แนวทางเลี้ยงลูกน้อยแบบมอนเตสซอรี่เป็นอย่างไร

 

งานส่วนหนึ่งของมูลนิธิเด็กนั้นคือการดูแลเด็กด้อยโอกาส ทั้งเรื่องของความเป็นอยู่และการศึกษาเรียนรู้ โดยทางมูลนิธิเด็กได้นำปรัชญาและทฤษฎีการศึกษาหลายแบบมาผสมผสานและปรับใช้ เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตงดงามตามวัย “มอนเตสซอรี่” เป็นหนึ่งในทฤษฎีการศึกษาที่มูลนิธิเด็กได้เลือกมาเพื่อดูแลเด็กด้อยโอกาสนี้ด้วย แล้วมอนเตสซอรี่คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ในครอบครัวได้หรือไม่ บทความคัดสรรเรื่องนี้มีคำตอบได้อย่างแจ่มชัดและเป็นความรู้เบื้องต้น เพื่อศึกษาเรื่องมอนเตสซอรี่ในระดับลึกซึ้งขึ้นไปอีก


วิธีการศึกษาแบบมอนเตสซอรี่สามารถช่วยให้ลูกของคุณเจริญเติบโตได้หลายทาง


บุคลิกลักษณะเฉพาะต่างๆ ของเด็กเล็ก (ตามที่กล่าวไว้ในตอนที่ ๑) ได้ถูกสังเกตโดยแพทย์หญิง
มาเรีย มอนเสตซอรี่โดยได้คิดค้นระบบการศึกษาสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นวิธีการศึกษาที่ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานของเด็กก่อนวันเรียนตามที่ได้กล่าวถึงในตอนที่ ๒ วิธีการและแบบฝึกหัดนั้นจะสอดคล้องกับข้อเสนอแนะในตอนที่ ๓

แนวทางการศึกษาแบบมอนเตสซอรี่นั้นมีหลายแง่มุม และคุณครูมอนเตสซอรี่ที่ผ่านการอบรมก็ได้ศึกษาและทำงานไว้มากมาย แต่ความคิดพื้นฐานและแนวคิดของระบบโดยรวมนั้นง่ายต่อการทำความเข้าใจสำหรับทุกคน


มาเรีย มอนเตสเซอรี่ มีความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กพิเศษต่างออกไปจากคนอื่น


มาเรีย มอนเตสเซอรี่ เกิดที่ประเทศอิตาลีในปี ค.ศ.๑๘๗๐ เป็นแพทย์หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของอิตาลี เธอเริ่มทำงานกับเด็กที่ยากจนและมีพัฒนาการล่าช้า จากการสังเกตอย่างใกล้ชิดและการค้นคว้าทดลอง แพทย์หญิงมอนเตสซอรี่จึงได้คิดค้นระบบการศึกษาที่ช่วยในเรื่องการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีอุปสรรคหรือเรียนรู้ช้าให้เรียนได้เท่าทันเด็กปกติ
ระบบการศึกษาแบบมอนเตสซอรี่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก มีการนำไปใช้ในหลาย ๆ ประเทศ และปัจจุบันได้มีการนำความคิดนี้ไปปรับปรุงใหม่ ทำให้การศึกษาแบบมอนเตสซอรี่นั้นเป็นแนวคิดใหม่ และมีความหมายมากขึ้น เพื่อช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์รอบด้าน

ความล้มเหลวในระบบการศึกษาแบบเดิมได้ปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นทุกวัน ในขณะที่การศึกษาแบบมอนเตสซอรี่ได้นำเสนอโครงสร้างที่เป็นระบบและสมเหตุสมผล โดยอนุญาตให้เด็กได้พัฒนาความสามารถตามก้าวย่างของตนเอง ด้วยการแนะนำของคุณครูที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี พร้อมทั้งใช้สื่อการสอนที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ

ระบบการศึกษาแบบมอนเตสซอรี่จะมีอยู่ ๓ ส่วนหลัก ๆ คือ เด็ก สิ่งแวดล้อม และผู้ชี้แนะ


หัวใจหลักของระบบการศึกษาแบบปฐมวัยควรจะอยู่ที่เด็ก แพทย์หญิงมาเรีย มอนเตสซอรี่ยึดหลักการเฝ้าสังเกต และเข้าใจเด็กอย่างที่เขาควรจะเป็น ไม่ใช่อย่างที่ผู้ใหญ่คิดว่าเด็กน่าจะเป็นหรือควรจะเป็น

จากนั้นแพทย์หญิงมอนเตสซอรี่จึงได้คิดค้นสิ่งแวดล้อมโดยรวม เพื่อช่วยใช้เด็กใช้พัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

เธอเห็นบทบาทของคุณครูเป็นเพียงผู้ให้คำชี้แนะกิจกรรมมากกว่าการเข้าไปสอน ดังนั้น  เธอจึงชอบที่จะใช้คำว่าผู้ชี้แนะแทนคำว่า คุณครูผู้สอน


