ปฏิวัติโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก 3
ความรุนแรงที่ส่งต่อ 2


ความรุนแรงที่ส่งต่อ 2.
ข้อเขียนชุด ปฏิวัติโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก 3


"มนุษย์นั้นอ่อนแอ ถึงแม้ร่างกายจะแข็งแรง" เป็นคำนิยามที่รู้กันทั่วไป


ที่คิดเขียนหัวข้อนี้ในเรื่อง"ความรุนแรงที่ส่งต่อ" เป็นตอนที่ 2 เพราะสะดุดข่าว "เปรี้ยวหั่นศพ" ที่แม่เธอให้สัมภาษณ์ว่า


"แม่เองก็อาจสงสัยว่า ความรุนแรงที่ลูกสาวเธอกล้าลงมือทำถึงขนาดนี้ อาจจะมาจากตอนเด็กที่เปรี้ยวพบเห็นพ่อทำร้ายแม่ของเธอ จนอาจจะเกิดความชาชิน และต่อต้านสังคม ซึ่งหากมองหน้าหรือแค่เพียงผ่านพบ อาจจะไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงและความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเปรี้ยว ที่อาจจะสั่งสมมานาน" (คมชัดลึก - 11/06/60)


คำสัมภาษณ์นี้ชัดเจน ประหนึ่งว่าแม่เปรี้ยวเป็นนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งคำกล่าวนี้เป็นความจริงในทางจิตวิทยา


เมื่อแรกตั้งโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก แล้วเรารับเด็กที่ถูกทารุณกรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งเด็กบางคนเคยเห็นการร่วมเพศของแม่กับพ่อ หรือพ่อเลี้ยง ภาพเหล่านั้นไม่เคยหายไปจากจิตใจและความรู้สึกของเด็กๆ


ต่อมาก็ได้รับรู้ว่า ในครอบครัวทั่วไป ไม่ว่าจะยากดีมีจน เด็กจำนวนมากก็มีประสบการณ์เรื่องแบบนี้ และกลายเป็นภาพหล่อหลอมในใจจนกลายเป็นบุคลิกภาพที่ติดตัวเด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ จะแสดงออกเมื่อมีเหตุที่เอื้ออำนวย อย่างกรณี "เปรี้ยว หั่นศพ" กระทำ แต่สังคมไม่สนใจ มุ่งเอาผิดทางคดีอย่างเดียว


เด็กทั่วโลก ต่างมีประสบการณ์ความรุนแรงในวัยเด็กอย่างที่เป็นข่าว และมีการส่งต่อความรุนแรงรุ่นต่อรุ่น ไปเป็นเส้นยาวในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ


เมืองไทยก็มีเรื่องก๊อดอามี่ เด็กสองคน เมื่อหลายปีก่อน การข่มขืนเด็กภายในบ้านของญาติ พี่ป้าน้าอา ถูกปิดลับในครอบครัว โดยเฉพาะคนเป็นแม่ที่มีสัญชาตญาณรับรู้ได้โดยธรรมชาติ แต่ไม่พูด และอาจไม่แก้ปัญหานั้นด้วย แต่เด็กที่ถูกกระทำไปไม่เคยลืม ข้อมูลเหล่านี้


และผมเคยสัมภาษณ์นักร้อง พธม.ออกรายการสะพานสายรุ้ง ทาง Astv. เธอเล่าให้ฟังถึงการลวนลามทางเพศโดยพี่ชาย แต่เธอหาทางออกโดยเล่นกีฬาอย่างหนัก และกลับบ้านดึกดื่นเที่ยงคืน เพื่อพบหน้าพี่ชายให้น้อยที่สุด และเมื่อเธอเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง เธอก็ตกใจว่า แม่เธอก็สารภาพว่าเคยมีประสบการณ์เช่นนี้ในวัยเด็ก แต่เก็บกดความรู้สึกนั้นไว้

จากปากคำของผู้ประสานงานบ้านทานตะวัน ซึ่งเป็นบ้านรับเด็กเล็กยากจนมาเลี้ยงดูตั้งแต่วัยทารก ที่เริ่มด้วยเด็กขาดสารอาหารเมื่อ 38 ปีก่อน ก็พบว่าเคยรับเด็กที่ถูกทารุณกรรมติดมาด้วย โดยถูกละเมิดทางเพศตั้งแต่วัย 1 ปีหกเดือน จากน้าชายที่อยู่ในครอบครัว


