รายการโทรทัศน์สื่อสร้างสังคมอุดมสุข





ประชาธิปไตยในการศึกษาไทย


นายนรรัชต์ ฝันเชียร

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ประเทศไทยกำหนดให้เป็นวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 แก่คณะราษฎร อันเป็นผลมาจากการปฏิวัติสยาม พุทธศักราช 2475 ของกลุ่มคณะราษฎร์ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งสำคัญจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า 77 ปีมาแล้ว

ประชาธิปไตย เป็นระบอบการปกครองที่ได้รับการรับยอมอย่างมากในโลกยุคปัจจุบัน และประเทศใดที่ใช้การปกครองระบอบนี้ก็จะได้รับการยกย่องจากนานาประเทศว่าเป็นประเทศเสรีที่มีความเจริญ เพราะหลักแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น คือ การให้อำนาจที่เท่าเทียมกันแก่ประชาชนทุกคนในประเทศเพื่อเลือกเฟ้น แต่งตั้ง และถอดถอน ผู้ที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ทำให้อำนาจการปกครองนี้เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นประเทศหนึ่งที่ยอมรับในระบอบการปกครองนี้ด้วยเช่นกัน

การปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น แม้ว่าจะถือเป็นการปกครองที่มีความยุติธรรมอย่างหนึ่ง แต่ถ้าคนในชาติขาดความรู้และสามัญสำนึกที่ดี ก็อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาในบ้านเมืองขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาของการซื้อสิทธิขายเสียง โดยแลกสิทธิในการเลือกตั้งของตนเองกับค่าตอบแทนหรือของกำนัลต่าง ๆ ทำให้ได้ผู้แทนที่มีใจทุจริตและไม่มีคุณภาพเข้ามาบริหารบ้านเมือง อันกลายเป็นผลร้ายกับประเทศชาติต่อไปในภายหลัง สิ่งนี้ถือเป็นเนื้อร้ายในระบอบประชาธิปไตยที่คอยกัดกินจุดประสงค์หลักของแนวคิดประชาธิปไตย มุ่งให้อำนาจของประชาชน เพื่อให้ประชาชนในประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งการแก้ไขปัญหาในจุดนี้ ทุกสังคมควรที่จะให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยกับสมาชิกต่าง ๆ ในสังคม รวมถึงสร้างให้สังคมเป็นสังคมประชาธิปไตย ตั้งแต่ระดับครอบครัว โดยสร้างให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีสิทธิแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ภายในครอบครัวร่วมกัน จนถึงระดับชุมชน ที่ให้สมาชิกทุกคนของชุมชนมีสิทธิมีเสียงในการดำเนินการต่าง ๆ ภายในชุมชน ซึ่งการที่จะสร้างสรรค์ให้เกิดการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ จำเป็นที่จะต้องสร้างองค์ความรู้กับทุกคนในชุมชน โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นผู้ที่จะค้ำจุนประชาธิปไตยต่อไปในอนาคต

ดังนั้น เมื่อเด็กและเยาวชนคือเป้าหมายสำคัญในการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตย โรงเรียนในฐานะที่เป็นสถาบันหลักในการให้การศึกษา จึงจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ในเรื่องของประชาธิปไตย โดยต้องถ่ายทอดให้นักเรียนทุกคนรู้จักเคารพสิทธิของกันและกันและยอมรับเสียงข้างมาก สร้างสรรค์ให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเหนือสิ่งอื่นใด คือการส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกทางความคิดเห็นอย่างเสรีโดยไม่ผิดต่อตัวบทกฎหมาย

ปัจจุบันนี้โรงเรียนมีความตื่นตัวในการส่งเสริมความรู้ในเรื่องของประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเห็นได้จากการจัดให้มีการเรียนการสอนในวิชาที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย ทั้งที่สอดแทรกอยู่ในวิชาสังคม หรือแม้แต่การกำหนดให้เป็นหลักสูตรเฉพาะตามโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยให้เยาวชนไทยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะส่งเสริมด้านหลักสูตรประชาธิปไตยมากมายเพียงไร แต่ถ้าโรงเรียนยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นองค์กรที่สอดคล้องกับประชาธิปไตยได้ ก็ยากที่การส่งเสริมด้านประชาธิปไตยให้กับเยาวชนจะสัมฤทธิ์ผลได้

