รายการโทรทัศน์สื่อสร้างสังคมอุดมสุข











ลายเส้นการ์ตูนความรู้ไทยไม่แพ้ต่างชาติ แต่ยังขาดเสน่ห์ในการเล่าเรื่อง

ผลวิจัยการ์ตูนความรู้ไทยครั้งแรกของประเทศ ระบุชัด ลายเส้นการ์ตูนความรู้ไทยไม่แพ้ต่างชาติ แต่ยังขาดเสน่ห์ในการเล่าเรื่อง
ทีเคปาร์ค จับมือ สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก

ร่วมแถลงผลวิจัยการ์ตูนความรู้ไทยครั้งแรกของประเทศ ผลวิจัยระบุชัด ลายเส้นการ์ตูนความรู้ไทยไม่แพ้ต่างชาติ แต่ยังขาดเสน่ห์ในการเล่าเรื่อง ด้านการ์ตูนความรู้เกาหลีครองใจเด็กประถม การ์ตูนความรู้ไทยครองใจเด็กมัธยม

ขณะที่กลุ่มนักการ์ตูนความรู้และผู้ผลิตวอนรัฐช่วยหาเวทีประกวด และช่องทางเผยแพร่ผลงาน พร้อมจัดอบรม เพิ่มพูนศักยภาพนักการ์ตูนอย่างจริงจัง

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ร่วมกับ สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก จัดการแถลงข่าวผลการวิจัย เรื่อง “การ์ตูนความรู้ไทย: ความเป็นมา สถานการณ์ และแนวทางการพัฒนา” (Thai Knowledge Cartoon: History, Current Situation, and Approaches for Development) ในวันศุกร์ ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ห้อง Learning Auditorium ทีเคพาร์ค ขั้น ๘ โดยมี ผศ.ดร. ไกรสร ชัยโรจน์กาญจนา ผู้อำนวยการ สำนักงานอุทยาการเรียนรู้เป็นประธาน พร้อมนักวิชาการด้านสื่อเด็ก คณาจารย์มหาวิทยาลัย นักเขียนการ์ตูน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ดร.วรัชญ์ ครุจิต หัวหน้าทีมวิจัยได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของการ์ตูนความรู้ว่า อาจนับย้อนกลับไปถึงตั้งแต่นิตยสาร “ชัยพฤกษ์การ์ตูน” ที่ก่อตั้งโดย รงค์ ประภาสะโนบล ในปี พ.ศ. 2513 ไล่เรียงมาจนถึง “เด็กชายคำแพง” ของเตรียม ชาชุมพร ที่เป็นการ์ตูนความรู้ในรูปแบบเล่มครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2524 ก่อน ที่การ์ตูนความรู้จากประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย พร้อมๆกับอิทธิพลของการ์ตูนบันเทิงของญี่ปุ่น ที่ทำให้การ์ตูนไทยซบเซาไปพักใหญ่อีกเกือบ 20 ปี จนถึงยุคกำเนิดใหม่ในปี พ.ศ. 2547 จาก “รามเกียรติ์ (ฉบับการ์ตูน)” ของสำนักพิมพ์สกายบุ๊กส์ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ของสำนักพิมพ์อีคิวพลัส และ “14 ตุลา วันประชาธิปไตย : บันทึกตำนาน 14 ตุลาคม 2516 ฉบับเยาวชน” ของสถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก จนในปี พ.ศ. 2549 ได้เกิดกระแสความนิยมการ์ตูนความรู้จากเกาหลี ทำให้สำนักพิมพ์การ์ตูนความรู้ไทยต้องปรับตัวกันอีกครั้ง กับคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น ในสภาพเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคซื้อสินค้ายากขึ้น

แต่จากงานวิจัยการ์ตูนความรู้ไทยชิ้นแรกของประเทศ ที่ได้วิเคราะห์ทั้งการค้นคว้าเอกสาร และจากการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกผู้บริหารสำนักพิมพ์ นักเขียนการ์ตูน รวมถึงผู้ปกครองและเยาวชนผู้อ่าน พบว่าคู่แข่งของการ์ตูนความรู้ไทย อาจไม่ใช่การ์ตูนความรู้จากเกาหลี ญี่ปุ่น หรือประเทศอื่นๆ เหมือนที่หลายๆ คนคิด เนื่องจากการ์ตูนความรู้ต่างประเทศ โดยเฉพาะของเกาหลี มีกลุ่มเป้าหมายที่ต่างจากการ์ตูนความรู้ของไทย คือกลุ่มเด็กเล็ก ส่วน กลุ่มเด็กโต ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายนั้น การ์ตูนความรู้ไทยยังได้เปรียบการ์ตูนความรู้ต่างประเทศอยู่มาก และเป็นโอกาสที่ยังเปิดกว้างให้ผู้ผลิตเจาะตลาดไปที่กลุ่ม “เด็กโต” มากขึ้น แต่ก็ไม่ควรทิ้งกลุ่ม “เด็กเล็ก” เพราะเป็นกลุ่มที่โตมาในยุคที่สังคมให้การยอมรับสื่อการ์ตูน จึงเป็นกลุ่มที่ไม่มีกำแพงเรื่องอคติต่อการ์ตูนมาขวางกั้นการเลือกอ่าน