มอนเตสซอรี่มองว่าเด็กควรจะเป็นอย่างที่เขาเป็นจริง ๆ


ระบบการศึกษาแบบมอนเตสซอรี่จะปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้ตามแนวทางที่ดีที่สุดและง่ายที่สุด โดยการทำสิ่งนั้นด้วยตนเอง พื้นฐานก็คือเด็กจะได้เรียนรู้ด้วยตนเอง

ภายใต้ข้อจำกัดบางประการ เด็กสามารถเลือกงานที่ดึงดูดความสนใจจากภายในตัวของเขาเอง เด็กสามารถฝึกฝนความรู้สึกอิสระและการตอบสนองสิ่งเร้าภายในใจ เด็กจึงรู้สึกสนุกสนานและมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ เพราะว่าได้ทำในสิ่งที่อยากทำแทนที่จะต้องทำในสิ่งที่คนอื่นบอกให้ทำ

ความรู้สึกเป็นอิสระและความมั่นใจในตนเองจะค่อย ๆ เกิดขึ้นในตัวเด็กตามทักษะความสามารถที่มากขึ้น ระบบการศึกษาแบบมอนเตสซอรี่นั้นทำให้เด็กรักการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ และบ่มเพาะแรงจูงใจในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระบบนี้ยังช่วยให้เด็กเติบโตและพัฒนาไปตามธรรมชาติโดยหลีกเหลี่ยงการฝืนให้ทำในสิ่งที่เด็กไม่ต้องการ

 

สิ่งแวดล้อมในความหมายของมอนเตสซอรี่คือ คุณครูของเด็กนั่นเอง
ในโรงเรียนมอนเตสซอรี่ ลูกของคุณจะศึกษาด้วยตนเองผ่านการใช้สื่อมอนเตสซอรี่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สื่อเหล่านี้จะดึงดูดความสนใจเด็กใช้ง่าย มีขนาดเหมาะกับเด็ก ถ้าเด็กทำผิดพลาด เขาก็สามารถเห็นได้จากการดูอุปกรณ์เหล่านั้น ด้วยวิธีการเช่นนี้ผู้ใหญ่จึงไม่จำเป็นต้องไปชี้ถึงความผิดพลาด เพราะอาจทำลายความมั่นใจของเด็กได้

ในโรงเรียนมอนเตสซอรี่ ลูกของคุณจะเรียนรู้การทำงานโดยลำพังและทำงานร่วมกับผู้อื่น เด็กมักจะเลือกทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง เขาเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตามกฎของการอยู่ร่วมกันในห้องเรียน และบางครั้งอาจจะช่วยเตือนให้เด็กคนอื่นปฏิบัติตามกฎนั้นด้วยเช่นกัน

เพราะว่าเด็กสามารถเลือกงานและทำไปตามจังหวะของตัวเอง ลูกของคุณจึงมีโอกาสจะประสบความสำเร็จ ห้องเรียนมอนเตสซอรี่ไม่มีการแข่งขัน เด็กจะมีโอกาสได้รู้จักพืชและสัตว์ อีกทั้งยังอาจได้ช่วยดูแลสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นด้วย ห้องเรียนมอนเตสซอรี่เป็นสถานที่ที่เด็กมีอิสระจากการครอบงำของผู้ใหญ่ และสามารถค้นพบโลกของเขา อีกทั้งยังสร้างร่างกายและจิตใจของเขาเองด้วย




ห้องเรียนมอนเตสซอรี่ครอบคลุมในหลาย ๆ ด้าน



ด้านทักษะชีวิตประจำวัน

เป็นเรื่องที่เน้นสำหรับเด็กเล็ก (๒ ขวบครึ่งถึง ๓ ขวบครึ่ง) เพื่อที่จะสอนให้เด็กรู้จักการดูแลตัวเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

ที่นี่ลูกของคุณจะได้เรียนรู้วิธีการใส่เสื้อผ้าด้วยตนเอง โดยใช้เครื่องมือสำหรับฝึกการแต่งตัว (ติดกระดุม ติดซิป ผูกเชือก ติดเข็มกลัด ผูกโบ ติดตะขอ) การเท (เมล็ดข้างและน้ำ) เช็คโต๊ะ ขัดเครื่องเงิน และการล้างมือที่ถูกต้อง


ด้านทักษะประสาทสัมผัส
เป็นส่วนที่จะช่วยให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้เกี่ยวกับโลก

เด็กจะได้เรียนรู้การแยกแยะความแตกต่างระหว่างความสูง ความยาว น้ำหนัก สี เสียง กลิ่น รูปร่าง และพื้นผิวสัมผัส

สื่อทางด้านภาษา คณิตศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ มีส่วนช่วยให้เด็กได้พัฒนาสติปัญญา

การออกกำลังกายจะช่วยพัฒนาทางกายภาพ และตระหนักถึงศักยภาพทางร่างกายของตนเองว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง

โรงเรียนมอนเตสซอรี่หลายแห่งได้เพิ่มกิจกรรมทางด้านคนตรี ศิลปะ การเต้นรำ การตัดเย็บ การทำงานไม้ ภาษาต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาอย่างรอบด้านมากขึ้น



