศาสตร์ได้ถูกจองจำทางปัญญาและความรู้ โดยระบบการปกครองของผู้มีอำนาจทางการเมืองที่ใช้ระบบการศึกษา สะกดคนให้ยอมจำนนต่อระบบและ โครงสร้างที่อยุติธรรมและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการพัฒนามนุษย์ในทุก ๆ ด้าน เพียงใช้มนุษย์เป็นเครื่องมือของระบบการเมืองและการปกครอง รวมทั้งระบบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ 

    การศึกษาทางเลือกเป็นการแย่งชิงพื้นที่ของสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาให้กับบุตรหลานของเรา เป็นการแย่งชิงพื้นที่ของสิทธิและเสรีภาพการจัดการศึกษาไว้ในส่วนภาคประชาชน หลักของการศึกษาทางเลือก ควรอยู่บนหลักของสิทธิมนุษยชน ที่วางอยู่บนพื้นฐานของเสรีภาพ ความเสมอภาพและภาดรภาพ และหลุดพ้นไปจากกรอบความคิดชาตินิยมที่คับแคบ รวมทั้งกรอบของลัทธิการเมือง ลัทธิทางศาสนา และประเพณีนิยม ในที่สุดประชาชนต้องมีอิสระภาพจากระบบที่นุษย์สร้างมาจำกัดตัวตนของเขาไว้

นายพิภพ ธงไชย,คำประกาศคำปณิธานการศึกษาทางเลือก