ส่วนกลุ่มนักเขียนการ์ตูนความรู้ไทย ยังมีจุดด้อยเรื่องบุคลากรที่มีจำนวนไม่มากนัก จึงขาดความหลากหลายในผลงาน ขาดความต่อเนื่องในการผลิต รวมทั้งขาดการแข่งขันและพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะด้านการเล่าเรื่อง ส่วนเรื่องลายเส้นนั้นถือได้ว่ามีฝีมือทัดเทียมต่างชาติ ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่มนักเขียนการ์ตูนความรู้ไทยยังมีจำนวนจำกัดนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการได้รับค่าตอบแทนที่ไม่สูงนักนั่นเอง

ดร. วรัชญ์กล่าวต่ออีกว่า ดังนั้นแนวทางในการพัฒนาวงการการ์ตูนความรู้อย่างยั่งยืน จึงขึ้นอยู่กับการให้ความสำคัญของภาครัฐ ที่ควรช่วยเหลือนักเขียนการ์ตูนให้พัฒนาฝีมืออย่างจริงจังมากขึ้น เช่น การจัดการอบรม ศึกษาดูงาน การจัดประกวด และส่งเสริมหาช่องทางในการผลิตการ์ตูนความรู้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งสื่อประกอบการเรียนการสอน หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เพื่อให้นักการ์ตูนเกิดการฝึกฝนการหลอมรวมกันอย่างสมดุลระหว่างความบันเทิงและความรู้ ซึ่งเมื่อหัวเรือใหญ่อย่างภาครัฐเห็นความสำคัญแล้ว ย่อมส่งผลกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในทุกภาคส่วนตามมา ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตก็ควรให้ความสำคัญแก่ผู้เขียนเรื่อง และฝ่ายข้อมูลมากขึ้น รวม ถึงการให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้อ่าน โดยต้องเข้ามาทำความรู้จักกลุ่มผู้อ่านอย่างถ่องแท้ทั้งลักษณะการใช้ชีวิต ความสนใจ ความเชื่อ ภาษาที่ใช้ เนื่องจากผลวิจัยชี้ให้เห็นว่า กลุ่มผู้อ่านแต่ละวัยมีความต้องการและจุดประสงค์ในการอ่านหนังสือการ์ตูน ต่างกัน ซึ่งจะทำให้นักเขียนการ์ตูนผลิตงานออกมาได้ตรงใจและน่าสนใจกับผู้อ่านกลุ่ม เป้าหมายมากที่สุด

นอก จากนี้หลังเสร็จสิ้นการแถลงผลการวิจัย ยังมีการเสวนาเรื่อง “ทิศทางการ์ตูนความรู้เพื่อสังคมไทย” จากวิทยากรคนสำคัญในแวดวงวิชาการ วงการการ์ตูนไทย อาทิ นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ แพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตเวช, รศ. ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ ประธานหลักสูตรนิเทศ ศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาฯ, คุณพล ข่าวสด ผู้เชี่ยวชาญด้านการ์ตูน, คุณสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก, คุณผ่องเพ็ญ อาชาเทวัญ รองเลขาธิการสมาคมการพิมพ์ไทย, และคุณวัฒนชัย วินิจจะกูล ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ TK PARK เพื่อช่วยกันต่อยอดงานวิจัย และร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาวงการการ์ตูนความรู้ไทยให้ก้าวต่อไปอย่างถูกทาง โดยมี“ความรู้” ที่งอกเงยจากการสังสรรค์เสวนาดังนี้

1. มุมมองนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ : หัวใจของการ์ตูนความรู้ ไม่ใช่แค่ให้ความรู้
“ความสำคัญของการ์ตูนความรู้ ไม่ใช่การให้ความรู้ แต่เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้”

1. หัวใจของการสร้างสรรค์การ์ตูนความรู้ไม่ใช่แค่ “ให้ตัวความรู้” แต่ต้องกระตุ้นให้เด็กเกิด “กระบวนการเรียนรู้” ทำให้ผู้อ่านสงสัยและลงมือค้นคว้าต่อยอดออกไป
2. การ์ตูนความรู้ไทยส่วนใหญ่ไม่น่าติดตามเพราะเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา ขาดการสร้างความขัดแย้ง (conflict) ที่เข้มข้น และขาดการสร้างเรื่องราวที่เน้นอารมณ์ (drama)
3. การวิจัยเกี่ยวกับการ์ตูนความรู้ ต้องขยายมุมมองไปที่บริบท (context) ที่อยู่รายรอบตัวสื่อประกอบด้วย
4. นักเขียนการ์ตูนความรู้ไทยต้องให้ความสำคัญในการค้นคว้า (research) หาข้อมูลให้มากกว่าแค่การฝึกลายเส้น
5. การ์ตูนความรู้ควรเป็นต้นแบบทางจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชนในสังคม

2. มุมมองพล ข่าวสด : รัฐบาลและสำนักพิมพ์ต้องร่วมด้วยช่วยนักการ์ตูน
“ผู้บริหารสำนักพิมพ์ต้องเปิดใจกว้าง..ถ้าไม่คุยกันตรงๆ สุดท้ายนักเขียนก็ต้องรับกรรมกันต่อไป”
1. นัก เขียนการ์ตูนความรู้ไทยยังมีแหล่งในการค้นคว้าหาข้อมูลไม่เพียงพอ ทำให้นักเขียนเลือกทำเรื่องแบบเดิมๆ และไม่เกิดความหลากหลายในภาพรวม
2. สำนักพิมพ์ต้องช่วยพัฒนาศักยภาพนักเขียนการ์ตูนความรู้ให้ออกไปสัมผัสกับแหล่งข้อมูลความรู้ด้วยตัวเอง
3. สำนักพิมพ์ต้องใจกว้างเรื่องค่าตอบแทนแก่นักเขียนให้มากขึ้น
4. รัฐบาลควรช่วยสำนักพิมพ์อีกแรงด้วยการลดภาษี เช่นภาษีกระดาษแก่สำนักพิมพ์เพื่อพัฒนาคุณภาพของการ์ตูนความรู้

3. สรวงมนฑ์ สิทธิสมาน : เนื้อหาการ์ตูนความรู้ไทย: เดิมๆ ไม่มีอะไรให้ลุ้น
“การ์ตูน ความรู้ต่างประเทศ เราไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องจะเป็นยังไง แต่ของไทยเรารู้เนื้อเรื่องหมดแล้ว เด็กๆ ต้องการสิ่งใหม่ ต้องการการเรียนรู้ การไม่รู้ตอนจบ ก็ทำให้ลุ้นว่ามันจะลงเอยยังไง แต่ของไทยมันเดาได้หมด”
1. เนื้อหาการ์ตูนความรู้ไทยยังมีจำกัด เด็กจึงไม่สนใจติดตาม เพราะเรื่องราวซ้ำเดิม รู้โครงเรื่องจนหมดลุ้น
2. สำนักพิมพ์ไม่ควรเน้นแค่ปริมาณในการพิมพ์จนด้อยเรื่องคุณภาพ โดยเฉพาะการตรวจทานคำผิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจดจำ และการเรียนรู้ของเด็ก
3. เด็กไทยในปัจจุบันอ่านหนังสือน้อยลง นักเขียนการ์ตูนความรู้จึงต้องพยายามใส่สาระที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด

4. รศ.ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ : การ์ตูน : สื่อทรงคุณค่า
“ผู้นำของโลกหลายคน ทั้งอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ โรนัลด์ เรแกน (Ronald Wilson Reagan) ทะโร อะโซ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนปัจจุบัน ยอมรับว่าติดอ่านการ์ตูน”
1. การ์ตูนมีความสำคัญยิ่งในการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยงานวิจัยระบุว่าการ์ตูนช่วยกระตุ้นสมอง เสริมสร้างการเรียนรู้ และพัฒนาการใช้เหตุผลของผู้อ่าน
2. นิยามของการ์ตูนความรู้ ไม่ควรจำกัดที่การ์ตูนที่ให้ “ความรู้” อย่างเดียว แต่ควรขยายวงไปถึงการ์ตูนที่ให้ “ความรู้สึก” สร้างสุนทรียะ
3. วงการการ์ตูนไทยจะพัฒนาได้ยั่งยืนต่อเมื่อการ์ตูนถูกนำเข้าสู่ระบบการศึกษาในชั้นเรียน

5. วัฒนชัย วินิจจะกูล: กลวิธีการสร้างคาแร็คเตอร์ - หนทางสร้างรายได้แก่นักการ์ตูน
“ควรมีวิชาในการสร้างคาแร็คเตอร์ตัวการ์ตูนให้แก่นักการ์ตูน”
1. ควรมีการจัดเวิร์คช็อป เพื่อเพิ่มความสามารถด้านการเขียนบทให้แก่นักการ์ตูนความรู้
2. ปัญหาหนังสือแพงอาจแก้โดยสำนักพิมพ์และภาครัฐช่วยกันผลักดันกระจายการ์ตูนความรู้ไปยังห้องสมุดทั่วประเทศ ส่วนทีเค ปาร์คอาจร่วมมือกับสำนักพิมพ์ผลิตหนังสือราคาถูกเพื่อให้การ์ตูนความรู้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม
3. นอกเหนือจากนักเขียนการ์ตูนความรู้แล้ว คนในครอบครัวก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

