กาแฟและชา

72 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กาแฟและชา

"กาแฟและชา" (Coffee and Tea)


สวัสดีค่ะ #สรรพสาระ #หนังสือน่าอ่าน จากหนังสือ #50ความคิดเปลี่ยนมนุษยชาติ วันนี้แอดมาแนะนำเรื่อง "กาแฟและชา" (Coffee and Tea) ทุกวันนี้กาแฟและชาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราแล้ว เป็นเหมือนน้ำมนต์วิเศษ เครื่องดื่มร้อนๆ ที่ทำให้คุณกระฉับกระเฉง ตื่นตัว และมีชีวิตชีวา

ชาเริ่มต้นที่ประเทศจีนมีบันทึกประวัติศาสตร์การทำไร่ชาย้อนหลังไปอย่างน้อย ๓,๐๐๐ ปี และยังค้นพบหลักฐานทางพันธุกรรมว่าชามีหลากหลายชนิดล้วนเป็นสายพันธุ์ของต้นชา "คาเมเลีย ไซเนนซิส" Camellia Sinensis ซึ่งมีต้นกำเนิดย้อนหลังไปแถบภูเขาทางเหนือของพม่า และมณฑลยูนนานกับมณฑลเสฉวนในจีนภาคใต้ เป็นไปได้มากว่าชาเริ่มต้นในยูนนานเพราะมีต้นชาอายุหลายพันปีอยู่ในป่าฝนลึกเข้าไปในภูเขา เมื่อ ๒,๕๐๐ ปีก่อนที่ประเทศจีนตะวันตก เล่าจื้อ (LaoZi)老子 ผู้เขียนคัมภีร์เต๋า (DaoDeJing) 道德经ได้เขียนบรรยายถึง "ฟองหยกเหลว" และอาจเป็นในจีนตะวันตก ที่กำเนิดตำนานชาจากจีน ตำนานกล่าวว่าจักรพรรดิเสินหนง (๒,๗๓๗ ปีก่อนคริสตกาล) พระองค์เสด็จไปภาคตะวันตก ขณะกำลังดื่มน้ำร้อนมีใบชาจากต้นปลิวมาตกในถ้วยน้ำร้อน ทำให้น้ำเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลมีรสดีและสดชื่น และยังพบด้วยว่าชามีฤทธิ์เป็นยาถอนพิษจากพืชเป็นพิษหลายชนิด

เป็นไปได้ว่ามีการดื่มชาแพร่หลายทั่วประเทศจีน ๒,๕๐๐ ปีก่อน ส่วน "กาแฟ" มีจุดเริ่มต้นที่ใหม่กว่า "ชา" หลักฐานทางประวัติศาสตร์จากพระซูฟี (Sufi) ปลูกกาแฟในสวนที่เยเมนในคริสตศตวรรษที่ ๑๕ แต่ต้นกาแฟหลักสองชนิดคือ "อาราบิกา" (arabica) และ "คานีโฟรา" (Canephora) ซึ่งให้เมล็ดกาแฟโรบัสตา (robusta) เป็นพืชท้องถิ่นของเอธิโอเปีย ตำนานกาแฟบอกว่ากาแฟถูกค้นพบในเอธิโอเปียโดย "คาลดิ" (Kaldi) คนเลี้ยงแพะที่เห็นแพะของเขาคึกคักหลังกินผลไม้คล้ายเบอร์รี่ เขาจึงลองกินดูบ้างแต่เมื่อไปบอกนักบวช นักบวชกลับโยนเบอร์รี่ใส่กองไฟ

คาลดิเก็บเมล็ดเบอร์รี่ที่ถูกเผาจนเกรียมมาบดเป็นผง เติมน้ำ แล้วกาแฟถ้วยแรกของโลกก็เกิดขึ้น!! แม้ว่าตำนานการค้นพบชา-กาแฟจะมาจากคนละด้านกับชนชั้นทางสังคม ชาถูกพบโดยจักรพรรดิ กาแฟถูกพบโดยสามัญชนคนเลี้ยงแพะ เวลาล่วงไปเครื่องดื่มทั้งสองก็เดินทางไปถึงยุโรปใน ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อกลางศตวรรษที่ ๑๗ ใน ค.ศ. ๑๖๔๕ ร้านกาแฟแห่งแรกในยุโรปเปิดที่อิตาลี หลังจากนั้นร้าน Queen's Lane Coffee house ร้านกาแฟแห่งแรกของอังกฤษก็เปิดในปี ค.ศ. ๑๖๕๔ และยังคงเปิดมาจนถึงปัจจุบัน ในเมืองออกซ์ฟอร์ด

ร้านกาแฟในลอนดอน

 

ชาไปถึงยุโรปในเวลาใกล้เคียงกันในปี ค.ศ. ๑๖๖๐ โดยพระนางแคทเทอรีนแห่ง บราแกนซา (ค.ศ. ๑๖๓๘ - ๑๗๐๕) มเหสีของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒ ที่นำการดื่มชามาจากโปรตุเกสประเทศบ้านเกิดของพระนางที่กำลังฮิตดื่มชากัน ชาถูกนำเข้าสู่อังกฤษโดยราชวงศ์จึงถือเป็นเครื่องดื่มชั้นสูง ส่วนกาแฟดื่มกันครั้งแรกโดยนักศึกษาออกซ์ฟอร์ด ภาพลักษณ์จึงค่อนข้างจะอยู่ด้านสามัญชนคนธรรมดาคล้ายต้นกำเนิดคือ "คนเลี้ยงแพะ" การดื่มชามักจะมีพิธีรีตรอง เช่นในญี่ปุ่นและจีน หนังสือ "รักษาสุขภาพโดยการดื่มชาได้อย่างไร" เป็นหนังสือเกี่ยวกับชาเล่มแรกในญี่ปุ่นเขียนโดยเมียวอัน เออิไซ (Myoan Eisai)

