ในสมองเด็กคิดอะไร ?
พิภพ ธงไชย
๑๗/๐๖/๒๕๖๑


 
ในสมองเด็กคิดอะไร ?


จากภาพที่เห็น
จากเสียงที่ได้ยิน
จากการสัมผัส


ระยะนี้ ผมชอบเฝ้ามองดูเด็กๆ ตั้งแต่แบเบาะ ดูเข้าไปในดวงตา ในสิ่งที่เขามองไปรอบๆ ตัว ว่าเด็กคิดอะไร ไปพร้อมๆ กับเสียงที่ออกจากปากประหนึ่งโต้เถียงผู้ใหญ่ หรือชวนคุย เป็น "ภาษามนุษย์ต่างดาว"


เด็กคิดอะไร ผมมักอดสงสัยเสมอ เขาบอกเราไม่ได้ มีเพียงบางปฏิกิริยาที่พออ่านออก ตอนสมัยลูกตัวเองยังเล็ก ก็มัววุ่นแต่ทำหนังสือพิมพ์และกิจกรรมกับอาจารย์สุลักษณ์และเพื่อนๆในกลุ่มปริทัศน์เสวนา ปล่อยให้แอ๊วเลี้ยงลูก ๒ คน จนโตทันไปอยู่ที่หมู่บ้านเด็กเมื่อปี ๒๕๒๒


เมื่อปากเขาขยับพูดแบบภาษามนุษย์ต่างดาว ที่เราไม่เข้าใจ ได้แต่ดูอาการทางกายประกอบ แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆ แล้วเขาคิดอะไรอยู่ ?


เด็กจะร้องไห้เมื่อเจ็บ เมื่อหิว เป็นไข้ หรือเมื่อรู้สึกถูกทอดทิ้ง เป็นอาการที่เราพอมองออก แต่ดวงตาที่ซุกซนของเขา ที่มองสิ่งรอบๆ ตัว และคลานเข้าไปค้นหา เราไม่เข้าใจ และอ่านไม่ออก ว่าเด็กคิดอะไร จากภาพที่มองเห็น มือที่ใช้จับสิ่งของ


แต่สิ่งที่คาดไม่ถึง คือประสาทสัมผัส ที่เกี่ยวกับอดีต เมื่อแอ๊วเล่าถึงเรื่องราวตัวเขา ก็จะแสดงอาการจนเรารู้สึกได้ว่าเขาไม่ชอบ

เขารู้ได้อย่างไร ว่าเรากำลังเล่าเรื่องอะไรอยู่ จนแอ๊วต้องหยุดและเลิกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในวันแรกเกิดให้กับคนอื่นฟัง

หรือเมื่อแอ๊วพูดว่า "รักเข้มนะ แต่น้อยกว่าอุ๊กับเอ้ ซึ่งเป็นลูกของแม่นิดหนึ่ง" เข้มก็แสดงปฏิกิริยาให้สัมผัสได้ทันที ว่ารู้สึกอย่างไร ไม่ให้แอ๊วอุ้ม และไม่มองหน้า จนแอ๊วต้องบอกว่า "รักเข้มเหมือนลูก" จึงกลับมาเหมือนเดิม

เมื่อแม่ที่ทอดทิ้งเขาไปในชั่วโมงแรกเกิด กลับมาเยี่ยม ๖ เดือนหลัง เข้มก็มีอาการปฏิเสธในสัมผัสของแม่ เขาจะหลบหน้า และก้มหน้า ทำเป็นหลับตา เป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า "วันนั้นทิ้งหนูทำไม" แม่ลูกคู่นี้คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพื่อสร้างความคุ้นเคยใหม่ ซึ่งสายสัมพันธ์โดยธรรมชาติ คงไม่มีใครไปตัดขาดได้


อาการแบบนี้ก็เหมือนลูกชายคนโตของแอ๊ว ที่เราไปให้แม่และพ่อแอ๊วเลี้ยง จะกลับไปเยี่ยมได้เฉพาะตอนวันหยุด เมื่อแยกกัน ก็จะร้องไห้ไม่หยุด และเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไรแม่จะกลับมาอีก จนโตแล้วก็ยังกลัวแม่ทิ้ง จนต้องย้ายมาเรียนใกล้บ้าน ไม่ห่างแม่


