โครงการ “รถเข็นนิทาน สานความห่วงใย”



นิทานออนไลน์ มูลนิธิเด็ก

กล่องรับบริจาคมูลนิธิเด็ก เพื่อการแบ่งปันของเด็กด้อยโอกาส
"กล่องรับบริจาคมูลนิธิเด็ก
เพื่อการแบ่งปันของเด็กด้อยโอกาส"

รายงานการดำเนินงาน
ของมูลนิธิเด็ก
รายงานประจำปี 2553
รายงานประจำปี 48-51

รายงานตัวอย่าง โครงการโรงเรียนทางเลือก
พระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็กปี2546
สาเหตุการตาย จากการบาดเจ็บ 10 อันดับแรก ในประเทศไทย ปี 2549

ขอขอบคุณ
siamwebhost.com
หจก. สยามเว็บโฮสดอทคอม
ผู้ให้ความอนุเคราะห์
ความช่วยเหลือต่างๆ



 






ตามหาความปลอดภัยให้เด็กในสามระดับ

Share


ภาพประกอบจาก internet

หลังจากเกิดเหตุพลุระเบิดในงานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่จังหวัดสุพรรณบุรี จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ครอบครัวของเราหยิบยกมาพูดคุยกันถึงเรื่องความปลอดภัย และขยายผลไปสู่เรื่องราวอื่นๆ ในชีวิต ที่พบว่าพวกเราล้วนอยู่ท่ามกลางความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน จนได้กลายเป็นความจำนนและเคยชินซะแล้ว..!!       

       หากดูสถิติของเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในแต่ละปีพบว่า ตัวเลขสูงทุกปี ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากการจมน้ำที่มาเป็นอันดับหนึ่งในการคร่าชีวิตเด็กไทยไปมากที่สุดทุกปี ตามมาด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ และภัยจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ฯลฯ ยังไม่นับรวมถึงความปลอดภัยในเรื่องชีวิตและทรัพย์สินอื่นๆ อีกมากมาย       

       ทั้งที่จริงแล้วเรื่องความปลอดภัยคือเรื่องที่สำคัญที่สุด ยิ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจะจัดลำดับความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของพลเมืองเป็นอันดับแรกๆ ฉะนั้น ประเทศเหล่านั้นจึงมีมาตรการต่างๆ มากมายเพื่อคุ้มครองสิทธิ และสร้างเกราะคุ้มกันชีวิตเรื่องความปลอดภัยให้กับคนในชาติของเขาได้ในระดับสำคัญ       

       โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในเด็กเป็นเรื่องสำคัญมาก       
       ในที่นี้ขอพูดถึงเรื่องความปลอดภัยในบ้านเราที่ดิฉันลองหลับตาแล้ววาดภาพอยากให้บ้านเรามีมาตราการเรื่องความปลอดภัยที่ดีให้เด็กควรมีอะไรบ้าง แบ่งกว้างๆ ออกเป็น 3 ระดับ       

       ระดับแรกคือ ตัวเอง       
       เป็นความปลอดภัยที่ต้องเริ่มต้นในครอบครัว โดยปูพื้นฐานทักษะการป้องกันตนเอง จากสิ่งที่เป็นอันตรายทีละเล็กละน้อยตามช่วงวัยของเด็ก เพื่อให้เด็กแยกสิ่งที่เป็นอันตรายกับสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายด้วยความเข้าใจ       

       พ่อแม่ต้องมีกระบวนการในการสร้างความปลอดภัยเสมอ ไม่ว่าจะทำสิ่งใด หรือทำกิจกรรมกับเด็กต้องคำนึงถึงความปลอดภัยไว้ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พ่อแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และเมื่อโตขึ้นก็ค่อยๆ ปลูกฝังในชีวิตประจำวัน แล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะซึมซับไปสู่เด็กเมื่อโตขึ้น เวลาเด็กทำอะไรก็จะคำนึงถึงความปลอดภัยเช่นเดียวกัน     

       สิ่งสำคัญอีกประการก็คือ พ่อแม่ควรเรียนรู้วิธีการป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูก การประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ      

       และเมื่อลูกโตพอที่จะฝึกทักษะความปลอดภัยขั้นพื้นฐานต่างๆ ก็ไม่ควรรีรอ เพื่อการเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่พวกเขาอาจต้องเผชิญในชีวิต เช่น     

       หนึ่ง - ทักษะความปลอดภัยทางน้ำ เนื่องจากเป็นสาเหตุจากการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทย จึงเป็นทักษะที่พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกได้ฝึกตั้งแต่เล็ก เพื่อให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เมื่ออยู่ในน้ำ     

       สอง - ทักษะความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประเด็นที่ควรฝึกฝนลูก เช่น การข้ามถนนต้องดูสัญญาณไฟ การข้ามทางม้าลาย สัญญาณไฟจราจร การขึ้นลงรถหรือเรือ การซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกกันน็อคทุกครั้ง หรือแม้แต่การนั่งในรถยนต์ถ้าเป็นเด็กก็ควรนั่งบนที่นั่งนิรภัย รวมไปถึงการฝึกให้ลูกประเมินหรือกะระยะความเร็วของพาหนะแต่ละชนิดด้วย เผื่อเจอะเจอสถานการณ์ฉุกเฉินจะได้ตัดสินใจได้เหมาะสม      

