รายการโทรทัศน์สื่อสร้างสังคมอุดมสุข











ปิดเทอมใหญ่ทำอะไรดี ? : กิจกรรมเยาวชนที่น่าสนใจช่วงปิดเทอม

นายนรรัชต์  ฝันเชียร


และแล้วในที่สุดก็มาถึงช่วงที่เด็กและเยาวชนรอคอยมานาน นั่นคือช่วงเวลาของการปิดเทอมที่แสนสุขและสนุกสนานของเด็กๆ โดยเฉพาะรอบนี้ที่เป็นการปิดเทอมใหญ่ ที่มีเวลาว่างถึงประมาณสองเดือนเต็มๆ ในการทำสิ่งต่างๆ ที่อยากทำ นอกเหนือไปจากการเรียนที่ต้องขยันขันแข็งมาตลอดทั้งเทอม เด็กและเยาวชนคนใดที่อยู่ในช่วงรอยต่อของช่วงชั้น โดยเฉพาะในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังขึ้นมาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หรือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังสอบแข่งขันเพื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็จะได้ใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มเติมความรู้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับคนอื่นๆ ได้ ส่วนเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกเหนือจากระดับชั้นดังกล่าว ก็จะมีเวลาว่างในการทำสิ่งต่างๆ ตามความสนใจ ซึ่งกิจกรรมที่ได้รวบรวมมานี้ นับเป็นกิจกรรมที่เด็กและเยาวชนว่างเว้นจากการต้องสอบเลื่อนชั้น สามารถเข้าร่วมได้ตามความสนใจของแต่ละคน ซึ่งทุกกิจกรรมนั้นนับเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แทบทั้งสิ้น เรามาดูกันสิว่า กิจกรรมเหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง...

1. เข้าค่าย
การเข้าค่ายคือการใช้ชีวิตร่วมกัน ณ ที่ใดที่หนึ่ง โดยมีกฎระเบียบและมีจุดมุ่งหมายที่ต้องทำให้สำเร็จร่วมกัน ซึ่งเมื่อพูดถึงการเข้าค่าย เรามักจะนึกถึงค่ายลูกเสือที่จะต้องคลุกดินเลอะโคลน ทั้ง ๆ ที่สิ่งนั้นเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการออกค่ายเท่านั้น การเข้าค่ายช่วยส่งเสริมในเรื่องของความมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน การให้ความช่วยเหลือร่วมมือกัน และในค่ายแต่ละค่ายก็จะมีการส่งเสริมทักษะด้านต่าง ๆ แตกต่างกันไป เช่น ค่ายพุทธศาสนาก็จะส่งเสริมด้านการพัฒนาจิตใจและศีลธรรม หรือค่ายกีฬาก็จะส่งเสริมศักยภาพด้านกีฬา หรือค่ายอาสาสมัครก็จะเน้นในเรื่องของการช่วยเหลือสังคม เป็นต้น

2. การเรียนพิเศษ
กิจกรรมอย่างหนึ่งที่นับเป็นกิจกรรมยอดนิยมของเด็กและเยาวชนไทยยุคนี้เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ การเรียนพิเศษ เพราะด้วยรูปแบบการศึกษาที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้เหล่าบรรดาสถานกวดวิชาพัฒนาหลักสูตรเพื่อนำมาใช้ ทำให้เด็กและเยาวชนที่ลงทะเบียนเรียนกับทางสถานกวดวิชาต่าง ๆ มีโอกาสเข้าไปเรียนในสถานศึกษายอดนิยมมากขึ้น จนกลายเป็นเรื่องที่ทำกันจนเป็นประเพณีของเด็กนักเรียนหลาย ๆ คน ซึ่งบางครั้งก็อาจจะดูมากเกินไปสำหรับเด็กและเยาวชนบางคน

3. การฝึกอบรมอาชีพ
บางครั้งเด็กและเยาวชนบางกลุ่ม ได้ออกจากวังวนแห่งการกวดวิชา โดยหันไปศึกษาหาความรู้ในด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากความรู้วิชาการ เช่น การทำอาหาร ศิลปะ การฝึกฝนเรื่องกีฬา หรืองานสายอาชีพต่าง ๆ ซึ่งการฝึกอบรมอาชีพเหล่านี้ นับเป็นเรื่องหนึ่งที่ควรส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสมากกว่าที่จะปล่อยให้เด็กมุ่งแต่การไปเรียนกวดวิชาเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งเหล่านี้ ถ้าได้รับการส่งเสริมอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้กลายเป็นความสามารถที่ช่วยสร้างเสริมทักษะและประสบการณ์ในการใช้ชีวิตได้ ซึ่งการสร้างให้เด็กและเยาวชนรู้จักที่จะสร้างทางเดินที่เหมาะสมสำหรับตัวเองนั้น นับเป็นการสอนให้เด็กรู้จักการเอาตัวรอดในโลกยุคสมัยใหม่นี้ได้ดีทีเดียว