อาการทางจิตวิทยาเหล่านี้ ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า เด็กรู้ได้อย่างไร ทั้งที่เขามีอายุเพียงชั่วโมงเดียว และเพียงไม่กี่เดือนต่อมา เมื่อกลับมาถูกสัมผัสจากแม่อีกครั้ง ทั้งที่ฟังไม่รู้ภาษา หรือเขาสามารถรับรู้ได้จากสำเนียงเสียงพูด ที่แสดงจากอาการเล่าเรื่อง

ตอนหลังได้มีการยืนยันทางจิตวิทยาว่า เด็กสามารถรับรู้จากประสาทสัมผัสได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา

มีการทดลองให้เด็กฟังเพลงต่างชนิด ต่างประเภทดนตรี ผลบุคลิกภาพออกมาผิดกันไปตามประเภทของเพลง

พ่อแม่ที่ฉลาดก็จัดเพลงให้ฟังต่อ และเสริมเครื่องดนตรีเข้าไปอีก เมื่อเด็กออกมาลืมตาดูโลกแล้ว เพื่อขยายความถนัดให้ถาวร

แต่ก็อดสงสัย ความเป็นอัจฉริยะของคนบางคน ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แย่มากๆ มีแม่ติดเหล้าและเป็นโรคจิต แต่สามารถแสดงความเป็นอัจฉริยะออกมาได้ เช่น ชาลี แชปลิน ในขณะที่พี่น้องคนอื่นกลับไม่มีแววความฉลาดนั้นเลย


ตอนนี้แอ๊วมาดูเด็กแรกเกิดอย่างใกล้ชิด ที่บ้านทานตะวัน เด็กมาจากบ้านยากจนและสิ่งแวดล้อมที่เลว เรามักจะพาเด็กอายุไม่เกินขวบ ไปที่หมู่บ้านเด็กครั้งละสองสามคน ทุกๆ สัปดาห์ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและสร้างบรรยากาศให้เด็กวัยรุ่นได้มาสนุกกับการดูแลเด็กเล็ก ทำให้เห็นการพัฒนาของเด็กต่างวัยไปพร้อมๆ กัน


ถึงแม้วันนี้ความรู้เรื่องเด็กจะพัฒนาไปมาก แต่ ยีน และ ดีเอ็นเอ ก็ยังเป็นรากฐานของคนเรา ที่จะมีปฏิกิริยาต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว

แต่ก็มีข้อมูลบางอย่างบอกต่อมาว่า บุคลิกภาพของมนุษย์ถูกกำหนดตั้งแต่วัยเด็ก และไม่เปลี่ยนอีกเลย


อย่างที่ผมตั้งข้อสงสัยไว้ว่า

ในสมองเด็กคิดอะไร
จากภาพที่เห็น
เสียงที่ได้ยิน
และการสัมผัส

ใครรู้ช่วยตอบที


เหมือนที่เราสงสัยว่าประชาชนคิดอะไรกับการเมืองรอบๆ ตัว ที่ขาดการพัฒนามาร่วม ๘๖ ปี

แต่ที่ชัดเจน ทั้งเด็กและประชาชนไม่ได้ "โง่" แต่ความเข้าใจของเราต่างหาก ที่จะอ่านภาพในสมองของเขาได้ถูกต้องไหม ?

เขียนในโอกาส "เข้ม" อายุครบ ๑๐ เดือน



พิภพ ธงไชย
FB : Pibhop Dhongchai
มูลนิธิเด็ก
Foundation for Children - FFC.
Tel.02-814-1481
๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๑



ปล.
ยามเช้าวันอาทิตย์. บรรยากาศเป็นใจให้คนสองวัยสนทนาธรรม ท่ามกลางลมฤดูฝนโชยมา เอากลิ่นอายของไม้นานาชนิด ผ่านจมูก รู้สึกถึงปริมาณอ๊อกซิเจนที่คนเมืองต้องอิจฉา ยากที่จะเดาได้ว่าคนสองวัยกำลังสนทนาอะไร เพราะเราอยู่ในครัวทำอาหารอยู่ ผ่านมาเห็นเข้าเลยเก็บสักภาพสองภาพมาอวด

ภาพและข้อเขียนใน ปล.เป็นของ
รัชนี ธงไชย
เช้าวันอาทิตย์ที่ 17/6/61
ณ ป่าธรรมชาติหมู่บ้านเด็ก
ภาพชุดหมวก เป็นของ"นิด" ถ่ายในรถ
ขณะกลับจากหมู่บ้านเด็ก




 
พิภพ ธงไชย

FB.Pibhop Dhongchai
#มูลนิธิเด็ก
www.ffc.or.th

มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369
Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th