โครงการ “รถเข็นนิทาน สานความห่วงใย”



นิทานออนไลน์ มูลนิธิเด็ก

กล่องรับบริจาคมูลนิธิเด็ก เพื่อการแบ่งปันของเด็กด้อยโอกาส
"กล่องรับบริจาคมูลนิธิเด็ก
เพื่อการแบ่งปันของเด็กด้อยโอกาส"

รายงานการดำเนินงาน
ของมูลนิธิเด็ก
รายงานประจำปี 2553
รายงานประจำปี 48-51

รายงานตัวอย่าง โครงการโรงเรียนทางเลือก
พระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็กปี2546
สาเหตุการตาย จากการบาดเจ็บ 10 อันดับแรก ในประเทศไทย ปี 2549

ขอขอบคุณ
siamwebhost.com
หจก. สยามเว็บโฮสดอทคอม
ผู้ให้ความอนุเคราะห์
ความช่วยเหลือต่างๆ









เผยสุขภาพเด็กไทยครึ่งหนึ่งไม่ทานข้าวเช้า นิยมสวยผอม ใช้ยาลดอ้วน-ทำศัลยกรรม

Share

กรุงเทพฯ 9 ก.ค.- สสส.เผยสุขภาพเด็กไทยร้อยละ 50 ไม่ทานข้าวเช้า นิยมสวย ผอม พบเด็ก 1 ใน 3 คิดจะใช้ยาลดความอ้วนและทำศัลยกรรม ยอมรับการมีกิ๊ก ขาดความรู้เรื่องเพศ ติดละคร ชวนธุรกิจบันเทิงใช้โอกาสดึงละครเป็นสื่อสอนความฉลาดในการใช้ชีวิต หนุนโรงเรียนเพิ่มพื้นที่สร้างศักดิ์ศรีที่ดีให้เด็ก เชื่อลดความรุนแรงในโรงเรียน

นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสถาบันรามจิตติ กล่าวถึงรายงานสภาวการณ์เด็กและเยาวชนไทย สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า สุขภาพของเด็กไทยพบตัวเลขที่น่าจับตาคือ เด็กส่วนใหญ่ไม่กินอาหารเช้า โดยพบว่ามีเด็กระดับ ม.ต้น และม.ปลายที่กินอาหารเช้าเป็นประจำเพียงร้อยละ 50 ขณะที่เด็กโตระดับอาชีวและอุดมศึกษา เหลือเพียงร้อยละ 37 และยังพบว่าเด็กที่ชอบกินผักเป็นประจำทุกมื้อก็มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น จึงควรรณรงค์ให้เด็กไทยกินข้าวเช้าและกินผักให้เพียงพอ นอกจากนี้ ยังพบข้อกังวลถึงค่านิยม "สวยผอม" โดยมีเด็กถึง 1 ใน 3 ที่คิดจะใช้ยาลดความอ้วนและทำศัลยกรรม และการเผชิญกับภาวะความเครียดซึ่งผลการสำรวจพบว่าเด็กในระดับมัธยมถึงอุดมศึกษา ประมาณ 1 ล้านคน มีอาการซึมเศร้าและหงุดหงิดไม่รู้สาเหตุ และเกือบร้อยละ 50 เคยมีอาการเครียดจนปวดท้องหรืออาเจียน จึงควรปรับการจัดการศึกษาในโรงเรียน โดยเพิ่มพื้นที่กิจกรรมทางเลือกที่หลากหลายให้เด็กมีทางออกจากความเครียด สร้างความสุขในการใช้ชีวิต ก่อให้เกิดศักดิ์ศรีและเคารพในตัวเอง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนได้ในเวลาเดียวกัน

"ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เด็กและเยาวชนเข้าสู่การมีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 24 ในปี 2551 เป็นร้อยละ 35 ในปี 2554 ขณะเดียวกันจากการสำรวจในปี 2554 พบว่าเด็กถึงร้อยละ 27 มีเพื่อนสนิทเคยตั้งท้องหรือเคยทำแท้ง และมีเด็กไทยถึง 1 ใน 4 ที่รู้สึกว่าการมีกิ๊กหรือมีแฟนหลาย ๆ คนพร้อมกันเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ สะท้อนถึงพฤติกรรมและค่านิยมของเด็กจำนวนมากที่ยังสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างปัญหาให้ตนแอง นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กยังขาดความรู้เรื่องเพศ มีเพียงร้อยละ 53 เท่านั้นที่รู้ถึงข้อจำกัดและความเสี่ยงในการใช้ถุงยางอนามัย และมีเด็กเพียงร้อยละ 57 ที่ยอมรับการพกถุงยางอนามัยติดตัว"ดร.อมรวิชช์ กล่าว

นายอมรวิชช์ กล่าวถึงประเด็นความรุนแรงในเด็กและเยาวชนไทยในรอบปีที่ผ่านมาพบว่า จากจำนวนเด็กในระดับมัธยมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศกว่า 7 ล้านคน จะพบว่ามีเด็กและเยาวชนกว่า 700,000-1,000,000 คน ตกอยู่ในภาวะความรุนแรงในโรงเรียน เช่น ถูกขู่กรรโชกทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนนักเรียน โดยมีเด็กถึงร้อยละ33 ที่พบเห็นการพกพาอาวุธร้ายแรง อาทิ ปืน มีดดาบ ระเบิดทำเอง ฯลฯ เข้ามาในสถานศึกษาที่ตนอยู่ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

นอกจากนี้ สื่อยังมีอิทธิพลอย่างสูงต่อเด็กไทย โดยใช้เวลาดูโทรทัศน์ คุยโทรศัพท์ เล่นอินเทอร์เน็ตรวมกันกว่า 7 ชั่วโมง/วัน ที่น่าสนใจคือ เด็กจำนวนกว่าร้อยละ 50 นิยมดูละครโทรทัศน์ รัฐบาลและผู้จัดละครจึงควรฉวยโอกาสนี้ใช้ละครโทรทัศน์เป็นสื่อสอนความฉลาดในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการปลูกฝังค่านิยมและความรับผิดชอบในเรื่องเพศและการแก้ปัญหาความรุนแรงอย่างสันติ รวมถึงการใช้โอกาสของสังคมออนไลน์ที่พบว่าเด็กทุกระดับชั้นกว่าร้อยละ 60 ใช้อินเทอร์เน็ตในการเข้าสู่เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ ก็ถือเป็นโอกาสอันดีในการศึกษาและสร้างค่านิยมทางบวกแก่เด็กให้เป็นประโยชน์

นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการโครงการโภชนาการสมวัย สสส. กล่าวว่า เด็กที่ไม่ทานมื้อเช้าจะส่งผลต่อสมาธิและไอคิว จากงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กไทยไม่กินมื้อเช้า เพราะผู้ปกครองและเด็กไม่ตระหนักว่าเป็นมื้อสำคัญ, นอนดึกตื่นสาย ผู้ปกครองใช้ชีวิตที่รีบเร่งจึงไม่มีเวลาเตรียมอาหารให้ลูก กลัวอ้วน และอื่น ๆ เช่น ยากจน ต้องการประหยัด ซึ่งหากมาจากปัญหาความยากจน ไม่มีเงินรับประทานอาหารเช้า อาจต้องมีการแก้ไขปัญหาโครงการอาหารเช้าในโรงเรียน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สสส. และกรมอนามัย จะมีการสำรวจอย่างลงลึกถึงสาเหตุที่เด็กไทยไม่กินอาหารเช้า หากมีการรับประทานรูปแบบของอาหารมื้อเช้าเป็นลักษณะใด มีคุณภาพเพียงพอหรือไม่ เพื่อหาทางแก้ปัญหาเชิงพฤติกรรมในระยะยาวต่อไป

ที่มา : สำนักข่าวไทย
http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=493851&ch=gn1



95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220 TEL. 0-2814-1481-7 FAX. 0-2814-0369
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369
©1999 Foundation For Children All rights reserved. This site is best viewed with 1024x768 resolution. | donation@ffc.or.th