4. อาสาสมัคร
การสร้างสรรค์จิตสาธารณะให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของเด็กและเยาวชนนั้น นับเป็นเรื่องหนึ่งที่ควรส่งเสริมอย่างยิ่ง ดังนั้นกิจกรรมที่เกี่ยวกับการไปเป็นอาสาสมัครเพื่อการพัฒนาหรือช่วยเหลือต่าง ๆ จึงนับเป็นกิจกรรมที่ควรส่งเสริม นอกจากนี้กิจกรรมอาสาสมัครก็มีความหลากหลายทั้งในด้านความสนใจและช่วงอายุ จึงทำให้สามารถเลือกทำได้ตามความสนใจของแต่ละคน นอกจากนี้ยังสามารถทำด้วยกันได้ทั้งครอบครัว จึงนับเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ดีอีกกิจกรรมหนึ่งด้วย

5. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในต่างประเทศ
ปัจจุบันนี้ทุกภาคส่วนเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ของการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยได้ไปสัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมต่างประเทศ โดยจัดให้มีโครงการที่เด็กและเยาวชนได้ไปสัมผัสประสบการณ์ยังประเทศที่น่าสนใจต่าง ๆ นอกจากนี้ จากการที่มีทุนเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะจากประเทศที่ให้การสนับสนุน ในเรื่องของการส่งเสริมการศึกษาสำหรับเยาวชนอย่างอเมริกา หรือญี่ปุ่น ก็ทำให้เป็นผลดีทั้งกับประเทศชาติและประเทศที่ให้การสนับสนุน และเหนือสิ่งอื่นใดก็เป็นผลดีอย่างมากกับเด็กและเยาวชนไทย เพราะได้ทั้งเรื่องของประสบการณ์ในต่างแดน และก็ยังได้ฝึกฝนเรื่องของภาษาอีกด้วย

6. ทำงานพิเศษ
จากนโยบายของรัฐบาลที่ในระยะหลัง ๆ นี้ ได้เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมในการไปทำงานพิเศษ ทำให้การทำงานพิเศษกลายเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในหมู่เด็กและเยาวชน เพราะนอกจากเด็กจะได้รับประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ก็ยังมีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ตัวเองได้ใช้สอย นับเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทั้งทางด้านการเรียนรู้การใช้ชีวิตทำงาน หน้าที่ความรับผิดชอบต่อตนเองและให้ความสำคัญกับผู้อื่น และมีค่าตอบแทนให้กับตัวเองสามารถแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในช่วงปิดเทอมอีกทางหนึ่งด้วย

กิจกรรมที่กล่าวถึงนี้เป็นเพียงบางส่วนของกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยเข้าร่วมในช่วงเวลาปิดเทอม ซึ่งจะเห็นได้ว่าแต่ละกิจกรรมต่างก็มีรูปแบบและการส่งเสริมเด็กและเยาวชนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กและเยาวชนเองก็ควรต้องเลือกสรรให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ตนเองนั้นยังคงมีหน้าที่หลักในการศึกษาหาความรู้ ดังนั้นจึงควรให้เวลากับการศึกษาของตนเป็นอันดับแรก เพราะอย่างไรก็ตาม เด็กๆ คงไม่อยากใช้เวลาไปสนุกสนานกับกิจกรรมมากมาย จนลืมทำการบ้านที่ต้องส่งครูในเทอมต่อไป และต้องอดตาหลับขับตานอนนั่งทำมันในวันสุดท้ายของการปิดเทอมเป็นแน่...ระวังไว้ดีๆ ล่ะ ... เด็กๆ ทุกคน




95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220 TEL. 0-2814-1481-7 FAX. 0-2814-0369
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369
©1999 Foundation For Children All rights reserved. This site is best viewed with 1024x768 resolution. | donation@ffc.or.th