บทบาทและหน้าที่ของผู้ชี้แนะ (คุณครู) ในระบบการเรียนแบบมอนเตสซอรี่

คุณครูมอนเตสซอรี่จะแตกต่างจากคุณครูที่สอนแบบดั้งเดิมที่ปฏิบัติตนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ในทางกลับกันคุณครูมอนเตสซอรี่จะไม่ทำตนเป็นศูนย์กลางในการเรียนในขณะที่นักเรียนทำงานอยู่ คุณครูต้องเอาใจใส่อย่างมากกับการทำงานของเด็กในห้องเรียน คุณครูไม่มีโต๊ะเป็นของตนเอง และเป็นการทำงานร่วมกับเด็ก ๆ บนโต๊ะหรือพรมที่มีขนาดเหมาะสมกับเด็ก

คุณครูจะต้องเป็นนักสังเกตการณ์อย่างลึกซึ่ง และต้องมีความคิดที่ชัดเจนต่อเด็กแต่ละคน ซึ่งมีระดับพัฒนาการเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป จากนั้นคุณครูต้องจัดเตรียมอุปกรณ์การสอนที่ดีที่สุดให้เหมาะกับเด็กแต่ละคนได้ทำงานด้วย คุณครูจะชี้แนะเป็นรายบุคคล และช่วยให้เด็กเรียนรู้การใช้อุปกรณ์แต่ละชิ้นได้อย่างถูกต้อง หลังจากนั้นคุณครูจึงปล่อยให้เด็กทำงานนั้นด้วยตนเอง และกลับมาสังเกตเด็กอีกครั้งหนึ่ง

คุณครูจะต้องมีความยืดหยุ่นและทดลองวิธีการใหม่ ๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กแต่ละคน และยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเด็กเมื่อจำเป็นเท่านั้น เด็กจะมาหาคุณครูในฐานะผู้ช่วยที่เป็นมิตรและผู้ชี้แนะ คุณครูคือคนที่จะอยู่ที่นั่นเมื่อเขาต้องการ แต่ที่สำคัญคือคนที่ช่วยให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง



ห้องเรียนมอนเตสซอรี่จะเป็นห้องเรียนแบบคละอายุ ที่มีเด็กหลายวัยในห้องเดียวกัน


การจัดให้เด็กอยู่ในห้องเรียนที่มีเด็กคละวัยกัน (โดยทั่วไปอายุระหว่าง ๒ ขวบครึ่งและ ๖ ขวบ) เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย


เมื่อเด็กเริ่มมาโรงเรียนครั้งแรก จะได้ประโยชน์ของการเรียนรู้จากพี่ที่โตกว่าและมีประสบการณ์มากกว่า เมื่อเด็กคนนั้นทำงานได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว เขาก็จะสามารถช่วยเหลือคนอื่นหรือรุ่นน้องต่อไปได้อีก

ลูกของคุณยังจะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับคนหลากหลายแบบอีกด้วย



ห้องเรียนมอนเตสซอรี่แต่ละห้องนั้นจะแตกต่างกันไป


แม้ว่าวิธีการของมอนเตสซอรี่จะมีโครงสร้างลักษณะพิเศษเฉพาะตัว แต่ก็มีความยืดหยุ่นและเปิดกว้างสำหรับบุคคลที่จะนำไปตีความหรือนำไปใช้

เพราะว่าคุณครูแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ห้องเรียนมอนเตสซอรี่จึงแตกต่างกันด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตีความและความสามารถของคุณครูผู้สอน

ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรหาโอกาสไปพบปะกับคุณครู และร่วมกันสังเกตห้องเรียนขณะที่มีการเรียนการสอน เพื่อที่จะได้ทราบถึงลักษณะเฉพาะของคุณครูคนนั้น



วิธีการของมอนเตสซอรี่นั้นแตกต่างจากวิธีการอื่น ๆ ทั้งหมด

วิธีการของมอนเตสซอรี่นั้นมีเอกลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความมีอิสระ และโครงสร้างที่มีการออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะสำหรับเด็กเล็ก เป็นการจัดสรรสภาพแวดล้อมที่ดี มีสื่อการสอนที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจให้สอดคล้องกับความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก โดยคุณครูที่ผ่านการอบรมมาอย่างดีจะเป็นผู้ชี้แนะ

การศึกษาแบบมอนเตสซอรี่ได้วางรากฐานที่มั่นคงให้กับเด็ก ในช่วงปีที่มีการก่อสร้างตัวตนของเขาขึ้นมา เพื่อพัฒนาไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถรอบด้าน มีความรับผิดชอบ มีความสุข และประสบความสำเร็จ

 

ชื่อหนังสือ แทนรักด้วยรู้จักเลี้ยง
แนวทางเลี้ยงลูกน้อยแบบมอนเตสซอรี่เป็นอย่างไร
ผู้เขียน    เทอร์รี่ มอลลอย
แปล        เกศสุดา  ชาตยานนท์



Share
  มูลนิธิเด็ก
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220
TEL. 02-814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369
Foundation For Children
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220
TEL. (662) 814-1481, 097-213-0647, 097-213-0648, 063-150-0060 FAX. 02-814-0369

©1999 Foundation For Children All rights reserved. | donation@ffc.or.th