เมียวอัน เออิไซ

 

พระรินไซเซน (ค.ศ. ๑๑๔๑ - ๑๒๑๕) กาแฟยังถูกใช้ดื่มเพื่อวัตถุประสงค์เชิงศาสนาอีกด้วย เพื่อกระตุ้นทางจิตวิญญาณของพระซูฟีจึงทำให้ชาวมุสลิมบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการดื่มกาแฟและอาจมองเป็นเรื่องต้องห้าม (Haram) ต้นคริสตศตวรรษที่ ๑๗ การดื่มกาแฟจึงเป็นสิ่งต้องห้ามในตุรกี และยังเป็นสิ่งต้องห้ามในเอธิโอเปียถิ่นกำเนิดกาแฟอีกด้วยโดยคริสต์ศาสนาออร์โธดอกซ์จนถึง ค.ศ. ๑๘๘๙ ในขณะที่ยุโรปและอเมริกาเหนือ สุภาพสตรีจิบชาในคฤหาสน์หรู ส่วนนักศึกษาและปัญญาชนพบปะกันในร้านกาแฟพูดคุยทางความคิด บ้างก็ถากถางชนชั้นสูงที่จิบน้ำชา  บ้างก็ฝันถึงการปฏิวัติฝรั่งเศสที่ร้าน Cafe' Procope


Café Procope



ส่วนที่บอสตัน สหรัฐอเมริกา กาแฟถูกสุมไฟเรียกร้องอิสรภาพเพื่อประท้วงการเก็บภาษีของอังกฤษที่ร้านกาแฟมังกรเขียว Green Dragon Coffee House ด้วยการเทชาทิ้งลงในอ่าวบอสตัน Boston Tea Party ปี ค.ศ. ๑๗๗๓ ปาร์ตี้นี้ทำให้คนอเมริกันจำนวนมากปฏิเสธการดื่มชาเพื่อเป็นการประท้วง

Green Dragon Coffee House

 

 


 Boston Tea Party

 

การค้าชาเป็นส่วนสำคัญของการขยายอาณานิคมในยุควิคตอเรียช่วงต้นทศวรรษที่ ๑๘๐๐ คนอังกฤษปลูกฝิ่นในอินเดียแล้วลักลอบนำเข้าประเทศจีนทำให้คนจีนติดฝิ่นและยินยอมขายชาราคาต่ำๆ ต่อมาอังกฤษลักลอบนำต้นชาออกมาจากจีน แล้วก็ปลูกชาไปทั่วอินเดียเพื่อให้คนอินเดียมีเงินซื้อสินค้าที่ผลิตจากอังกฤษ แล้วคนอินเดียก็สูญเสียวิถีชีวิตเกษตรกรรมแบบเก่า เป็นทาสทำงานเพื่อค่าจ้างเลี้ยงชีพไปวันๆ ในขณะที่การปลูกและผลิตชามีผลเชิงลบต่อประชากรหลายล้าน ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิอังกฤษ แต่ในอังกฤษการดื่มชากลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมสังคมชั้นสูง จนมีคำเสียดสีว่า "ปัญหาของเราคือการดื่มชามากเกินไป ผมว่าเป็นแก้แค้นอย่างช้าๆ ของคนตะวันออก ที่แยกแม่น้ำเหลืองมาลงใส่คอพวกเรา"

 

ปัจจุบันกาแฟไม่ใช่เครื่องดื่มสัญลักษณ์ของฝ่ายซ้ายแล้ว อิทธิพลอเมริกันแผ่ขยายไปภายใต้เครื่องหมายการค้า สตาร์บัคส์ นำสารพัดกาแฟทั้ง เอสเพรสโซ คาปูชิโน่ ลาเต้ มอคค่า มาสู่ผู้บริโภค ส่วนชากลับนิยมมากขึ้นในกลุ่มที่มีความคิดอิสระ และนักรณรงค์ต่อสู้กับความยากจน ชากลายเป็นสิ่งที่นักต่อต้านเลือกตอบโต้วัฒนธรรมระดับโลกของกาแฟ

 

ทำไมชา-กาแฟถึงมีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลก ทำไมเมื่อกาแฟไปถึงร้านค้าใน สหราชอาณาจักรราคากาแฟจึงสูงขึ้นมากกว่าที่คนปลูกในยูกานดาได้รับถึง ๗๐๐ เท่า อ่านต่อใน..หนังสือ ๕๐ ความคิดเปลี่ยนมนุษยชาติ

 

ขอบคุณภาพ

- http://girlsallround.com

- http://salehere.co.th

- http://hmong.in.th

- http://silpa-mag.com

- http://teapedia.org

- http://wblog.wiki

สนใจอ่านเพิ่มเติม สั่งซื้อหนังสือ ๕๐ ความคิดเปลี่ยนมนุษยชาติ

ได้ที่ ..สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก

โทรศัพท์ 082-985-1427

ID line : 0829851427

E-mail : ffcbook2525@gmail.com

#หนังสือน่าอ่าน

#ขับเคลื่อนด้วยแรงอ่าน

(editted may 18, 2022)