ที่เล่ามาทั้งหมด เพื่อยืนยันว่า ประสบการณ์ในวัยเด็ก ที่ถูกทารุณกรรมนั้น ต้องได้รับการรักษา ตั้งแต่ในครอบครัวและในโรงเรียน แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจทั้งจากโรงเรียนและครอบครัว เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา เด็กจึงถูกกดภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในส่วนลึกของจิตใจ จนโตเป็นหนุ่มสาว หรือเข้าสู่วัยชรา จึงแสดงออก ดังที่เป็นข่าวอยู่เสมอว่า มีปู่ มีตา มีลุง มีน้า มีพี่ชาย มีพ่อเลี้ยง ข่มขืนหลานสาว ข่มขืนลูกสาว ข่มขืนลูกเลี้ยง ข่มขืนน้องสาว


แล้วสังคมก็ใช้เพียงพลังศีลธรรมกดดัน ซึ่งไม่ถูกทั้งหมด เพราะมนุษย์มีสัญชาตญาณดิบผสมกับกับการเลี้ยงดูที่มีลักษณะใช้ความรุนแรง และคุกคามทางเพศอยู่ด้วย ถ้าไม่ถูกขจัดออกไป โดยแทนที่ด้วยพลังดี พลังดิบนั้นก็จะแสดงออกมา


หมู่บ้านเด็กพยายามทำงานเรื่องการบำบัด ไปพร้อมกับงานเรียนรู้ของเด็ก คนที่ไปเยี่ยมหมู่บ้านเด็กจะประทับใจกับบรรยากาศธรรมชาติ ที่เรากำหนดให้เป็นสิ่งแวดล้อม มีป่าเขา มีแม่น้ำ เพราะน้ำเป็นตัวบำบัดโดยธรรมชาติ ต้นไม้ก็เช่นกัน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงต่างเป็นเครื่องมือในการบำบัด


เราให้เสรีภาพกับเด็ก เพื่อจะรู้ว่าเด็กมีประสบการณ์ทางบ้านมาอย่างไร เพราะเสรีภาพ ทำให้เด็กกล้าแสดงออก อำนาจนิยมเป็นตัวกด แล้วเราใช้กระบวนสภาโรงเรียน ใช้ความรักความเมตตาของผู้ใหญ่ช่วยบำบัดเสริมเข้าไป ถ้าเกินว่านี้ก็ส่งต่อจิตแพทย์ หรือวัด ที่มีพระที่เข้าใจเรื่องนี้ เพื่อใช้วิธีการทางศาสนาเข้ามาเสริม


ถ้าใครอ่านงานของ เอ.เอส.นีล ที่เขียนเรื่องซัมเมอร์ฮิล ก็จะเข้าใจขบวนการบำบัดทางจิตวิทยา ที่นีลเรียกว่า "เรียนเป็นส่วนตัว" ซึ่งก็คือ กระบวนการทาง "จิตวิเคราะห์" นั่นเอง เพราะเด็กๆ ที่มาจากชนชั้นกลางในอังกฤษสมัยนั้น เต็มไปด้วยความเชื่อผิดๆ ต่อธรรมชาติของเด็กและมนุษย์ ผ่านทางศาสนาและค่านิยมในสังคม เด็กจึงถูกกดความต้องการทางธรรมชาติไว้


นีลเชื่อว่าถ้าเราปลดปล่อยเด็กได้ การเรียนรู้ตามธรรมชาติจะเกิดขึ้นเอง เราเพียงเติมวิธีการต่างๆ และกระบวนการเรียนเข้าไป ศาสนาพุทธจึงใช้หลักสามประการ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ปลดปล่อยมนุษยชาติ โดยพิจารณาจากขบวนการอริยสัจ 4 ให้มนุษย์วิเคราะห์เรื่องรอบๆ ตัวได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง


ที่เขียนมาทั้งหมด ก็เพื่อจะชี้ว่า ถ้าเราจะให้เด็กเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งกาย ใจ และสติปัญญา ไม่ส่งต่อความรุนแรงในวัยเด็ก จากรุ่นสู่รุ่น ครอบครัว โรงเรียน สังคม ต้องจัดขบวนความรู้ไปพร้อมกับ "การบำบัดทางจิตวิทยา" ด้วย เราจึงจะได้ระบบประชาธิปไตยที่พึงปรารถนา เพราะมนุษย์จะเป็นคนมีเหตุมีผลมากขึ้น


สังคมไม่ได้มี "ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ" เท่านั้น แต่มี "ความเหลื่อมล้ำทางสติปัญญา" ด้วย ต้องแก้ความเหลื่อมล้ำ 2 สิ่งนี้ไปพร้อมๆ กัน จะใช้กระบวนท่าอะไร ก็ช่วยกันคิด

พิภพ ธงไชย
30 มิถุนายน 2560

#มูลนิธิเด็ก
www.ffc.or.th


มูลนิธิเด็ก ๙๕/๒๔ หมู่ที่ ๖ ซ.กระทุ่มล้ม ๑๘ ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๒๒๐
โทร. ๐๒-๘๑๔-๑๔๘๑ ถึง ๗ แฟ็กซ์ : ๐๒-๘๑๔-๐๓๖๙
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 
TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369

Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th