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กรให้เป็นองค์กรประชาธิปไตยได้นั้น องค์กรจะต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกขององค์กรในแต่ละกลุ่มมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และมีสิทธิร่วมกันในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของตน ซึ่งถ้าองค์กรนั้นคือสถาบันการศึกษาที่มีชื่อว่า “โรงเรียน” โรงเรียนก็ควรจะต้องเปิดโอกาสให้ทั้งผู้บริหาร ครู นักเรียน พนักงานในโรงเรียน รวมไปถึงชุมชนที่ใกล้กับโรงเรียน มีสิทธิมีเสียงในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน และเปิดโอกาสให้กับทุกคนได้มีโอกาสตัดสินใจตามแบบแผนประชาธิปไตย หรืออย่างน้อย ๆ ในเรื่องบางเรื่องที่กลุ่มเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้อง

ยกตัวอย่างเช่น ภายในห้องเรียนตั้งแต่อดีตจวบจนมาถึงยุคปัจจุบัน ห้องเรียนในระบบการศึกษาไทย ยังยกประโยชน์ให้กับครูประจำชั้นในการจัดการเรื่องต่าง ๆ ในห้องเรียน ซึ่งกลายเป็นว่าการดำเนินการต่าง ๆ เป็นผลจากความพึงพอใจของครู มากกว่าที่จะให้สิทธินักเรียนดำเนินการกันเองโดยให้ครูประจำชั้นเป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกที่ช่วยชี้แนะและให้คำปรึกษา ซึ่งผลเสียของการไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้ออกความคิดเห็นนั้น นอกจากจะทำให้การเรียนรู้ด้านประชาธิปไตยไม่สัมฤทธิ์ผลแล้ว ยังสร้างให้เยาวชนไทยในอนาคต ขาดทักษะในการแสดงความคิดเห็น คิดไม่เป็น และนำเสนอเรื่องราวได้ไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ความคิดเหล่านั้นอาจเป็นเรื่องที่น่าสนใจก็เป็นได้ สิ่งนี้คือการส่งเสริมประชาธิปไตยในส่วนเล็กที่โรงเรียนสามารถกระทำในทุก ๆ ระดับ ตั้งแต่เริ่มต้นจนไปถึงการศึกษาระดับสูง

หลายคนมองว่า การส่งเสริมประชาธิปไตยควรเป็นเรื่องของเด็กในระดับชั้นมัธยมศึกษาขึ้นไป เพราะเยาวชนในช่วงวัยนั้น มีภาวะถึงเกณฑ์ที่จะเลือกตั้งได้ จึงไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับเด็กในวัยที่เล็กกว่า แต่ในความเห็นของข้าพเจ้า ถ้าเรายังไม่สามารถให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตยแทรกซึมเข้าไปในจิตสำนึกของเด็กทุก ๆ วัยได้ ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างที่ได้เกิดขึ้นมาในยุคนี้ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะหมดไปได้จนหมดสิ้น เพราะต้นเหตุของปัญหาในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยในปัจจุบันนี้ก็คือ เรื่องของการขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในรูปแบบรัฐสภาที่อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ และเมื่อขาดความรู้ความเข้าใจ ทำให้ประชาชนต้องหันไปหาความรู้จากสื่อต่าง ๆ ซึ่งหลักของการเลือกสื่อของแต่ละบุคคลนั้น ก็คือ การเลือกสื่อที่มีความคิดเห็นใกล้เคียงกับความคิดของตน จนนำไปสู่การปลุกระดมก่อการประท้วงที่รุนแรงต่าง ๆ ตามมา ซึ่งถ้าเราไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสกับแนวคิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแล้ว เด็กเหล่านั้นก็อาจกลายเป็นบุคคลหนึ่งที่เข้าร่วมในการชุมนุมอย่างไม่ลืมหูลืมตาก็เป็นได้

แม้ข้าพเจ้าจะไม่ได้มองว่าการประท้วงชุมนุมนั้นเป็นเรื่องที่ผิด ตรงกันข้ามข้าพเจ้ากลับมองว่าการชุมนุมประท้วงนั้นนับเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริงวิธีหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ แต่ถ้าการชุมนุมนั้นขาดซึ่งความเข้าใจอันดีในหลักการแล้ว ก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ อย่างที่เคยประสบปัญหามาก่อนหน้านี้ก็เป็นได้

ถึงเวลาแล้วที่ทุกหน่วยงานต้องหันมาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทางด้านประชาธิปไตยกับเด็กและเยาวชนในทุกๆ ระดับ และควรพัฒนาองค์กรในระบบการศึกษาให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งถ้าระบบการศึกษายังไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกระดับได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับพวกเขาได้ เราก็อาจต้องดูข่าวเด็กนักเรียนไปชุมนุมประท้วงกับฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าแก่นแท้แห่งความเป็นจริงนั้นมันอยู่ที่ไหนกันแน่...





95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220 TEL. 0-2814-1481-7 FAX. 0-2814-0369
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369
©1999 Foundation For Children All rights reserved. This site is best viewed with 1024x768 resolution. | donation@ffc.or.th