       สาม - ทักษะในการปกป้องการถูกล่วงละเมิดทางเพศ พ่อแม่ควรสอนให้เด็กเรียนรู้จักการปกป้องร่างกายของตนเองหากมีบุคคลใดมาแตะต้องหรือสัมผัสในที่หวงห้ามต้องปฏิเสธ ปัดป้อง ร้องขอความช่วยเหลือ ต้องสอนให้เด็กระมัดระวังคนแปลกหน้า หรือแม้กระทั่งญาติพี่น้อง ฯลฯ      

       สี่ - ทักษะการขอความช่วยเหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะฉุกเฉินหรือยามคับขัน เช่น ตะโกน วิ่งหนีไปในฝูงชน โทร 191 หรือสอนให้ลูกจดจำชื่อพ่อแม่ เบอร์โทร ที่อยู่บ้านจนขึ้นใจ
ถ้าเป็นไปได้ควรมีช่วงเวลาในการพูดคุยกัน พ่อแม่พยายามตั้งคำถามหรือจำลองสถานการณ์ขึ้นมา เพื่อลองฝึกให้ลูกแก้ปัญหาเวลาเกิดภัยต่างๆ ขึ้นมาควรทำอย่างไร       

       ระดับที่สองคือ สภาพแวดล้อม      
       ปัจจุบันเด็กส่วนใหญ่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีภาวะความเสี่ยงภัยสูง พ่อแม่ต้องสอนให้เด็กรู้ถึงความปลอดภัยรอบด้าน เริ่มต้นที่ความปลอดภัยใกล้ๆ ตัว เช่น อุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม หรือแม้กระทั่งเรื่องทรัพย์สิน ไม่ควรให้ลูกใส่เครื่องประดับหรือของมีค่าเพราะจะเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม     

       โดยธรรมชาติของเด็ก เป็นวัยอยากรู้ อยากลอง อยากเล่นและอยากเลียนแบบ โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอันตรายต่อตัวเองหรือไม่ ดังนั้นผู้ใหญ่ต้องเป็นฝ่ายระมัดระวัง เริ่มด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมให้เป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับลูก รวมไปถึงสภาพแวดล้อมแถวบ้าน ในชุมชน ก็ควรได้รับการใส่ใจ อาจเป็นการรวมกลุ่มกันของพ่อแม่ในชุมชน ในโรงเรียน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับลูกหลาน      

       นอกจากนี้ พ่อแม่ก็ยังสามารถสำรวจทุกพื้นที่ในบ้านว่ามีบริเวณใดในบ้านที่ยังไม่ปลอดภัยสำหรับลูกหรือไม่ รวมทั้งการสื่อสารกับลูกอย่างสม่ำเสมอในประเด็นเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ด้วย เช่น สอบถามลูกเสมอในเรื่องความปลอดภัยระหว่างการเดินทางไปกลับโรงเรียน สนามเด็กเล่นเป็นอย่างไร มีบริเวณใดที่เป็นอันตรายหรือไม่ ฯลฯ เพื่อเป็นการตรวจสอบและทดสอบความเข้าใจของเด็กด้วย   

       ระดับที่สามคือ นโยบายเรื่องความปลอดภัย  
       รวมไปถึงองค์กร หน่วยงาน บริษัท ผู้ประกอบการ ที่จะต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบพนักงานของตนด้วย อาจมีการกำหนดมาตรการความปลอดภัยในสถานประกอบการ ในโรงงาน ในหน่วยงานนั้นๆ ด้วย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อคุณภาพชีวิตของพนักงาน และสุดท้ายก็จะส่งผลดีต่อองค์กรนั้นๆ เองด้วย     

       แต่เหนืออื่นใด การผลักดันให้ภาครัฐออกกฎหมาย มาตรการป้องกันดูแลรักษาความปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่สาธารณะต่างๆ ก็มีความสำคัญอย่างมาก ปัจจุบันเรามีกฎหมายที่คุ้มครองเรื่องความปลอดภัยอยู่มิใช่น้อย แต่เรื่องบังคับใช้กฎหมายก็ยังเป็นปัญหาอยู่มาก เป็นเหตุให้ผู้คนไม่ปฏิบัติตาม สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่จนทุกวันนี้

       ถ้าภาครัฐเอาจริงเอาจังกับมาตรการความปลอดภัยของพลเมือง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเชื่อเหลือเกินว่า พลเมืองไทยจะปลอดภัยมากกว่านี้อย่างแน่นอน แล้วเราก็ไม่ต้องมาฟังข่าวโศกนาฏกรรมซ้ำซากเพราะความประมาท และมักง่ายของคนในสังคมทุกระดับ   

       ที่ว่ามาทั้งสามระดับก็เพื่อกระตุกและกระตุ้นเตือนให้ผู้คนในสังคม “ตระหนัก” เรื่องความปลอดภัยให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ก็เพื่อรุ่นลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31/1/55
http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9550000013352



s
95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220 TEL. 0-2814-1481-7 FAX. 0-2814-0369
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369
©1999 Foundation For Children All rights reserved. This site is best viewed with 1024x768 resolution. | donation@ffc.or.th