6. ผ่องเพ็ญ อาชาเทวัญ: Win-Win ทั้งสองฝ่ายคือแนวทางของสกายบุ๊กส์
“ถ้านักเขียนอยู่ได้ เราก็อยู่ได้”
1. สำนักพิมพ์ควรบริหารงานโดยคำนึงถึงความรู้สึก ความพึงพอใจของนักเขียนการ์ตูนความรู้ให้มากที่สุด
2. ปัญหา สำคัญของสำนักพิมพ์คือความไม่เป็นธรรมจากระบบสั่งซื้อการ์ตูนความรู้ที่คัด เลือกเฉพาะสำนักพิมพ์ที่มีเส้นสายภายในกระทรวงศึกษาธิการ

หวนรำลึก “เตรียม ชาชุมพร”
นอกเหนือไปจากอารมณ์ “อิ่ม” จากข้อคิดต่อการ์ตูนความรู้ที่งอกเงยผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้ว การเสวนาในครั้งนี้ยังเกิดอารมณ์อัน “ท่วมท้น” เกิดขึ้น ต่อบุคคลสำคัญของวงการการ์ตูน (ทั้งความรู้และการ์ตูนทั่วไป) นั่นคือการหวนรำลึกถึง “เตรียม ชาชุมพร” ผู้ เป็นตำนานการ์ตูนเมืองไทย ซึ่งเป็นการบังเอิญอย่างเหลือเชื่อที่วันคล้ายวันเกิดของนักการ์ตูนสร้าง สรรค์สังคมผู้นี้ตรงกับวันที่จัดการสังสรรค์เสวนาครั้งนี้พอดี การหวนรำลึกถึง “เตรียม ชาชุมพร” จึงเป็นประเด็นที่ทั้งนักวิชาการ และสถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก หยิบยกมากล่าวถึง โดย รศ.ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ เสนอให้ทีเค ปาร์ค รวบรวมผลงานของ “เตรียม ชาชุมพร” เพราะเชื่อว่าหากนักเขียนรุ่นใหม่ได้เห็นผลงานของคุณเตรียมแล้วจะช่วยจุดประกายความคิดให้กับพวกเขาได้อย่างดี ซึ่งทางสถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก เองก็บอกว่ากำลังรวบรวมผลงานของนักการ์ตูนระดับตำนานท่านนี้เพื่อเผยแพร่ตีพิมพ์ด้วยเช่นกัน

เสวนาอันหนุนเนื่องมาจากการแถลงผลการวิจัย “การ์ตูนความรู้ไทย : ความเป็นมา สถานการณ์ และแนวทางการพัฒนา” ครั้ง นี้มีข้อเสนอที่เรียกร้องจากสำนักพิมพ์ก็มาก จากภาครัฐก็ไม่น้อย และยังเป็นความหวังที่อาจต้องร้องเพลงรอคอยกันต่อไป แต่สิ่งที่ โอม รัชเวทย์ นักการ์ตูนรุ่นเก๋าอีกคนหนึ่งหนึ่งในทีมการ์ตูนผู้สร้างสรรค์ “คุณทองแดง, พระมหาชนก” : ต้องการเรียกร้อง และเป็นสิ่งที่นักเขียนการ์ตูนไม่ต้องง้อ รอพึ่งความช่วยเหลือจากใครอื่น ขอเพียงความช่วยเหลือจากตัวนักเขียนการ์ตูนเองก็คือ

“ความฝันของนักการ์ตูนเราอาจจะเล็กๆ ก็ได้ ไม่ต้องใหญ่โตมากนัก...ขอให้มองไปที่ผลงาน พัฒนาผลงานสู่จุดสูงสุดให้ได้...หากเราแข่งขันกับตัวเองให้มาก ฝึกมาก เขียนมาก ฝันจะเป็นจริงเข้าสักวัน”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทีเคพาร์ค โทร 02-264-5963-65 ต่อ 110
สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก โทร. 02-881-1734-5

อ้างอิงข้อมูลจาก
สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก



95/24 หมู่ที่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 18 ถ.พุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220 TEL. 0-2814-1481-7 FAX. 0-2814-0369
95/24 Moo 6 Soi Kratoomlom 18, Buddha Monthon 4, Sampharn Nakhon Pathom 73220 TEL. (662) 814-1481-7 FAX. (662) 814-0369
©1999 Foundation For Children All rights reserved. This site is best viewed with 1024x768 resolution. | donation@ffc.or.th