รายงานการดำเนินงาน
ของมูลนิธิเด็ก
รายงานประจำปี 2551
รายงานประจำปี 48-50

รายงานตัวอย่าง โครงการโรงเรียนทางเลือก
พระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็กปี2546
สาเหตุการตาย จากการบาดเจ็บ 10 อันดับแรก ในประเทศไทย ปี 2549

ขอขอบคุณ
siamwebhost.com
หจก. สยามเว็บโฮสดอทคอม
ผู้ให้ความอนุเคราะห์
ความช่วยเหลือต่างๆ

ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี
ที่ให้การสนับสนุน
นิทานภาพเคลื่อนไหว
ธนาคารกสิกรไทย

sipa

เชิญชวนร่วมบริจาค จากนิตยสารสุดสัปดาห์
บริจาคข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และอุปกรณ์การเรียน แก่เด็กและผู้ด้อยโอกาส

เด็กกำพร้า ผลพวงที่เลี่ยงไม่ได้ของโศกนาฏกรรม

นายนรรัชต์  ฝันเชียร


มหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่จีนได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่นั้น ได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในสายตาชาวโลก จนหลาย ๆคนแทบจะลืมเลือนไปว่า ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือน จีนคือประเทศหนึ่งที่ต้องเผชิญความเลวร้าย และความเสียหายอย่างหนักจากภัยธรรมชาติ ซึ่งก็คือ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก     

แผ่นดินไหวขนาด 7.9 ริกเตอร์ ที่เกิดขึ้นบนพื้นดินเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับประเทศจีน ในบริเวณมณฑลเสฉวน กินอาณาเขตหลายเมืองกว่า 65,000 ตารางกิโลเมตร อันได้แก่ อาป้า เหมียนหยาง เต๋อหยาง เฉิงตู กว่างหยวน และหย่าอัน คิดเป็น 44 อำเภอ และ 1,061 ตำบล (ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในจีนเพิ่มเติมได้ คลิกที่นี่) ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ประเทศจีนต้องสูญเสียประชากรในประเทศไปกว่า 60,000 คน และอีก 17,000 คน สูญหาย (ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์) นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับผลกระทบอีกกว่า 10 ล้านคน โดยมีถึง 5 ล้านคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย
นี้คือเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศจีน แต่กลับไม่ใช่ธรณีวิบัติครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ เพราะเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2551 จีนต้องเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวอีกครั้ง ในบริเวณ?เมืองพานจือหัว ?ในมณฑล?เสฉวน ซึ่งอยู่ทางตะวันตก?เฉียง?ใต้ของประเทศจีน และถึงแม้ว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้จะมีขนาดเพียง 6.1 ริกเตอร์ ซึ่งน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา แต่ก็สร้างความเสียหายโดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 22 คน และกว่า 100 คนบาดเจ็บ มีบ้านเรือนกว่า 100,000 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย? (ข้อมูลจาก โพสต์ ทูเดย์)

ในแต่ละปีจีนต้องเผชิญกับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยความเป็นประเทศที่ใหญ่และมีจำนวนประชากรมาก จึงทำให้ความรุนแรงที่ได้รับผลกระทบมากกลับกลายเป็นเรื่องไม่ใหญ่โตนักสำหรับประเทศขนาดใหญ่อย่างประเทศจีน แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าประเทศจีนจะมีความใหญ่โตและศักยภาพมากมายเพียงไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็นับเป็นโศกนาฏกรรมอันแสนเศร้า ที่ใครต่อใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ นอกจากจะเป็นความเสียหายที่แทบประเมินค่ามิได้แล้ว สวัสดิภาพและสภาพจิตใจของบรรดาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ก็นับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกับกลุ่มของเด็ก เฉพาะกลุ่มที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องสูญเสียพ่อและแม่จากภัยธรรมชาติ

บรรดาเด็กผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้เพียงลำพัง ส่วนใหญ่พบว่ามีการติดต่อจากญาติพี่น้อง เพื่อมารับตัวไปดูแล ซึ่งก็ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ไม่มีผู้ใดมาแจ้งสิทธิความเป็นญาติพี่น้อง จึงส่งผลให้เด็กเหล่านั้นถูกกำหนดให้เป็นเด็กกำพร้าไปโดยปริยาย ซ้ำร้ายเด็กจำนวนหนึ่งกลับต้องทุกข์ทนกับสภาวะร่างกายที่เปลี่ยนไป เพราะจากโรคภัยและความพิการหรือไม่ก็เผชิญกับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ลง สิ่งนี้นับเป็นสิ่งน่าเป็นห่วงที่ทางการจีนกำลังให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เด็กในเมืองเหมียนหยาง มณฑลเสฉวน เป็นเขตที่มีเด็กกำพร้ามากที่สุด หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว กำลังตั้งใจเรียนหนังสือในเต็นท์ ซึ่งเป็นโรงเรียนชั่วคราวของพวกเขา – เอเอฟพี (นำมาจากผู้จัดการออนไลน์)


สถานการณ์ของเด็กที่เคยมีครอบครัวที่อบอุ่นต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้าจากภัยธรรมชาตินี้ คือสภาวะหนึ่งที่ทุกฝ่ายในแต่ละประเทศให้ความสำคัญ ถ้าบังเอิญเกิดเหตุภัยธรรมชาติที่ไม่คาดฝันขึ้น สิ่งนี้คือ ปัญหาด้านหนึ่งที่พบรองลงมาจากความสูญเสียต่าง ๆ และก่อนความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศจีน เหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กีสที่ได้สร้างความเสียหายกับประเทศพม่าอย่างมากมายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงเหตุการณ์ที่ย้อนหลังไปกว่าสี่ปี ที่มีแผ่นดินไหวในทะเลบริเวณเกาะสุมาตราถึงระดับกว่า 8.1 ริกเตอร์ ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิ (ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับคลื่นสึนามิได้ คลิกที่นี่) กินอาณาบริเวณแถบมหาสมุทรอินเดียโดยรอบ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันทั้งหมดถึงกว่าแสนคน ซึ่งประเทศไทยคือประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นด้วย (ศึกษาลำดับเหตุการณ์การเกิดคลื่นสึนามิในประเทศไทยได้ คลิกที่นี่) เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องมีเด็กได้รับผลกระทบและต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้า

การช่วยเหลือเด็กกำพร้าเหล่านี้ นอกจากจะต้องให้การช่วยเหลือทางร่างกายแล้วก็ต้องให้การบำบัดทางด้านจิตใจอย่างเร่งด่วนด้วย สำหรับประเทศไทยในช่วงหลังเหตุการณ์สึนามิ ก็ได้มีองค์กรต่าง ๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ โดยเป็นการส่งเสริมด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ไปจนถึงการส่งเสริมด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งก็มีการสร้างโรงเรียนชั่วคราวที่ทำหน้าที่เสมือนบ้านพัก หรือบางแห่งมีการสร้างบ้านพักให้กับครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน สำหรับเด็กที่ต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์นั้น และสถานที่นี้ก็ทำหน้าที่ส่งเสริมเด็กเหล่านั้นให้สามารถดูแลช่วยเหลือตนเองได้อย่างเหมาะสม สิ่งนี้นับเป็นวิธีการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเด็กกำพร้า ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมาได้อย่างดีในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ในการช่วยเหลือเด็กกำพร้า การอุปการะเด็กในลักษณะของการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก็นับเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนหลายกลุ่มในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เด็กที่ได้รับการอุปการะในรูปแบบนี้ มักจะเป็นเด็กในแถบเอเชียเสียเป็นส่วนมาก และประเทศจีนก็นับว่าเป็นประเทศหนึ่ง ที่หลายประเทศที่มีความพร้อมได้ให้ความสนใจที่จะอุปการะเด็กจากประเทศจีน แต่ในปัจจุบันสถานการณ์นั้นกลับเปลี่ยนไป จากข้อมูลของกระทรวงต่างประเทศที่ผู้จัดการออนไลน์ได้รับ ได้ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่า นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จีนเคยเป็นประเทศอันดับหนึ่งที่ผู้คนในสหรัฐอเมริกา ขอรับบุตรบุญธรรมไปเลี้ยง แต่ปัจจุบันการขอรับบุตรบุญธรรมลดจำนวนลง โดยเมื่อปีที่แล้วมีจำนวน 5,453 คน ลดลงจาก 7,906 คน เมื่อปี 2548 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากทางกระทรวงได้ให้โอกาส แก่ชาวจีนในประเทศที่แสดงความจำนงก่อนชาวต่างชาติ ซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างมาก อันสะท้อนให้เห็นว่าการรับบุตรบุญธรรมในประเทศจีนกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับกันมากขึ้น จากที่ในอดีตเคยเป็นสิ่งที่ต้องห้ามมาก่อน และรวมกับเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นของจีนแล้ว ก็ทำให้การเลี้ยงดูเด็กในประเทศจีนเป็นเรื่องง่าย ส่งผลให้มีเด็กกำพร้าสำหรับให้ชาวต่างชาติขอไปเลี้ยงน้อยลง (อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์)

สิ่งนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เกิดขึ้นกับประเทศจีน ที่ได้พัฒนาประเทศให้มีศักยภาพเพียงพอในการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ และทำให้การอุปการะเด็กมีมากขึ้นในประเทศจีน ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะบางครั้งการอุปการะเด็กข้ามชาติ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็อาจเป็นมีปัญหาตามมาได้ ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิตของเด็ก และสวัสดิภาพที่เหมาะสมของเด็ก หลายครั้งที่ภาพของการอุปการะเด็กตามสื่อต่าง ๆ ออกมาในลักษณะของการทารุณกรรมเด็กทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ สิ่งนี้นับเป็นงานใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องเข้มงวดในการตรวจสอบเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับประเทศไทย การอุปการะเด็กในรูปแบบของการรับบุตรบุญธรรม อาจเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมนักสำหรับประชาชนชาวไทย เพราะด้วยวัฒนธรรมและข้อจำกัดทางเศรษฐกิจที่ไม่มีศักยภาพมากพอที่จะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมได้ ทำให้การขออุปการะเด็กโดยชาวต่างชาติเป็นทางเลือกหนึ่งในการช่วยเหลือเด็ก แต่อย่างไรก็ตามสำหรับภูมิภาคนี้ นอกจากประเทศไทยก็ยังมีปัญหาบางประการในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามคำกล่าวของ นายโทมัส แอ็ตวู้ด ประธานสภาเพื่อการรับบุตรบุญธรรมแห่งชาติ (National Council For Adoption) ซึ่งได้ระบุว่า คราวมหันตภัยคลื่นสึนามิถล่มประเทศชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2547 มีผู้คนสนใจขอรับบุตรบุญธรรมหลั่งไหลเข้ามามากมาย โดยชาวอเมริกันจำนวนมากต้องการรับเด็กไปเลี้ยง แต่ประเทศในภูมิภาคนี้ยกเว้นประเทศไทย ไม่มีโครงการรับบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ กรณีของพม่า ซึ่งถูกพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มก็เช่นเดียวกัน (อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์) ซึ่งจากการที่ไม่มีโครงการรับบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศนี้ ทำให้การช่วยเหลือเด็กในด้านการอุปการะเป็นไปด้วยความล่าช้า และนอกจากนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจีนได้มีรายงานเรื่องนี้ว่า การยื่นเรื่องขอรับเลี้ยงอุปการะเด็กในประเทศจีนยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากเด็กกำพร้าส่วนใหญ่ในหลายพื้นที่เผชิญความโหดร้ายจากภัยธรรมชาติจนร่างกายพิการ ซึ่งพ่อแม่บุญธรรมหลายคนมีความกังวลในเรื่องของการรักษาและปัญหาอื่น ๆ อีกทั้งเด็กกำพร้าที่ทางการอนุญาตให้ผู้อุปการะรับเลี้ยงนั้นมีอายุระหว่าง 10-14 ปี ในขณะที่ผู้เลี้ยงดูต้องการรับเลี้ยงเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ขวบ (อ้างอิงจาก ผู้จัดการออนไลน์) จากเรื่องนี้นับได้ว่าเป็นปัญหาหนึ่งในการรับอุปการะเด็กที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม มากพอ ๆ กับการตรวจสอบผู้ที่จะมาอุปการะเด็กอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ดี การอุปการะเด็กอาจไม่จำเป็นต้องรับเด็กไปเลี้ยงดูเป็นกิจจะลักษณะก็ได้ ซึ่งปัจจุบันมูลนิธิต่าง ๆ โดยเฉพาะมูลนิธิที่ทำงานเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กหลายแห่ง ได้มีการเปิดให้ผู้สนใจให้การอุปการะเด็กในรูปแบบของการบริจาค ซึ่งนับเป็นวิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย วิธีการนี้ให้ความสะดวกสำหรับผู้ต้องการรับอุปการะเด็ก และยังเป็นการให้ความปลอดภัยกับเด็กที่อยู่ในมูลนิธิต่าง ๆ ด้วย เพราะวิธีนี้มูลนิธิทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเด็กเอง แล้วทางมูลนิธิจะส่งข้อมูลความก้าวหน้าพัฒนาการของเด็กให้กับผู้อุปการะนั้น ๆ เป็นระยะ ซึ่งผู้อุปการะเพียงให้การช่วยเหลือตามความเหมาะสม จึงนับได้ว่าวิธีการนี้เข้ากับระบบของประเทศที่มีข้อจำกัดด้านภาวะเศรษฐกิจอย่างประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

การอุปการะเด็กนั้น คือ หนทางหนึ่งในการช่วยเหลือเด็กที่ต้องประสบชะตากรรมจากความโหดร้ายจากภัยธรรมชาติ หรือด้วยสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งทุกประเทศต้องให้ความเห็นใจและร่วมมือกันในการให้ความช่วยเหลือ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การป้องกันและช่วยเหลือก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายนั้นก็นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแทนที่จะปล่อยให้เกิดภัยธรรมชาติอย่างที่ไม่ส่งสัญญาณเตือนอย่างใดล่วงหน้าแล้วปล่อยให้มีเด็กกำพร้าเพิ่มขึ้น การป้องกันเหตุการณ์หรือการเตือนล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว อาจจะคงรักษาความสมบูรณ์ภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี นั่นคือการที่สมาชิกได้มีชีวิตอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ไม่ต้องพรากจากกันก่อนเวลาอันสมควร

ข้อมูลอ้างอิง
http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=4260
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000067522
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106277
http://emap.wordpress.com/2008/05/16/china_earthq/
http://th.wikipedia.org/wiki/คลื่นสึนามิ
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9470000102371



   มูลนิธิเด็ก 95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220 TEL. 0-2814-1481-7 FAX. 0-2814-0369
   Foundation for Children 95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369

  | Home | E-card | webmail | FAQ | ติดต่อสอบถาม | map |

 
   ©1999 Foundation For Children All rights reserved. This site is best viewed with 1024x768 resolution. | donation@ffc.or.th